
ห้ามส่งออกน้ำมันเตาจี้"เชฟรอน"ผลิตเพิ่มหลังแหล่งบงกชชะงัก
กระทรวงพลังงานห้ามส่งออกน้ำมันเตาชั่วคราว พร้อมเรียกการผลิตเพิ่มจากเชฟรอน ขอความร่วมมือบีแอลซีพี-โรงไฟฟ้าราชบุรี เลื่อนการซ่อมบำรุงใหญ่ หลังปิดซ่อมแซมแหล่งบงกช
นายณอคุณ สิทธิพงศ์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะทำงานติดตามการบริหารเชื้อเพลิง เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์การหยุดผลิตก๊าซธรรมชาติจากแหล่งบงกชเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมานั้น จากการตรวจสอบระบบปกติตามมาตรฐานพบว่าส่วนของท่อส่งก๊าซที่อยู่ระหว่างวาล์วมีการสึกกร่อน ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยจึงได้มีการหยุดผลิตก๊าซจากแหล่งดังกล่าวเพื่อทำการซ่อมแซม ส่งผลให้ปริมาณก๊าซธรรมชาติหายไปจากระบบประมาณ 600 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ทั้งนี้ เพื่อแก้ไข
สถานการณ์การขาดแคลนก๊าซ คณะทำงานซึ่งมีตัวแทนจากหลายฝ่ายที่ได้หารือร่วมกันและวางแนวทางแก้ไขโดยมอบหมายให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ประสานกับผู้ประกอบการเพื่อเพิ่มการผลิตก๊าซจากแหล่งในประเทศ ในปริมาณ 310 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ประกอบด้วย แหล่ง U123 ของบริษัทเชฟรอน เพิ่มขึ้น 100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เป็น 1,030 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน แหล่งเบญจมาศของบริษัทเชฟรอน เพิ่มขึ้นอีก 70 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เป็น 170 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และให้เร่งการผลิตก๊าซจากแหล่งอาทิตย์เหนือของ ปตท.สผ. เข้าสู่ระบบโดยเร็วที่สุดในปริมาณ 140 ลูกบาศก์ฟุตต่อวัน
รวมทั้งยังมอบหมายให้ ปตท.เป็นฝ่ายจัดหาน้ำมันเตาเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว ปริมาณ 38 ล้านลิตร และให้กรมธุรกิจพลังงานออกประกาศเพื่อห้ามการส่งออกน้ำมันเตาที่มีสัดส่วนกำมะถัน 0.5% พร้อมกันนี้ได้ให้ กฟผ.รับซื้อน้ำมันเตาจากบางจากในปริมาณ 30 ล้านลิตร สำหรับใช้ที่โรงไฟฟ้าพระนครใต้ พร้อมกับให้เจรจากับบริษัทราชบุรีผลิตไฟฟ้าให้เลื่อนการซ่อมบำรุงใหญ่ออกไปอีก 18 วัน นอกจากนี้ คณะทำงานยังได้ขอให้บีแอลซีพี เจรจากับผู้รับเหมาจากต่างประเทศเพื่อเลื่อนการซ่อมบำรุงใหญ่ออกไปก่อนที่จะเริ่มในวันที่ 14 ตุลาคมนี้ด้วย ซึ่งหากการเจรจาสำเร็จจะทำให้ลดการใช้น้ำมันเตาได้ถึงวันละ 3 ล้านลิตร



