ข่าว

เตรียมหารือบช.น.-ปริมณฑลแก้ช้างเร่ร่อน

เตรียมหารือบช.น.-ปริมณฑลแก้ช้างเร่ร่อน

14 ต.ค. 2552

กทม.เตรียมหารือ บช.น.-ปริมณฑล หวังแก้ปัญหาช้างเร่ร่อนอย่างเป็นระบบ

 (14ต.ค.) นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับนายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ในฐานะประธานมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ ถึงการดำเนินการแก้ไขปัญหาช้างเร่ร่อนในพื้นที่กรุงเทพฯ ของ กทม.ว่า ทางมูลนิธิคืนช้างฯ พอใจกับการดำเนินการของ กทม.อย่างมากทั้งในส่วนของการซื้อช้างที่พิการหรือมีอายุมากแล้ว รวมทั้งการดำเนินมาตรการจับปรับกรณีที่พบช้างเข้ามาเร่ร่อนในพื้นที่กรุงเทพฯ

 อย่างไรก็ตาม ตนมองว่ามาตรการจับและปรับในส่วนของ กทม.นั้น เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น จำเป็นที่จังหวัดใกล้เคียงต้องใช้มาตรการเดียวกันกับ กทม.เพื่อป้องกันไม่ให้ควาญพาช้างเข้ามาหากินในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้อีก ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าช้างที่ กทม.ดำเนินการจับปรับได้ในเขตจตุจักร หลักสี่และดอนเมืองนั้น ควาญพาช้างผ่านเข้ามาทาง จ.นนทบุรีก่อนเข้าสู่พื้นที่ดังกล่าว ดังนั้นตนเตรียมจะประชุมร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และจังหวัดใกล้เคียงประมาณต้นเดือน พ.ย.นี้ เพื่อหารือถึงมาตรการแก้ไขปัญหาในระยะยาวแบบยั่งยืน เพราะขณะนี้เหลือช้างที่เข้ามาหากินใน กทม.และจังหวัดใกล้เคียงประมาณ 100 กว่าเชือกเท่านั้น

 นายธีระชน กล่าวอีกว่า ส่วนมาตรการทางกฎหมายนั้น หากรอรัฐบาลออกกฎหมายเป็นพระราชบัญญัติอาจจะต้องใช้เวลานาน ดังนั้น กทม.จะออกข้อบัญญัติ กทม.เพื่อกำกับดูแลและควบคุมช้างไม่ให้เข้ามาเร่ร่อนใน กทม. รวมทั้งบทลงโทษกรณีที่มีการฝ่าฝืนพาช้างเข้ามาเร่ร่อนใน กทม.อีก โดยสาระสำคัญ คือให้อำนาจ กทม.ในการยึดช้างได้ทันที ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำเรื่องดังกล่าวผ่านสภา กทม.และบังคับใช้ได้ประมาณต้นปี 53 นี้

 อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ กทม.มองว่าการแก้ไขปัญหาด้วยการซื้อช้างเพียงอย่างเดียว อาจจะไม่ใช่การแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน ซึ่งทางมูลนิธิคืนช้างฯ เสนอแนวทางการการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยการสร้างอาชีพให้กับควาญ ดังนั้นในการลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้ กทม.จะได้สำรวจดูหมู่บ้านที่มีความพร้อมที่จะสามารถพัฒนาได้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยจะได้สร้างอาชีพหัตถกรรม เย็บปักถักร้อย รวมทั้งการปลูกพืชอาหารสัตว์ให้กับควาญและครอบครัว เพื่อจะได้ไม่ต้องนำช้างเข้ามาหากินใน กทม.อีก