
วาระซ้อนเร้นของเขมร
ลูกไม้ใหม่จากกัมพูชาปรากฏให้เห็นแล้ว เมื่อรัฐมนตรีต่างประเทศ ฮอร์ นัมฮง ทำหนังสือเสนอให้ไทยเสนอข้อพิพาทชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชาเข้าสู่ที่ประชุมสุดยอดอาเซียนที่จะจัดที่ชะอำ อ.หัวหิน ในช่วงปลายเดือนนี้
เป็นข้อเสนอที่คนไทยจับได้ทันทีว่า เป็นลูกเล่นเพื่อที่จะสร้างความได้เปรียบในเวทีสากล เราต้องรู้ทันต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของกลยุทธ์กลเม็ดของฝ่ายกัมพูชา
เพราะว่าถ้าหากเรื่องไทย-กัมพูชาเข้าสู่ที่ประชุมสุดยอดอาเซียน อาเซียนก็จะตั้งกรรมการสากล อย่างน้อยที่สุดก็เริ่มจากสมาชิกในอาเซียนก่อน บางประเทศก็จะเข้าข้างกัมพูชา อีกบางประเทศก็จะเข้าข้างประเทศไทย จะทำให้เกิดความแตกแยกในอาเซียน
จากนั้นอาเซียนก็จะโยนเผือกร้อนลูกนี้ไปสู่สหประชาชาติ ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของกัมพูชา เพราะถ้าหากเข้าสู่สหประชาชาติหลักฐานต่างๆ ที่ผ่านมาจะทำให้กัมพูชาได้เปรียบ โดยเฉพาะเมื่อมีมติของศาลโลกก่อนหน้านี้แล้ว จึงเป็นสงครามยืดเยื้อที่กัมพูชาคิดว่าตัวเองจะได้เปรียบ
ไทยยืนยันว่า นี่เป็นกรณีพิพาทระหว่างสองประเทศเป็นเรื่องทวิภาคี มีคณะกรรมการชายแดน มีกลไกการแก้ปัญหาอยู่แล้ว ทำไมกัมพูชาจึงไม่พยายามหาทางยุติด้วยกลไกที่มีอยู่ ทำไมจึงส่งเรื่องสู่อาเซียนการโยนลูกสู่เวทีอาเซียนเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการทำให้เป็นประเด็นสากล
และกัมพูชาเชื่อมั่นว่า ตัวเองจะได้เปรียบ ถ้าหากเรื่องนี้เกิดเป็นกรณีระหว่างประเทศขึ้นมา ไทยต้องพยายามบอกกล่าวกับกัมพูชาว่า เรื่องนี้ต้องจบระหว่างสองประเทศ
สิ่งที่ควรทำทันทีก็คือ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ กับนายกรัฐมนตรีฮุน เซน ต้องมีการประชุมสุดยอดตัวต่อตัวเพื่อคลี่คลายความตึงเครียด แล้วจึงส่งเรื่องลงมาระดับคณะกรรมการชายแดน เพราะว่าส่งเรื่องจากข้างล่างขึ้นไปมีความสลับซับซ้อนมากกว่า
ต้องสร้างบรรยากาศของสมานฉันท์ระหว่างทั้งสองประเทศก่อน ปัญหาไม่ว่าจะสลับซับซ้อนอย่างไรแก้ได้
สุทธิชัย หยุ่น



