ข่าว

"ไต้ก๋งเรือ"แจงนำฉลามวาฬขึ้นเรือต้องการช่วยไม่มีเจตนาอื่น

"ไต้ก๋งเรือ"แจงนำฉลามวาฬขึ้นเรือต้องการช่วยไม่มีเจตนาอื่น

19 พ.ค. 2561

ไต้ก๋งเรือ"แสงสมุทร3"เผยนำฉลามวาฬขึ้นเรือเหตุติดมากับอวนและพยายามนำกลับลงทะเลแต่ด้วยมีขนาดใหญ่จึงต้องใช้เครนช่วยยกเพื่อให้ลงน้ำไม่มีเจตนาเป็นอย่างอื่น

          ความคืบหน้ากรณีเพจของกลุ่มจิตอาสา Go-Eco Phuket ได้โพสต์คลิปวิดีโอความยาวประมาณ 01.11 นาที พร้อมข้อความระบุว่า "#RIP ฉลามวาฬแม่ลูกที่ภูเก็ต จับไปทำไมปลาเล็กปลาน้อย จับปลาใหญ่ดีกว่า แถมได้ลูกในท้องมันด้วย เวรจริงๆ !! ขอบคุณกัปตัน Aquea และนักดำน้ำทุกคนบนเรือ ที่ช่วยกันกดดันจนมันยอมปล่อย ถึงแม้เขาจะตายทั้งกลม !! ที่ภูเก็ตก็ตาม Cr.Aqua centre โดยภาพในคลิปดังกล่าวเป็นภาพขณะที่คนงานของเรือประมงลำหนึ่งกำลังช่วยกันนำฉลามวาฬปล่อยกลับลงทะเล 

          ซึ่งหลังมีภาพเผยแพร่ออกไป มีการเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา เนื่องจากมีการระบุว่า ฉลามวาฬดังกล่าวท้องอ่อนๆ และระหว่างที่มีการนำลงน้ำฉลามวาฬมีอาการแน่นิ่ง ขณะที่ส่วนท้องไปกระแทกกับกราบเรือเห็นลูกฉลามวาฬขนาดเล็กหลุดจากช่องท้อง เบื้องต้นยังไม่ชัดเจนว่าฉลามวาฬตัวดังกล่าวเสียชีวิตหรือไม่

 

"ไต้ก๋งเรือ"แจงนำฉลามวาฬขึ้นเรือต้องการช่วยไม่มีเจตนาอื่น

 

          โดยเมื่อเวลา 22.00 น. คืนวันที่ 18 พ.ค.61 เรือแสงสมุทร 3 ซึ่งเป็นเรือประมงอวนลากที่มีการระบุว่า จับฉลามวาฬได้ ก่อนที่จะถูกกลุ่มนักดำน้ำจากเรือไดรฟ์วิ่งลำหนึ่งช่วยกันกดดัน จนทำให้ต้องปล่อยฉลามวาฬตัวดังกล่าวลงทะเลไป ได้นำเข้าเรือเข้ามาเทียบท่าบริเวณท่าเรือแพปลาแสงอรุณ(ใน) ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต ตามที่ได้แจ้งไว้กับศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออก เรือประมง เขต 3 (ภูเก็ต) หรือไปโป้ โดยเจ้าหน้าที่ตรวจหน้าท่าของศูนย์ไปโป้ ได้มารับรายงานตามปกติ และได้มีการสอบปากคำเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ปรากฏในโซเซียล

          ในการนี้นายวัชรินทร์ รัตนชู ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออก เรือประมง เขต 3 (ภูเก็ต) น.อ.สมศักดิ์ อินทรเสมา หัวหน้าศูนย์ฯ นายโกวิทย์ เก้าเอี้ยน ประมงจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย โดยมีการตรวจสอบเอกสารไต๋ก๋งเรือ ลูกเรือ เอกสารเรือ อุปกรณ์ในการจับปลา ชนิดของปลาที่จับได้ เบื้องต้นทุกอย่างเป็นไปตามที่ขออนุญาตและไม่พบปลาที่ผิดกฎหมาย พร้อมกันนี้ได้มีการสอบปากคำลูกเรือทั้งหมดที่อยู่ในเหตุการณ์ ก่อนที่รวบรวมรายละเอียดทั้งหมด เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อไป เนื่องจากฉลามเป็นสัตว์ห้ามทำการประมง และเป็นสัตว์คุ้มครองตามกฎหมาย (ประเภทปลา ลำดับที่ 6) รวมทั้งห้ามนำขึ้นบนเรือด้วย

 

"ไต้ก๋งเรือ"แจงนำฉลามวาฬขึ้นเรือต้องการช่วยไม่มีเจตนาอื่น

 

          สอบถามนายสมสมัย มีจอม อายุ 55 ปี ชาว จ.ยโสธร ไต้ก๋งเรือ“แสงสมุทร 3”เล่าให้ฟังว่า ช่วงบ่ายของวันที่ 18 พ.ค.61 ก่อนที่จะนำเรือกลับเข้าฝั่ง ช่วงที่อยู่บริเวณใกล้กับเกาะราชา ได้ทำการกู้อวนขึ้นมาบนเรือ ซึ่งตอนนั้นรู้สึกว่าค่อนข้างหนักแต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เมื่อเทปลาออกจากอวนจึงเห็นว่ามีฉลามวาฬติดมาด้วย ก็พยายามช่วยกันดันลงทะเล แต่ทำได้ลำบากเนื่องจากฉลามวาฬมีขนาดใหญ่มาก คาดกว่ามีน้ำหนักประมาณ 800-900 กิโลกรัม และเรืออยู่สูง จึงทำให้ต้องใช้เครนยกตามที่ปรากฏในภาพ และทำให้มันกลับลงน้ำได้สำเร็จ เท่าที่เห็นขณะนั้นเมื่อมันลงไปในน้ำแล้วก็ว่ายน้ำหายไปเลย เพราะไม่ได้มีอาการบาดเจ็บแต่อย่างใด และเท่าที่เห็นฉลามวาฬตัวนี้ก็ไม่ได้ตั้งท้องแต่อย่างใด

 

"ไต้ก๋งเรือ"แจงนำฉลามวาฬขึ้นเรือต้องการช่วยไม่มีเจตนาอื่น

 

          “ตนทำอาชีพนี้มากว่า 20 ปี ไม่เคยเจอมาก่อนครั้งนี้เป็นครั้งแรกโดยทราบดีว่าฉลามวาฬเป็นสัตว์สงวน หากจับได้หรือนำขึ้นเรือก็จะมีความผิด ดังนั้นเมื่อติดอวนมาก็ต้องรีบปล่อยกลับทะเล เหตุที่นำขึ้นมาบนเรือด้วยเพราะไม่ทราบว่าเป็นฉลามวาฬ จึงไม่ได้ตัดอวนเพื่อให้มันหลุดไป แม้ว่าจะเอาขึ้นมาบนเรือแต่เราก็พยายามช่วยมันกลับลงไปในน้ำอย่างเต็มที่ ไม่มีเจตนาในการทำร้ายฉลามวาฬแต่อย่างใด” นายสมสมัย กล่าว

 

"ไต้ก๋งเรือ"แจงนำฉลามวาฬขึ้นเรือต้องการช่วยไม่มีเจตนาอื่น

 

          อย่างไรก็ตามจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ชุดตรวจหน้าท่าฯ ซึ่งได้มีการสอบปากคำลูกเรือลำดังกล่าวทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ต่างบอกในทำนองเดียวกันว่า ตอนที่กู้อวนขึ้นมานั้นไม่ทราบเลยว่ามีฉลามวาฬอยู่ด้วย บางคนยังคิดว่าเป็นท่อนไม้ เพราะเป็นสีดำขนาดใหญ่ แต่เมื่อทุกคนรู้ว่าเป็นฉลามวาฬต่างก็พยายามที่จะช่วยกันดันตัวมันลงไปในน้ำ แต่ก็ทำได้ลำบากเพราะตัวมันใหญ่มาก

 

"ไต้ก๋งเรือ"แจงนำฉลามวาฬขึ้นเรือต้องการช่วยไม่มีเจตนาอื่น