
นักวิชาการชี้ปชต.ใหม่-ปชช.ปกป้องปย.ตัวเอง
นักวิชาการชี้การแย่งชิงอำนาจทางการเมืองสร้างความขัดแย้งในชาติ เผยการลุกฮือเรียกร้องประชาธิปไตยถูกผลักด้วยเสรีนิยม แนะรัฐปรับนโยบายเข้าหาประชาชน
(14ต.ค.) ที่อนุสรณ์สถาน14ตุลาฯรศ.ดร.กุลลดา เกษบุญชู มี้ด อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ปาฐกถาในหัวข้อ "ความขัดแย้งทางการเมืองของไทย : ข้ามไปให้พ้นพลวัตภายใน" ว่า บริบทของความขัดแย้งทางการเมืองก่อนเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 เป็นการช่วงชิงอำนาจทางทหารและทางการเมืองในยุคของถนอม-ประภาส ซึ่งประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีบทบาทสำคัญในการสร้างและรักษาระบอบถนอม-ประภาส จนในที่สุดระบอบถนอม-ประภาสดำเนินนโยบายที่ไม่ตอบสนองผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกา เพราะขณะนั้นกระแสสังคมเป็นในแบบเผด็จการใช้ความรุนแรงและประชาชนนิสิตนักศึกษาเกิดการต่อต้าน
รศ.ดร.กุลลดา กล่าวว่า จนกระทั่งเกิดการพัฒนาการที่สำคัญอีกด้านหนึ่งคือการจัดตั้งกระบวนการนักศึกษา คือการตั้งศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย หรือ ศนท. เมื่อปี พ.ศ.2513 มีแนวนโยบายอนุรักษ์นิยม ซึ่งทาง ศนท.มีบทบาทที่สำคัญต่อการเมืองไทย จนกระทั่ง พ.ศ. 2515 เกิดการพัฒนาที่สำคัญของ ศนท. เมื่อ ธีรยุทธ บุญมี เข้ามาเป็นเลขาธิการ ของ ศนท. และดำเนินการนโยบายอันชาญฉลาด คือ การเดินรณรงค์ต่อต้านสินค้าญี่ปุ่น
"เบื้องลึกทางรัฐบาลได้ให้การสนับสนุนแต่อยู่ในกรอบ เพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ศนท. มีการต่อต้านในเรื่องการตั้งฐานทัพของสหรัฐอเมริกาในไทย แต่ชนวนเหตุที่สำคัญ คือ การใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐภายในระบอบถนอม-ประภาส และมูลเหตุที่สำคัญ คือ ทุ่งใหญ่นเรศวร และสังคมตั้งคำถามว่าระบอบถนอม-ประภาสมีการคอร์รัปชั่นกันอย่างกว้างขวาง ซี่งทาง ศนท .มีส่วนสำคัญสามารถระดมประชาชนและสร้างเครือข่ายนิสิตนักศึกษาและประชาชนทั่วประเทศ ในกรณีคัดค้านการลบชื่อนักศึกษารามคำแหง 9 คน และชนวนเหตุของการเดินขบวนเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐปล่อยตัวนิสิตนักศึกษาจำนวน 13 คน ในปี พ.ศ.2517 และการเรียกร้องรัฐธรรมนูญ" รศ.ดร.กุลลดา กล่าว
รศ.ดร.กุลลดา กล่าวว่า ความขัดแย้งทางการเมืองตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันส่วนใหญ่เกิดจากการแย่งชิงอำนาจของฝายการเมือง การเมืองในช่วง 14 ตุลา 2516 ถึง 6 ตุลา 2519 เป็นการต่อสู้แค่ช่วงสั้นๆ ที่ยอมให้มีข้อเรียกร้องของประชาชนได้แสดงออก แต่ปัจจุบันที่ระบบนายทุนโลกภายใต้ลัทธิเสรีนิยมใหม่ คือ การให้บริการด้านสังคมและด้านสาธารณูปโภค ซึ่งในสังคมไทยได้มีผู้นำทุนดังกล่าวมาใช้แต่ถูกปฏิเสธ แต่ภายหลังฝ่ายการเมืองได้ใช้มาเป็นนโยบายประชานิยมเพื่อสร้างฐานอำนาจทางการเมืองก่อนที่จะเดินเข้าสู่หลักการของเสรีนิยมใหม่ โดยเฉพาะเรื่องของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ จนเป็นเหตุให้ผู้นำถูกขับไล่โดยพันธมิตรฯ ซึ่งเป็นเหตุของการต่อสู้ระหว่างพลังทุนเก่ากับขุนศึก
"ความขัดแย้งของสังคมไทยได้ก้าวมาสู่อีกมิติหนึ่ง คือการลุกฮือขึ้นของประชาชนในระดับรากหญ้าเพื่อต่อต้านระบบเผด็จการเพื่อเรียกร้องให้ประชาธิปไตยให้กลับคืนมา แต่ขณะนี้เป็นไปได้ยากที่ประชาธิปไตยดังกล่าวจะถูกผลักด้วยวาระของเสรีนิยมใหม่ สิ่งนี้จะกัดกร่อนวิถีชีวิตของประชาชนและลูกหลาน แต่ผลที่จะตามมาคือ กลุ่มคนเหล่านี้จะปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ใหม่จะเป็นพลังประชาชนเพื่อเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตย" รศ.ดร.กุลลดา กล่าว
รศ.ดร.กุลลดา กล่าวว่า การต่อสู้ที่แท้จริง ควรเป็นการต่อสู้ที่สะท้อนผลประโยชน์ของตัวเองและในอนาคตประชาชนไม่ควรพึงพอใจเพียงเศษเสี้ยวของสวัสดิการทางสังคมที่ผู้นำประเทศในขณะนี้หยิบยื่นให้ แต่กระบวนการประชาธิปไตยควรเป็นการเรียกร้องในกิจการที่รัฐเคยถือว่าเป็นหน้าที่เพื่อการใช้ชีวิตในสังคม และผู้นำทางการเมืองตระหนักถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชนเขาก็จะปรับนโยบายเข้าหาประชาชนและนี่คือ การบรรลุถึงประชาธิปไตยที่แท้จริงคืออะไร



