ข่าว

 อาชญากรรมมหภาค

อาชญากรรมมหภาค

16 ต.ค. 2552

นับวันสังคมไทยจะคล้ายคลึงวัฒนธรรมตะวันตกเข้าไปทุกที โดยเฉพาะการมุ่งเน้นวัตถุมากกว่าจิตใจ ซึ่งส่งผลต่อการก่ออาชญากรรมในรูปแบบที่รุนแรงสะเทือนขวัญมากขึ้น มีความสลับซับซ้อน มีการอำพรางซ่อนเร้นศพ หรือทำลายหลักฐาน ไม่ให้สาวไปถึงตัว สิ่งเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าจิ

 ดูอย่างคดีฆ่าหั่นศพล่าสุดจะเห็นได้ว่า รูปแบบการก่ออาชญากรรมได้เปลี่ยนแปลงไป แทนที่มือปืนจะยิงแล้วนำศพไปทิ้งอย่างที่เคยเกิดขึ้น กลับนำไปหั่นชำแหละแยกชิ้นส่วนยัดถุงดำ โดยผู้ต้องหาให้การว่าเกิดจากความสับสน สะท้อนให้เห็นถึงสภาพจิตของผู้ต้องหาในขณะนั้นว่าเป็นอย่างไร เกิดจากความสับสนเลยต้องหั่นศพทิ้งเช่นนั้นจริง หรือว่าเกิดจากสภาพกดดันแวดล้อมอื่นๆ

 คดีนี้ดูผิวเผินอาจจะเห็นว่าตำรวจไม่มีบทบาทในการปิดคดีมากนัก เพราะผู้ต้องหาเข้ามอบตัวต่อตำรวจเอง แต่อย่างน้อยก็มีความพยายามเสาะแสวงหาเบาะแส จนสามารถเชื่อมโยงระหว่างคดีฆ่าหญิงสาวที่ปทุมธานีกับฆ่าหั่นศพได้ก็ต้องชื่นชม เพราะอาชญากรรมลักษณะนี้แม้จะเกิดจากเรื่องส่วนตัว แต่ถ้าไม่รีบดำเนินการแล้วอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของผู้คนในสังคมได้

 สาเหตุหนึ่งเพราะเหยื่อเป็นเด็กและถูกกระทำอย่างโหดเหี้ยม คนในสังคมจะรู้สึกสงสารเห็นใจและสะเทือนอารมณ์มากกว่าเหยื่อที่เป็นผู้ใหญ่ มีความรู้สึกร่วมกับครอบครัวในฐานะผู้เสียหาย เหมือนกับคนบางกะปิรับรู้ข่าวฆ่าข่มขืนหญิงสาวบางพลัดด้วยอารมณ์เฉยชา แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เดียวกันใกล้บ้านถึงจะรู้สึกถึงภัยคุกคามนี้ แต่ถ้าเกิดขึ้นกับเด็กไม่ว่าที่ไหนอย่างไรคนส่วนใหญ่จะมีความรู้สึกร่วมขึ้นมาทันที แม้ว่าจะไม่รู้จักเหยื่อเป็นการส่วนตัวเลยก็ตาม

 ดังนั้น ถึงแม้จะเป็นเรื่องส่วนตัวไม่ใช่ฆาตกรต่อเนื่อง และไม่ใช่อาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเหมือนกับคดีลัก วิ่ง ชิง ปล้น หรือมีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินโดยรวม แต่ความรุนแรงของเหตุการณ์มีผลต่อความรู้สึกนึกคิดของผู้คน ตำรวจก็ต้องรีบเข้ามาดำเนินการ

 อาชญากรรมมหภาคไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่เรื่องร่างกายและทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงคดีที่ส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชนส่วนใหญ่ด้วย

มัธยัสถ์ อินมา
[email protected]