
"ขีดเส้น"ไม่รายงานตัวภายใน 15 วันปลด"ร้อยโท ศรภ."
สำรองราชการ"ร้อยโท ฐิติทัศน์"ทหารศรภ.เอี่ยวเงินทอนวัด ขีดเส้น 15 วัน ไม่รายงานตัวกองบัญชาการกองทัพไทยเตรียมปลด
19 พฤษภาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองบัญชาการกองทัพไทยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม 2561 พล.อ.หัสพงศ์ ยุวนวรรธนะ รองผบ.ทหารสูงสุด ทำการแทน ผบ.ทหารสูงสุด ได้ลงนามในคำสั่ง กองบัญชาการกองทัพไทย ที่ 208/2561
เรื่องสำรองราชการ ร.ท.ฐิติทัศน์ นิพนธ์พิทยา นายทหาร สังกัด ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ซึ่งเป็นที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวพันกับคดีเงินทอนวัด ทั้งนี้หาก ภายใน 15 วัน หากร.ท.ฐิติทัศน์ ไม่มารายงานตัวก็จะถูกปลดออกจากราชการทันที
หลังจากที่พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผบ.ทหารสูงสุด มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงเป็นการเร่งด่วนและคณะกรรมการได้พยายามติดตามตัว ร.ท.ฐิติทัศน์ มาสอบสวนแต่ไม่สามารถติดต่อได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบประวัติการเข้ารับราชการของ ร.ท.ฐิติทัศน์ พบว่า ได้ใช้วุฒิปริญญามหาบัณฑิตนิเทศศาสตร์ สื่อสาร การท่องเที่ยวและบันเทิง มหาวิทยาลัยเกริก เข้ามารับราชการทหารประจำ ศรภ. เมื่อวันที่ 9 ก.พ.2559 ในยุคที่พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด
หลังจากนั้น ได้ถูกส่งตัวมาช่วยราชการที่สำนักงานของ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี เสนาธิการทหาร ที่ในขณะนั้นเป็น รองเสนาธิการทหาร แต่ปรากฏว่า ร.ท.ฐิติทัศน์ ไม่เคยมาทำงานที่สำนักงาน รองเสธ.ทหาร มีแต่ชื่อขอฝากเอาไว้เท่านั้น เพราะถูกขอตัวไปช่วยราชการที่สำนักตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)เพื่อไปดูแลนายพิศิษฐ์ ลีลาวัชโรภาส ผู้ว่าฯ สตง.ตั้งแต่ปี 2559
ทั้งนี้ตามระเบียบทางราชการผู้ว่าฯ สตง.สามารถร้องขอนายทหาร ไปติดตามดูแลได้ เพราะการทำหน้าที่ของผู้ว่าฯสตง.ในเรื่องการตรวจสอบต่าง ๆ อาจมีอันตรายซึ่ง ศรภ.มีหน้าที่รับผิดชอบในการส่งนายทหารไปดูแลรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญตามคำร้องขอ
อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่า จากการตรวจสอบของคณะกรรมการสอบสวนฯปรากฎวาไม่พบว่ามีหนังสือขอตัวไปช่วยราชการที่ สตง.ของ ร.ท.ฐิติทัศน์ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร แต่อย่างใด แต่ทว่าเป็นที่รับรู้กันภายในว่า ร.ท.ฐิติทัศน์ ไปติดตามนายพิศิษฐ์ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปค้นบ้านพักและพบอาวุธปืนจำนวนมา



