
อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิฯ ยะลา ช่วยจบปัญหาสุนัข 165 ตัว
อัยการของประชาชน ตัวกลางเจรจา เคลียร์เพื่อนบ้านยอมขุดบ่อเกลอะ 3 บ่อใน 1 เดือนจัดการสิ่งปฏิกูล หลังเลี้ยงสุนัข 165 ตัว สร้างความเดือดร้อน ปล่อยน้ำมูลสุนัขนองถนน
14 พ.ค.61 - อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยะลา ได้เป็นตัวกลางเจรจา ระหว่าง "ผู้ได้รับผลกระทบ" จากที่เพื่อนบ้านเลี้ยงสุนัข 165 ตัว ไม่จัดการสิ่งแวดล้อมถูกสุขลักษณะ จนได้รับความเดือดร้อนจากกลิ่นเหม็นมูลสุนัข-ส่งเสียงดัง กับ "ผู้ถูกร้องเรียน" ได้ข้อสรุปเบื้องต้นขุดบ่อเกลอะ จำนวน 3 บ่อ ให้เสร็จภายในระยะเวลา 1 เดือนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในบริเวณใกล้เคียง
"โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง" รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด
โดยวันนี้ (14 พ.ค.) "นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง" รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยถึงเรื่องราวดังกล่าวที่เกิดขึ้นว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา "เทศบาลนครยะลา" ได้เชิญ "ร.ท.สายันต์ สุโขพืช" อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดยะลา เข้าร่วมเจรจาไกล่เกลี่ย กรณีที่ "น.ส.ทัศนีย์ แจ้งสกุล" อยู่บ้านเลขที่ 52 ถ.เวฬุวัน ซ.2 ต.สเตง อำเภอเมืองยะลา จ.ยะลา ร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบ จากการเลี้ยงสุนัขของ "ร้านเฮนเบเกอรี่" จำนวน 165 ตัว ทำให้ส่งกลิ่นเหม็นจากมูลสุนัข ส่งเสียงดัง ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงได้รับความเดือนร้อน
ทั้งนี้ "ร.ท.สายันต์" อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิฯ จังหวัดยะลา ได้เชิญ "ผู้ร้องเรียน-ผู้ถูกร้องเรียน" พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เทศบาลที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมเจรจาไกล่เกลี่ย โดยมีการลงไปดูสภาพพื้นที่ที่่เลี้ยงสุนัขด้วย ซึ่งมีสภาพเป็นบ้านพักอาศัยชั้นเดียว มีรั้วคอนกรีตล้อมรอบ และมีกรงเลี้ยงสุนัขไว้ภายในบ้าน ประมาณ 165 ตัว สภาพแวดล้อมไม่มีการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้ถูกสุขลักษณะ มีการปล่อยน้ำล้างมูลสุนัขไหลนองไปกับพื้นถนน เนื่องจากไม่มีคูระบายน้ำสาธารณะ ทำให้เกิดความสกปรกส่งกลิ่นเหม็น และเป็นแหล่งเพาะพันธ์เชื้อโรค บริเวณที่ดินข้างบ้านขุดเป็นหลุมตื้นๆ เพื่อรองรับมูลสุนัข ทำให้ส่งกลิ่นเหม็น มีแมลงวัน จำนวนมาก
ซึ่ง "อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิฯ จังหวัดยะลา" ได้เจรจากับ "ผู้ถูกร้องเรียน" แล้ว ก็ตกลงยินยอมที่จะมอบ สุนัข 50 ตัวให้ทางเทศบาลนครยะลา นำไปเลี้ยงเพื่อเป็นการลดจำนวนสุนัขลง และจะไม่นำสุนัขมาเลี้ยงเพิ่มขึ้นอีก ขณะเดียวกัน "ผู้ถูกร้องเรียน" ก็จะขุดบ่อเกลอะ จำนวน 3 บ่อภายในบริเวณที่ดินของตนเองด้วย โดยจะให้ "เทศบาลนครยะลา" เข้าไปแนะนำให้ถูกต้องตามหลักวิชาการและจะทำให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 เดือนนับตั้งแต่วันเจรจา (11 พ.ค.61) หากไม่ดำเนินการตามข้อตกลงผู้ถูกร้องเรียนยินยอมให้ "เทศบาลนครยะลา" บังคับใช้กฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
และเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในบริเวณใกล้เคียง เบื้องต้นก็ให้ "ผู้ถูกร้องเรียน" ติดต่อขอรับปูนขาวและน้ำยาจุลินทรีย์ อีเอ็ม ไปถม กลบมูลสุนัขเพื่อไม่ให้ส่งกลิ่นเหม็น ส่วนบริเวณด้านนอกอาคารที่มีมูลสุนัขส่งกลิ่นเหม็นเนื่องจากเป็นที่ของเอกชนก็ให้ "เทศบาลนครยะลา" ติดต่อเจ้าของที่ดินเพื่อให้ความยินยอมให้เทศบาลเข้าไปปรับสภาพที่ดิน ด้วยการนำทรายไปฝังกลบมูลสุนัข
"ผลการเจรจาไกล่เกลี่ยเป็นที่พอใจ ท้ังผู้ร้องเรียนและผู้ถูกร้องเรียน ซึ่งก็เป็นอีกภาระหน้าที่หนึ่งของอัยการในการเข้าไปแก้ไขปัญหาข้อพิพาทของประชาชนในระดับชุมชนเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งของสังคม ทำให้ประชาชนอยู่ร่วมกันได้โดยสงบสุขต่อไป" นายโกศลวัฒน์ รองโฆษกอัยการสูงสุด กล่าวในตอนท้าย



