ข่าว

"สันธนะ"ได้ประกัน เปิดศึก 5 นายพลเบื้องหลังโดนคดีมาเฟีย

"สันธนะ"ได้ประกัน เปิดศึก 5 นายพลเบื้องหลังโดนคดีมาเฟีย

14 พ.ค. 2561

ศาลอนุญาตให้"พ.ต.ท.สันธนะ"ประกันตัว 3 แสนบาท จ่อฟ้องกลับตำรวจชุดจับกุมรวมทั้ง 8 ผู้ค้าตลาดใหม่ดอนเมือง เปิดศึก 5 นายพลอยู่เบื้องหลังเล่นงานคดีมาเฟีย

          หลังจาก พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ประธานที่ปรึกษา บริษัท ตลาดใหม่ดอนเมือง ผู้ต้องหาคดีกรรโชกทรัพย์ ถูกควบคุมตัวไว้ที่ สน.ดอนเมือง เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไปฝากขังผัดแรกที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อช่วงเช้าวันที่ 13 พฤษภาคม พร้อมคัดค้านการประกันตัว อย่างไรก็ตาม ทนายความของพ.ต.ท.สันธนะได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอประกันตัวในวงเงิน 3 แสนบาท ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวได้ โดยมีเงื่อนไขห้ามยุ่งเหยิงพยานหลักฐานเเละห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นเเต่จะได้รับอนุญาตจากศาลเเละให้ผู้ต้องหามารายงานตัวต่อศาลในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้

"สันธนะ"ได้ประกัน เปิดศึก 5 นายพลเบื้องหลังโดนคดีมาเฟีย
 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 13 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง ควบคุมตัว พ.ต.ท.สันธนะ ไปฝากขังผัดแรกที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ทันทีที่ พ.ต.ท.สันธนะ เดินลงมาจากห้องคุมขัง มีสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมที่มือใส่กุญแจ ชูมือให้สื่อบันทึกภาพ

          พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า เมื่อคืนนอนหลับฝันดีเพราะที่ สน.ดอนเมืองก็เคยเป็นที่ทำงานเก่า สมัยเป็นสารวัตรสืบสวน สน.ดอนเมือง และไม่กังวลเรื่องคดี รู้มาว่ามีคำสั่งพิเศษจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ใส่กุญแจมือ เปรียบเหมือนนาฬิกายี่ห้อโรเล็กซ์ เป็นยี่ห้ออื่นไม่ได้ จึงยินดีทำตามความต้องการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกล่าวทิ้งท้าย “กูไม่ยอมพวกมึง ไม่มีวัน” ก่อนจะยกมือไหว้สื่อมวลชนที่มารอทำข่าวและเดินขึ้นรถตู้สน.ดอนเมืองเพื่อไปศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก

 

          ต่อมาเวลา 09.09 น. รถตู้ของตำรวจ สน.ดอนเมือง เดินทางมาถึงศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พ.ต.ท.สันธนะ ได้ลงจากรถก่อนชูมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะพร้อมกล่าวว่า นี่เป็นออเดอร์ ตนเป็นลูกค้าวีวีไอพีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะที่นั่งรถมามีคำสั่งพิเศษบอกว่าให้กลับไปที่สถานีตำรวจใหม่อีกรอบหนึ่ง เมื่อคืนมีคนของตัวเองดูแลก็เรียบร้อยดี ขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วง ได้เตรียมหลักทรัพย์มาพร้อม

"สันธนะ"ได้ประกัน เปิดศึก 5 นายพลเบื้องหลังโดนคดีมาเฟีย
 

          “ผมมั่นใจในกระบวนการศาลยุติธรรม ผมไม่ได้กระทำผิดอะไร ถ้าประเทศนี้แผ่นดินนี้คนไม่ได้กระทำผิดแล้วถูกกระทำแบบผม ประชาชนสังคมจะอยู่ได้ไหม มีพ่อค้าแม่ค้า 8 ราย มาบอกว่าผมไปรีดเก็บเงินไถเงินเดือนละ 1,500 บาท เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ผมได้รับรายชื่อทั้ง 8 รายแล้ว ผมดำเนินการฟ้องร้องพ่อค้าแม่ค้าพวกนี้กลับแน่ คนอย่างผม ผมดูชื่อ ผมไม่เคยรู้ว่าเขาขายอยู่ตรงไหน ร้านไหน ผมไม่รู้จัก เป็นเรื่องจริงที่ 8 หมายไม่มีผู้เสียหายมันเป็นกระบวนการที่ผิดปกติไปทุกขั้นตอน ผมไม่มีวันยอมพวกคุณ” พ.ต.ท.สันธนะ กล่าว

          นายอภิชาติ ครัวเชื้อ ทนายความ พ.ต.ท.สันธนะ ได้เดินทางมาที่ศาลอาญาเพื่อเตรียมยื่นประกันพ.ต.ท.สันธนะ พร้อมกล่าวว่า ได้เตรียมหลักทรัพย์สำหรับยื่นประกันเป็นเงินสด 8 เเสนบาท เเต่ขณะนี้ทราบว่าพนักงานสอบสวนยังไม่ยื่นคำร้องฝากขัง ส่วนที่จะมีการเเจ้งข้อหาพ.ต.ท.สันธนะเพิ่ม หลังจากมีพ่อค้าเเม่ค้ามาเเจ้งความนั้น การเเจ้งข้อหาเพิ่มจะต้องมีการสอบสวนก่อนจึงจะเเจ้งข้อหาเพิ่มได้ หลังจากนี้ก็จะต้องดูว่าหากยื่นประกันตัวเเล้วศาลอนุญาตให้ประกัน พนักงานสอบสวนจะมาเชิญตัวไปสอบสวนหรือไม่ หากเชิญไปสอบสวนก็เชื่อว่าพ.ต.ท.สันธนะ มีความพร้อมที่จะไป เเต่ถ้าหากจะมีการอายัดตัวก็จะต้องมีหมายมาด้วย ซึ่งในการยื่นขอปล่อยชั่วคราวนั้นเราได้ยื่นคำร้องไปว่าหากมีการขอออกหมายจับพ.ต.ท.สันธนะ ขอศาลท่านพิจารณาไม่ออกหมายจับ หากมีการเเจ้งข้อหาเพิ่มอีกเนื่องจากตัวของ พ.ต.ท.สันธนะ อยู่ในอำนาจศาลจากการฝากขังครั้งนี้เเล้วจึงไม่มีเหตุที่จะต้องออกหมาย ส่วนเรื่องการฟ้องกลับกลุ่มพ่อค้าเเม่ค้า 8 รายนั้น ยังไม่ได้คุยรายละเอียดกัน เเต่ตนยังไม่เห็นด้วยอยากให้มีการสู้คดีนี้ให้เรียบร้อยก่อน


"สันธนะ"ได้ประกัน เปิดศึก 5 นายพลเบื้องหลังโดนคดีมาเฟีย
 

          นายอภิชาติกล่าวต่อว่า พ.ต.ท.สันธนะ ไม่ได้กังวลอะไรกับหมายจับเเต่จากการสอบสวนเมื่อวานนี้ (12 พ.ค.) รายละเอียดการบรรยายพฤติการณ์ในหมายจับทั้ง 8 ใบมีการบรรยายรายละเอียดว่ามีการเรียกเก็บเงิน กรรโชกทรัพย์กี่ครั้ง ซึ่งหมายจับใบหนึ่งเฉลี่ยเเล้ว 25 ครั้ง คดีนี้อัตราโทษสูงสุด 5 ปี ลองเอา 25 คูณ 5 เข้าไปคดีหนึ่งร้อยกว่าปี เเล้ว 8 คดี ไม่เป็นพันปีเลยหรือ

          “เรื่องนี้เกิดจากการขัดผู้มีอำนาจของรัฐซึ่งพ.ต.ท.สันธนะก็ให้บันทึกไว้อยู่ในคำให้การว่าเรื่องราวความขัดเเย้งเป็นอย่างไร เหตุเกิดตรงไหนขัดเเย้งกับใครบ้างมีการวิวาทะกันร้องเรียนกัน จนมามีการบุกค้นตลาดเเละถูกจับคดีนี้ พวกเราไม่เคยสังเกตเลยหรือว่าตลาดมีตั้งมากมายลักษณะนี้ เเละเป็นการกระทำที่เกินขอบเขตของกฎหมายหรือไม่ ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวเเล้วเอาอำนาจรัฐใช้กฎหมายมากระทำเเบบนี้ ขนาดเป็นคนมีชื่อเสียงเป็นตำรวจเก่ารู้เชิงกันยังโดนเเบบนี้ถ้าเป็นคนธรรมดาจะโดนอย่างไร” นายอภิชาติกล่าว

"สันธนะ"ได้ประกัน เปิดศึก 5 นายพลเบื้องหลังโดนคดีมาเฟีย
 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 12.27 น. ภายหลังคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่ง ตร.ที่317/2561 โดยพ.ต.ท.ธรรมรักษ์ เรืองดิษฐ์ พนักงานสอบสวนได้นำตัวพ.ต.ท.สันธนะมาถึงศาลอาญาเพื่อยื่นคำร้องฝากขังครั้งเเรก พนักงานสอบสวนได้เตรียมคำร้องมา 8 คำร้องตามหมายจับ เเต่ได้นำคำร้องทั้งหมดไปเเก้ไขรวมเป็นคำร้องเดียว โดยระบุพฤติการณ์สรุปว่าตั้งเเต่ช่วงเมษายน 2559-เมษายนปี 2561 ต่อเนื่องกัน ผู้ต้องหากับพวกรวม 11 คนได้ร่วมกันเรียกเก็บเงินเป็นรายเดือนจากผู้ค้าเครื่องสำอางอาหารเสริมบำรุงสุขภาพในตลาดใหม่ดอนเมืองร้านละ 1,000-3,000 บาท โดยผู้ต้องหาจะเเบ่งหน้าที่กันทำ เรียกเก็บเงินช่วงปลายเดือนของทุกเดือน มีการเรียกเก็บค่าจอดรถยนตร์เดือนละ 700 บาท ค่าจอดรถจักรยานยนต์เดือนละ 300 บาท

          มีพฤติกรรมเป็นการข่มขู่คุกคามผู้ขายจนทำให้เกิดความว่าจะเกิดอันตรายหากไม่ยอมจ่ายเงินดังกล่าว จากการสอบสวนขณะนี้มีผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 9 คดี เเละมีคดีที่ร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่พ.ต.ท.สันธนะ 8 คดี การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐานร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 337, เหตุเกิดที่ตลาดใหม่ดอนเมือง อาคารเเอร์พอร์ต พลาซ่า เเขวงเเละเขตดอนเมือง กทม.

          กระทั่งวันที่ 12 พฤษภาคม 2561 เจ้าพนักงานตำรวจได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหานี้ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1015/2561 ลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2561 ข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ ได้ที่บ้านพักบิดาย่านถนนเรียบด่วนรามอินทราชั้นจับกุมเเละชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธข้อหา

          ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนจะต้องสอบสวนพยานบุคคลเพิ่มเติมอีก 50 ปาก รอผลตรวจสอบพิมรายนิ้วมือเเละประวัติการต้องโทษผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากรด้วยความจำเป็นดังกล่าวจึงขอฝากขังผู้ต้องหานี้ไว้ 12 วัน ตั้งเเต่ 13-24 พฤษภาคม

"สันธนะ"ได้ประกัน เปิดศึก 5 นายพลเบื้องหลังโดนคดีมาเฟีย
 

          ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากคดีนี้มีการกระทำเป็นขบวนการมีผู้เสียหายจำนวนมากเเละทางการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมข่มขู่คุกคามผู้เสียหายเเละพยาน ประกอบกับการตรวจสิบประวัติเบื้องต้นทราบว่าผู้ต้องหากับพวกเคยถูกจับกุมในความผิดฐานร่วมกันมีอวุธปืนเเละเครื่องกระสุนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวพาไปในเมือง หมู่บ้าน โดยไม่ได้รับอนุญาตเเละไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนเเละร่วมกันมีวิทยุโทรคมนาคมไว้ในครอบครอง โดยในการจับกุมพบว่าผู้ต้องหากับพวกมีการครอบครองอาวุธปืนมากถึง 5 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนถึง 70 นัด อันมีลักษณะเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง หากศาลให้ประกันตัวเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ทั้งผู้ต้องหามีการกระทำต่างกรรมต่างวาระกันหลายคดีมีผู้เสียหายมากกว่า 127 รายได้มาเเจ้งความดำเนินคดีไว้ ทั้งยังมีความผิดเกี่ยวเนื่องอื่นๆ ที่เป็นข้อหาหนักเเละมีอัตราโทษสูง ซึ่งเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานทั้งพยานเอกสารเเละพยานบุคคลจนพยานบุคคลเเละผู้เสียหายเกิดความเกรงกลัว เพราะเคยถูกกลุ่มผู้ต้องหาข่มขู่ให้จ่ายเงิน

          นอกจากนี้ผู้ต้องหาเป็นหัวหน้ากลุ่มเเละมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 20 คน กระจายตัวอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ผู้ต้องหาอาจสั่งการให้ลูกทีมในพื้นที่ทำร้ายหรือข่มขู่ผู้เสียหายเเละพยานในคดีนี้ อันอาจทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายเเรงได้ รวมทั้งขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นจับกุมบริเวณตลาดใหม่ดอนเมืองกลุ่มผู้ต้องหาก็ยังปลอมตัวเป็นสื่อมวลชนปะปนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเเสดงตนให้กลุ่มผู้เสียหายเเละพยานเห็นอย่างเด่นชัดว่าผู้ต้องหากับพวกยังมีอำนาจเเละศักยภาพในการปฏิบัติการที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้เสียหายเเละพยานได้ เเละปรามไม่ให้ผู้เสียหายเเละพยานให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจอันเป็นอุปสรรคก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงาน หรือการดำเนินคดีในชั้นศาล อีกทั้งผู้ต้องหากับพวกได้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเเละเจ้าหน้าที่ของทางราชการอื่นๆ

          ดังนั้นการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาจะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงานหรือการดำเนินคดีในศาล

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.(พิเศษ) สมชาย ประยูรรัตน์ อายุ 91 ปี บิดาของพ.ต.ท.สันธนะเเละกลุ่มผู้ติดตามประมาณ 7-8 คน ซึ่งเป็นเพื่อนเเละผู้ติดตามของพ.ต.ท.สันธนะ ได้เดินทางมาเยี่ยมเเละให้กำลังใจ โดยพ.ต.อ.พิเศษ สมชาย นั่งรถวีลเเชร์รอฟังผลการประกันตัวของบุตรชายที่ในส่วนของงานประกันตัว

"สันธนะ"ได้ประกัน เปิดศึก 5 นายพลเบื้องหลังโดนคดีมาเฟีย
 

          ขณะที่นายอภิชาติ ครัวเชื้อ ทนายความได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 3 เเสนบาท ขอปล่อยชั่วคราว พ.ต.ท.สันธนะระหว่างฝากขัง ศาลพิจารณาคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เเล้วมีคำสั่งอนุญาตให้พ.ต.ท.สันทนะประกันตัวไป โดยตีราคาประกัน 3 เเสนบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน เเละห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นเเต่จะได้รับอนุญาตจากศาลเเละให้ผู้ต้องหามารายงานตัวต่อศาลในวันที่ 2 กรกฎาคม เวลา 09.00 น.

 

          หลังจากศาลอนุญาตให้ประกัน พ.ต.ท.สันธนะ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตั้งเเต่พนักงานสอบสวนพาตนเดินทางออกจาก สน.ดอนเมือง ได้สังเกตเห็นความผิดปกติโดยมีการสั่งการถ่วงเวลา โดยอ้างว่ารอเอกสารคำร้องฝากขังพร้อมมีคำสั่งพิเศษมาให้ใช้เครื่องพันธนาการควบตัวตนอย่างเเน่นหนาโดยใส่กุญเเจมือ จนใกล้จะมาถึงศาลอาญาก็มีโทรศัพท์คำสั่งพิเศษโทรมาอีกว่าให้เอาตัวผมกลับไปยัง สน.ดอนเมือง ตนจึงเเจ้งคนควบคุมตัวไปว่าขณะนี้คุณได้ควบคุมตัวผมพร้อมเอกสารเข้ามาในเขตอำนาจศาลเเล้ว หากคุมตัวผมกลับไม่เเน่ว่าจะเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ คนควบคุมเลยจำเป็นต้องนำตนไปควบคุมที่ศาลอาญา

"สันธนะ"ได้ประกัน เปิดศึก 5 นายพลเบื้องหลังโดนคดีมาเฟีย
 

          พ.ต.ท.สันธนะกล่าวว่า ทราบว่ามีการนำคำร้องฝากขังกลับไปเเก้ไขได้ ซึ่งในคดีของตนมีการทำคำร้องเพิ่มเติมเพื่อที่จะไม่ให้ศาลอนุญาตปล่อยชั่วคราว เเต่เมื่อมีการยื่นคำร้องฝากขังไปเเล้ว ศาลท่านมีความเห็นว่าคดีของตนเเม้จะเป็นการกระทำหลายครั้งในเวลาต่อเนื่องเเต่เป็นความผิดเดียวกันผู้ต้องหาคนเดียวกัน จึงสั่งให้รวมคำร้องฝากขังเป็นคำร้องเดียวกันทั้ง 8 คดี ซึ่งผู้พิพากษาองค์คณะที่พิจารณาก็ได้เเจ้งคำร้องให้ตนทราบ เเละตนก็ไม่คัดค้านการฝากขัง ต่อมาจึงเป็นการพิจารณาในเรื่องขอประกันตัว ซึ่งคดีนี้พนักงานสอบสวนเสนอศาลค้านการปล่อยชั่วคราวเเต่องค์คณะมีความเห็นอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวได้ โดยมีหลักประกันเป็นเงินสด 3 เเสนบาท กำหนดเงื่อนไขห้ามยุ่งเหยิงพยานหลักฐานเเละห้ามข่มขู่ผู้เกี่ยวข้องในคดีซึ่งตนไม่ทำอยู่เเล้ว เเต่รายละเอียดในคดีอย่างที่เคยเเจ้งว่าตนไม่คิดจะหลบหนี พอออกหมายจับก็เดินทางกลับมามอบตัวมีการประสานงานกับผกก.สน.โชคชัยให้แก่เจ้าหน้าที่ให้มารับตัว ไม่ได้ถูกรวบตัว ผกก.ก็รับทราบ เเต่พอมีโทรศัพท์สั่งการมา ผกก.สน.โชคชัย ก็เปลี่ยนท่าทีจากที่เคยรับทราบเรื่องการติดต่อมอบตัวของตนทุกครั้ง

          “ถ้ามีโทรศัพท์เข้ามามันจะเพี้ยนไปหมด เหมือนตอนมาศาลดีนะเขาโทรมาช้ารถเลี้ยวเข้าประตูศาลมาเเล้วถ้ายังไม่เลี้ยวสงสัยได้วนรถกลับไปยังสน.ดอนเมืองอีก คดีนี้มีเหตุที่จะมีการสั่งการเป็นระยะให้มันมีเหตุเปลี่ยนเเปลงกันตลอดผมก็ไม่อยากให้ผู้ปฏิบัติเดือดร้อน เสียงนั้นมาจากสวรรค์หรือนรกสั่งมา ทำไปอย่าให้คุณเดือดร้อน เดี๋ยวไอ้เสียงนั้นไว้เจอผมดีกว่าว่าใครจะเสียงดังกว่ากัน ตอนนี้ผมหวังพึ่งศาลยุติธรรมเป็นที่สุด” พ.ต.ท.สันธนะ กล่าว

"สันธนะ"ได้ประกัน เปิดศึก 5 นายพลเบื้องหลังโดนคดีมาเฟีย
 

          พ.ต.ท.สันธนะกล่าวถึงเรื่องที่เคยระบุว่ามีความขัดเเย้งกับผู้มีอิทธิพลฝ่ายรัฐว่า เรื่องนี้เริ่มต้นจาก 3 นายพลตำรวจ ตอนนี้ขยับเป็น 5 นายพลที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบมุ่งเป้าหมายมาที่ตน ดูการปฏิบัติจากควบคุมตนก็จะทราบได้เลยว่ามีการเตรียมกำลังมาเป็นร้อยเเละเตรียมปฏิบัติการด้วยความรุนเเรง บุกค้นคอนโดจนคนเเตกตื่น โดยตนจะทำหนังสือถึงผบ.ตร.ให้ทราบว่าใครคือนายพลที่มีปัญหากับตน 3 คน เเละการปฏิบัติที่ผ่านมาเป็นการปฏิบัติที่รุนเเรงเเละเลือกปฏิบัติ

          “หลังจากนี้ในทางคดีที่มี 8 พ่อค้าเเม่ค้าร้องทุกข์ทำให้สงสัยว่าผมไปรีดทรัพย์ใครในหมายจับก็ไม่ได้ระบุข้อเท็จจริง ไม่รู้เลยทั้งที่เป็นผู้ต้องหา ต่อมาถึงทราบว่ามีกลุ่มผู้ค้า 8 รายที่เต็มใจมาชี้ตัวผมกับพนักงานตลาดร่วมกันข่มขู่บังคับเรียกเก็บ ไม่งั้นจะเปิดขายไม่ได้ทั้งที่ตลาดมีร้านค้ากว่า 500 ร้านค้ามีคุณเปิดไม่ได้ 8 ร้านค้า เรื่องนี้เชื่อว่าจะต้องมีการชักจูงโน้มน้าว 8 คนดังกล่าวผมได้ชื่อเเล้วต่อไปจะตรวจสอบว่าเป็นผู้ค้าจริงหรือไม่อยู่ล็อกไหน ผมไปเดินผ่านร้านเรียกเก็บตอนไหน ซึ่งทั้ง 8 ราย ผมอ่านชื่อเเล้วไม่รู้จักเลย จำเป็นต้องฟ้องกลับเเน่นอน ส่วนหากมีการมาร้องผมเพิ่มเเละมีการขอออกหมายจับอีกเรื่องนี้ทนายความของผมได้ยื่นคำร้องขอขอศาลว่าหากมีการเพิ่มผู้เสียหายก็ให้เเจ้งข้อหามา เเต่ในส่วนเรื่องการขอออกหมายจับหมายค้นที่มีการเตรียมการไว้ก่อน ขอให้ศาลพิจารณาให้ความเป็นธรรม เนื่องจากคดีนี้อยู่ในอำนาจศาลเเล้ว” พ.ต.ท.สันธนะกล่าว

"สันธนะ"ได้ประกัน เปิดศึก 5 นายพลเบื้องหลังโดนคดีมาเฟีย
 

          อดีตรองผกก.สันติบาล กล่าวว่า ไม่เคยมีการปฏิบัติเเบบนี้ ส่วนที่ว่าผมกร่างโวยวายเป็นคาแรกเตอร์ผมยอมรับ ผมไม่ยอมใคร ผมไม่เคยรีดไถใคร ไม่มีใครเคยมาฟ้องผม จะมีก็ตำรวจกลุ่มนี้เท่านั้น โดยหลังจากนี้หากมีตำรวจมาปฏิบัติกับผมอย่างไร ผมก็โต้กลับโต้ในทางกฎหมาย ผมเชื่อในศาลยุติธรรม

          พ.ต.ท.สันธนะกล่าวอีกว่า ทนายความได้ทำคำร้องต่อศาลแล้วว่าหากมีผู้าค้าอีก 50-100 รายมาแจ้งก็ให้แจ้งไป แต่ขอให้คำนึงถึงสิทธิของตนที่จะมาออกหมายจับ

          “เป็นการเลือกปฏิบัติกับผมหรือไม่ เหมือนมีการเตรียมการไว้ก่อน อย่างเช่นเมื่อช่วงเช้าที่เขากระทำกับผม บังคับว่าต้องใส่กุญแจมือห้ามเอาผ้าผูกมือผม ผมจึงบอกเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมตัวผมว่าไม่เป็นไร ผมเชื่อมั่น และอยากให้ทุกคนสบายใจ ผมก็ยกมือให้ถ่าย ผมไม่ได้อับอาย แต่ความอับอายน่าจะเป็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่กระทำต่อผม ไม่เคยมีการปฏิบัติแบบนี้อย่างที่พวกท่านก็ทราบดี จะมาตำหนิว่าผมกร่าง พูดมาก อย่างนี้อย่างนั้น ผมเป็นคนแบบนี้ผมก็ยอมรับว่าผมเป็นคนไม่ยอมใคร คำว่าไม่ยอมหมายถึงว่าผมไม่ได้กระทำผิดนะถูกไหมที่มากล่าวหาผม ผมสู้ตาย ผมพูดแค่นี้ ผมเป็นคนแบบนี้ ผมสู้มาทั้งชีวิต มีเบื้องหน้าเบื้องหลังแน่ มีวาระซ่อนเร้นอะไร กระทั่งประสงค์ต่อชีวิตผมเลย”

"สันธนะ"ได้ประกัน เปิดศึก 5 นายพลเบื้องหลังโดนคดีมาเฟีย
 

          พ.ต.ท.สันธนะกล่าวว่า อย่างไรก็ตามจะดำเนินการกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่เหล่านั้นแน่นอน เพราะว่าไม่ถูกต้องและไม่ชอบธรรม หลังจากนี้ก็จะขอพักผ่อนนิดนึง ขอสักวันแล้วก็จะเริ่มต้นต่อ ขอให้น้ำก่อน เดี๋ยวมีต่อ ขอบคุณทุกคนนะ

"สันธนะ"ได้ประกัน เปิดศึก 5 นายพลเบื้องหลังโดนคดีมาเฟีย
 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จ พ.ต.ท.สันธนะได้เดินเข้าไปที่รถตู้สีดำที่มี พ.ต.อ.(พิเศษ) สมชาย บิดา นั่งอยู่พร้อมกับนั่งลงกราบที่ตักพร้อมสวมกอดก่อนเดินขึ้นรถอีกคันกลับไป

"สันธนะ"ได้ประกัน เปิดศึก 5 นายพลเบื้องหลังโดนคดีมาเฟีย
 

          เมื่อเวลา 12.45 น.วันเดียวกัน ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมคณะทำงานคดีกวาดล้างเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมไม่มีอย. และสินค้าผิดกฎหมาย ที่ตลาดใหม่ดอนเมือง ร่วมประชุมความคืบหน้าของคดีและคดีของพ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ผู้ต้องหาคดีกรรโชกทรัพย์

          พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวภายหลังการประชุมเสร็จสิ้นว่าในวันนี้ (13 พ.ค.) พนักงานสอบสวนไปยื่นคำร้องฝากขังพ.ต.ท.สันธนะ ผัดแรกโดยแนบคำร้องไปว่าคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติการณ์จะหลบหนี เจ้าหน้าที่ต้องสืบสวนและจับกุม และผู้ต้องหามีการกระทำผิดในอีกหลายข้อหา ขณะนี้มีผู้เสียหายเข้ามาให้ปากคำแล้วมากกว่า 100 ราย นอกจากนี้ยังมีความผิดเพิ่มเติมที่มีอัตราโทษสูงยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนเพื่อแจ้งข้อหาเพิ่ม หากผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวอาจจะหลบหนีได้และไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ทั้งนี้ มีกลุ่มผู้ต้องหาอีกหลายคนซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับ

"สันธนะ"ได้ประกัน เปิดศึก 5 นายพลเบื้องหลังโดนคดีมาเฟีย
 

          พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวต่อว่า ขณะนี้ พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น.ในฐานะหัวหน้าทีมชุดสอบสวน ได้สืบสวนจนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหารายอื่นๆ ได้แยกย้ายกันหลบหนีออกไปจากพื้นที่ตลาดใหม่ดอนเมืองแล้ว มีทั้งไปต่างจังหวัดและออกไปอยู่ตามตะเข็บชายแดน แต่ยืนยันว่าไม่สามารถหลบหนีออกนอกประเทศได้เพราะมีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว

          พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวต่อว่า ให้ความมั่นใจแก่ผู้เสียหายและพยานทั้งหมดในคดีนี้ว่าจะไม่ถูกดำเนินคดี แต่หากถูกผู้ต้องหาฟ้องร้องตามที่พูดออกสื่อไว้นั้นเจ้าหน้าที่จะให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ เพราะจากที่สอบสวนพยานผู้เสียหายพบว่าเป็นความจริง หากมีใครหมายจะดำเนินคดีต่อผู้เสียหายเหล่านี้อาจจะกลายเป็นผู้กระทำความผิดเสียเองในฐานแจ้งความเท็จ หรือผิดฐานฟ้องคดีอันเป็นเท็จ นอกจากนี้ผู้เสียหายอีกร้อยกว่ารายก็ได้ร่วมสอบสวนด้วยตัวเองพบว่าเป็นผู้เสียหายจริง จ่ายเงินจริง

"สันธนะ"ได้ประกัน เปิดศึก 5 นายพลเบื้องหลังโดนคดีมาเฟีย
 

          พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวต่อว่า การดำเนินคดีแก่พ.ต.ท.สันธนะนั้นไม่มีการใส่ร้ายหรือกลั่นแกล้งใดๆ ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน เริ่มจากตนกับคณะทำงานได้รับรายงานว่ามีประชาชนเสียชีวิตจากการใช้ยา เครื่องสำอาง อาหารเสริมที่ไม่ได้มาตรฐาน จึงสืบสวนกระทั่งทราบต้นตอที่มาของสิ่งผิดกฎหมายเหล่านั้นอยู่ภายในตลาดใหม่ดอนเมือง จึงต้องดำเนินการแบบขุดรากถอนโคน แต่กลับมีผู้เข้ามาขัดขวางตามที่เป็นข่าว ตนจึงตรวจสอบลึกลงไปกระทั่งทราบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นที่ปรึกษาให้บริษัทที่เป็นผู้รับสัมปทาน หรือรับเช่าจากกรมธนารักษ์ และพบว่ามีกลุ่มคนกรรโชกทรัพย์ประมาณ 15-20 คน จึงขอยืนยันว่า เป็นการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร

          พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวด้วยว่า ในส่วนของคดีเมจิกสกินนั้น อยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐานและใกล้จะเรียกพยานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง บุคคลที่รีวิวสินค้า หรือผู้ที่เข้าข่ายให้การสนับสนุนมาสอบสวน และเร่งรัดผลตรวจผลิตภัณฑ์เมจิกสกิน เมื่อผลออกมาแล้วจะได้ดำเนินการแจ้งข้อหาผู้ที่กระทำผิดต่อไป