
ไม่มีเส้น !
มีข่าวเล็กๆ จากเชียงใหม่ แต่น่าสนใจในทุกมุมมอง ทั้งในเรื่องสังคม การบังคับใช้กฎหมาย และความยุติธรรม
นายวรกัน นันทะชัย การ์ดเสื้อแดง จ.เชียงใหม่ ถูกศาลจังหวัดเชียงใหม่ พิพากษาจำคุก 9 เดือนไม่รอลงอาญา ข้อหาพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต
แต่การเดินทางไปเข้าคุกของนายวรกัน ครั้งนี้ก็ไม่ได้เหงาเท่าไหร่ เพราะกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ราวๆ 100 คน เดินทางไปส่งจนถึงที่
เรื่องนี้น่าสนใจก็เพราะการจับกุมนายวรกันนั้น มีขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ และที่จับก็เพราะพกปืน .38 พร้อมกระสุนอีก 29 นัด
การดำเนินคดีก็เป็นไปตามปกติ และก็ใช้เวลาไม่นานนักกระทั่งศาลมีคำพิพากษาลงโทษผู้กระทำผิด
ดูแล้วช่างแตกต่างจากคดีความที่เกิดขึ้นกรุงเทพฯ อย่างลิบลับ
ถึงแม้จะมาตีขลุมเอาไม่ได้ว่า นี่เป็นเพราะกระบวนการยุติธรรมของ จ.เชียงใหม่ ไม่ค่อยมีเรื่องมีคดี เรื่องก็เลยรวดเร็วและชัดเจน
ขั้นตอนที่กรุงเทพฯ มองกัน วิจารณ์กันว่า การดำเนินคดีกับการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย ทั้งของฝ่ายเสื้อแดง และฝ่ายเสื้อเหลืองนั้นเป็นไปอย่างล่าช้า และมีนัยสำคัญ
โดยเฉพาะในส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจ และอัยการ
ฝ่ายหนึ่งก็เหน็บแนมอีกฝ่ายว่า เป็น "ม็อบมีเส้น" แต่เอาเข้าจริง เรื่องราวการบังคับใช้กฎหมายกับทั้งสองสีกลับค่อยเป็นค่อยไป แทบไม่ต่างกัน
ถ้าคำว่า "ม็อบมีเส้น" หมายถึงการชุมนุมอย่างผิดกฎหมายแล้วไม่ถูกดำเนินคดี หรือการดำเนินคดีเป็นไปอย่างล่าช้าแล้ว ทั้งสองกลุ่มแทบจะไม่แตกต่างกัน
ถึงแม้จะอ้างว่า มีพยานเป็นร้อยเป็นพันที่จะต้องสอบสวนให้เกิดความกระจ่าง แต่การปล่อยให้การบังคับใช้กฎหมาย ปล่อยให้ผู้ต้องหามีอิสรเสรีในการเคลื่อนไหวที่อาจเกิดการกระทำผิดซ้ำ ก็ต้องมีการชั่งน้ำหนักกันบ้างว่า อย่างไหนที่เป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วน อย่างไหนที่ควรจะตัดทิ้งไปก่อน
บ้านเราเมืองเรามันจะขึ้นเขา หรือลงเหว มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะน้ำมือใครคนใดคนหนึ่ง
ทุกคนทุกฝ่ายล้วนแต่เป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่จะพากันขับเคลื่อนไปข้างหน้า หรือจะหยุดย่ำอยู่กับที่
ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็เพราะฟันเฟืองตัวสำคัญไม่ยอมทำหน้าที่ของตน หรือไม่ก็ไปทำเรื่องราวที่ผิดเพี้ยนจากที่ควรจะเป็น



