ข่าว

 จาก กอร์ปศักดิ์ ถึงไตรรงค์

จาก กอร์ปศักดิ์ ถึงไตรรงค์

15 ต.ค. 2552

คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ จะมีมติตามข้อเสนอของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เห็นชอบให้นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ส.ส.สัดส่วน เป็นรองนายกรัฐมนตรี แทนนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ที่ไปเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

 เป็นรองนายกรัฐมนตรีที่ไปเป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ถัดจากนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ที่เคยถูกลดชั้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ ไปดำรงตำแหน่งเดียวกัน นายกอร์ปศักดิ์บอกว่า ถูกใจ ที่ได้รับตำแหน่งนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ ที่ต้องเสนอภาพเช่นนั้น เพื่อลดความรู้สึกขัดแย้ง แต่ประเด็นที่น่าตั้งคำถามในวาระของการเปลี่ยนตัวรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลงานด้านเศรษฐกิจก็คือ 10 เดือน ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ กับทีมเศรษฐกิจนั้นเป็นอย่างไร

 ด้วยโครงสร้างของคณะรัฐมนตรี ที่ต้องพึ่งพาพรรคการเมืองอื่น โดยเฉพาะพรรคการเมืองอันดับสอง การจัดการบริหารงานด้านเศรษฐกิจจึงไม่มีเอกภาพโดยสิ้นเชิง เพราะนอกจากกระทรวงการคลังที่พรรคประชาธิปัตย์กำกับ ดูแลอย่างเบ็ดเสร็จแล้ว กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม รวมทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ล้วนอยู่ในมือพรรคการเมืองอื่นๆ ทั้งสิ้น นอกจากนั้นการที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แสดงความปรารถนามาแต่ต้นที่จะเป็นคล้ายหัวหน้าทีมดูแลงานด้านเศรษฐกิจเอง แต่ในทางความเป็นจริงนายอภิสิทธิ์ แทบไม่มีเวลาให้แก่ปัญหาเศรษฐกิจเลย การแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่น่าจะเป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาลจึงเป็นไปอย่างไร้ทิศทาง

 10 เดือน ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อโฟกัสไปถึงเรื่องของนโยบายเศรษฐกิจ จึงพบว่า มีความแปลกแยกอย่างยิ่ง เมื่อตอนต้นรัฐบาล นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็เสนอแนวคิดในการจัดเก็บภาษีขึ้นมาโดดๆ โดยไม่มีใครในรัฐบาลรู้เรื่องมาก่อน ในห้วงระยะเวลา 10 เดือนนั่นเอง ก็ปรากฏร่องรอยความขัดแย้งในเชิงนโยบายระหว่างนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี เป็นระยะๆ ในนโยบายประกันราคาพืชผลเกษตร การเปลี่ยนตัวรองนายกรัฐมนตรี มาเป็นนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ในโครงสร้างเดิม จึงน่าจะได้ประโยชน์ในแง่ของสีสัน มากกว่าเนื้อหาสาระ

 การเปลี่ยนแปลงในคณะรัฐมนตรี เป็นปรากฏการณ์ปกติธรรมดาของการเมือง แต่สิ่งที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะต้องตระหนักก็คือ จะสร้างความเป็นปึกแผ่นให้เกิดขึ้นกับทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลให้ได้ หรืออย่างน้อยที่สุด ก็ให้สามารถมองปัญหาไปในทางเดียวกัน เข้าใจตรงกันในนโยบายการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การตั้งนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี เป็นรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นที่เข้าใจว่าจะเข้ามากำกับ ดูแลงานด้านเศรษฐกิจนั้น ก็เป็นการแก้ปัญหาทางการเมือง หาใช่มุ่งที่จะให้เกิดประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ ฉะนั้น จากกอร์ปศักดิ์ถึงไตรรงค์ จึงเป็นความเปลี่ยนแปลง ที่มิได้ยังผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนแต่อย่างใด