ข่าว

ปชป.-พท.รุมสับ"บิ๊กตู่"อย่าดราม่า-จี้เลิกพฤติกรรมดูด

ปชป.-พท.รุมสับ"บิ๊กตู่"อย่าดราม่า-จี้เลิกพฤติกรรมดูด

14 พ.ค. 2561

ปชป.-เพื่อไทยรุมสับ "บิ๊กตู่"ผลงาน 4 ปีไร้รูปธรรม เหน็บอย่าน้อยใจโดนด่า เหตุบริหารล้มเหลว แนะเลิกพฤติกรรมดูด นิด้าโพลชี้ปชช.เลือก พล.อ.ประยุทธ์นั่งนายกฯอีกสมัย

 

      เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการแก้ปัญหาความขัดแย้งตลอด 4 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่ายังไม่เห็นอะไรที่เป็นรูปธรรม มองว่าการที่ทำให้สถานการณ์สงบโดยใช้มาตรา 44 หรืออำนาจต่างๆ ไม่สามารถทำให้เกิดสันติสุขอย่างยั่งยืน วิธีที่จะสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืนคือการปรับความคิดให้เข้าใจตรงกัน อะไรที่ไม่สอดคล้องก็ขอให้ใช้เหตุและผล โดยตั้งอยู่บนความคิดดี ทำดี พูดดี ปรารถนาดีต่อกัน ส่วนอะไรที่ไม่ตรงกันก็ต้องดูว่าจะปรับอย่างไร ไม่อยากให้ผู้มีอำนาจใช้เพียงกฎหมาย มาตรา 44 หรือความกลัว แต่อยากให้ใช้ความเข้าใจ เพราะคนไทยเป็นพี่น้องกัน คนไทยไม่ใช่คนพูดยาก ถ้าได้คุยกัน ได้ฟังกัน หาแนวทางร่วมกันไม่ว่าฝ่ายไหน สีไหน ย่อมไม่ใช่เรื่องยาก หากเริ่มมองกันอย่างปรารถนาดีก่อน สำหรับการยกเลิกคำสั่งต่างๆ ของคสช.และมาตรา 44 เป็นข้อเรียกร้องที่มีมานาน ยิ่งใกล้วันเลือกตั้งผู้มีอำนาจควรคืนโอกาสในการแสดงความคิดเห็น ส่วนกรณีที่คสช.ใช้กลไกของภาครัฐเข้าไปตรวจสอบกลุ่มคนอยากเลือกตั้งนั้น อยากให้ผู้มีอำนาจรับฟังพูดคุยกันด้วยเหตุผล และสร้างความเข้าใจที่ดีต่อกัน เมื่อมีความคิดเห็นแตกต่างแล้วมองกันเป็นศัตรู จะทำให้การแก้ไขยากขึ้น

 

เชื่อ“ป๋าเหนาะ”ไม่ทิ้งเพื่อไทย

 

     คุณหญิงสุดารัตน์ ยังกล่าวถึงข่าวที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะลงพื้นที่จ.สระแก้ว เพื่อหากลุ่มสนับสนุนทางการเมือง ว่าการดูดกลุ่มการเมืองเป็นวิธีโบราณใช้กันมาจนรู้สึกว่าไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ แต่เราไปบังคับผู้มีอำนาจไม่ได้ ท่านใช้วิธีการนี้เพื่อเข้าสู่อำนาจต่อไปซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจเลือก แต่ท้ายที่สุดประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจ

 

     เมื่อถามว่า นายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย จะยังยืนเคียงพรรคเพื่อไทยหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า คนที่ทำงานเป็นตัวแทนของประชาชน มีจุดยืน มีอุดมการณ์ และมีความรับผิดชอบต่อประชาชนของตัวเอง คิดว่าน้อยคนที่จะกล้าทรยศต่ออุดมการณ์และประชาชนของตนเอง อย่างไรก็ตามไม่สามารถรับรองใครได้ แต่เชื่อว่าน้อยคนที่จะไป เพราะคนส่วนใหญ่ยังรักษาอุดมการณ์ รักษาความซื่อสัตย์ต่อประชาชน ส่วนคนที่ตัดสินใจไปก็แล้วแต่ละคน บางคนคิดว่าไปกับผู้มีอำนาจอาจจะเป็นเส้นทางที่ง่ายเพราะมีทั้งอำนาจเงินและอำนาจรัฐ แต่ตนคิดว่าหลายคนไม่ได้คิดถึงแค่เรื่องเงิน ทุกคนไม่ได้เห็นแก่อำนาจ ยังมีอุดมการณ์ มีจุดยืน และไม่กล้าทรยศชาวบ้าน

 

ปชป.-พท.รุมสับ"บิ๊กตู่"อย่าดราม่า-จี้เลิกพฤติกรรมดูด

 

      คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวถึงการออกคำสั่งของผู้อำนวยการเขตหลักสี่ที่ห้ามอดีตส.ส.พรรคเพื่อไทยทำกิจกรรมฉีดวัคซีนพิษสุนัขและฉีดยากันยุงให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ว่าถ้าเป็นกิจกรรมอะไรที่ทำแล้วประชาชนได้ประโยชน์ ก็ขออย่ามองเป็นการเมืองไปทุกอย่าง ส่วนการออกคำสั่งของรัฐที่ห้ามส.ส.ดำเนินการเป็นการใช้วิธีเก่าๆ ของผู้มีอำนาจมาห้ามคนอื่นที่จะทำความดีให้ประชาชน ทั้งนี้ถ้ารัฐสามารถทำงานได้ดี นายสุรชาติ เทียนทอง อดีตส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย รวมถึงคนอื่นๆ คงไม่ต้องออกมาดำเนินการอะไร

 

ปชป.-พท.รุมสับ"บิ๊กตู่"อย่าดราม่า-จี้เลิกพฤติกรรมดูด

 

ผลพวงจากการดูดใครตัวตลก.

 

     นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินสายจัดประชุมครม.สัญจร จนถูกมองเป็นการหาเสียงล่วงหน้าโดยทุ่มงบประมาณดูดอดีตส.ส.มาร่วมสนับสนุนรัฐบาล ว่านี่คือผลสำเร็จของการปฏิรูปการเมืองตามพิมพ์เขียวของกปปส.หรือไม่ ทัศนคติวิธีคิดจากวันยึดอำนาจถึงวันนี้มันพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ หรือยังคงดำรงเป้าหมายแบบเดิม นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ เคยแฉว่า ที่เขาล้มรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์ เพราะเขาอยากอยู่ยาว วันนี้ประชาชนสังเคราะห์ได้ว่าเขาคือใคร วันนี้แฉอีกแล้วว่าปฏิรูปไม่มีที่สิ้นสุด หลงทางให้ราชการทำมา 4 ปี มีแต่แผน การเมืองกลับไปสู่วังวนเก่าๆ และย้อนยุคไปหลายสิบปี พยายามทำให้การเมืองอ่อนแอเพื่อที่จะเอาผลประโยชน์และอำนาจมาเจรจาต่อรองได้สะดวกขึ้นหรือไม่

 

     “ความพยายามสร้างภาพว่าฝ่ายการเมืองบางกลุ่มยอมศิโรราบ แท้จริงแล้วต้องมองให้ดีว่าผลพวงจากการดูดหรือถูกดูด ใครเป็นตัวตลกหรือใครเป็นตัวโกงหรือไม่ ทั้งกุข่าว ปั่นราคา สร้างสถานการณ์ ฉายภาพให้เห็นว่ากลุ่มก๊วนต่างๆ ทางการเมืองต้องรีบกระโดดขึ้นรถ ถ้าไม่อยากตกรถเที่ยวสำคัญ จนจุดพลุผิดคิว หน้าแหกตามๆ กันไป ที่ทำไปเพื่อกดดันให้เอื้อต่อการดูดหรือไม่ นักการเมืองน้ำดีไม่น่าจะวิตกอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ใครทำอะไรประชาชนมองดูอยู่ ยุทธศาสตร์สืบทอดอำนาจจะสำเร็จได้ด้วยการดูดหรือไม่ ประชาชนจะเป็นผู้ให้คำตอบ แต่ถ้าการเดินสายลงพื้นที่อย่างหนักของรัฐบาลคสช.เป็นการหาเสียงล่วงหน้าจะเท่ากับเอางบประมาณแผ่นดินมาทำอีเวนท์ทางการเมืองมาหาเสียงหรือไม่ คสช.ทำถูกต้องหรือไม่ คุ้มค่าและประชาชนได้ประโยชน์หรือไม่” นายอนุสรณ์ กล่าว

 

ลั่นให้รอดูผลการเลือกตั้ง

 

    อย่างไรก็ตามปกติช่วงท้ายๆ ของรัฐบาลในช่วงรักษาการจะห้ามอนุมัติงบประมาณหรือโครงการที่มีผลผูกพันไปถึงรัฐบาลหน้า หรืออนุมัติไปเพื่อชิงความได้เปรียบ ห้ามแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่เตรียมการจะใช้เป็นมือเป็นไม้ในการเลือกตั้ง แต่ยุคนี้มีอำนาจเบ็ดเสร็จสามารถทำได้หมดแต่ก็ต้องรอดูผลการเลือกตั้ง แล้วสิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นก็จะได้เห็น ผลการเลือกตั้งที่มาเลเซีย ได้บอกแล้วว่าการครองอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จในช่วงเวลาที่ยาวนานไม่ช่วยอะไร” นายอนุสรณ์ กล่าว

 

ปชป.-พท.รุมสับ"บิ๊กตู่"อย่าดราม่า-จี้เลิกพฤติกรรมดูด

 

ไม่หวั่นดูดแต่กลัวไม่จัดเลือกตั้ง

 

    นายสามารถ แก้วมีชัย อดีตส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญพรรคพท. กล่าวว่า ยืนยันว่าในพื้นที่ภาคเหนือของพรรคยังเป็นปกติดี มั่นคงและคงที่ ไม่ถูกดูดออกไปอย่างแน่นอน หากใครขืนไปรับรองว่าประชาชนพิพากษาทันที ทั้งนี้พวกที่จะถูกผู้มีอำนาจดูดไปได้ก็จะมีแต่พวกที่มีแผล เป็นพวกพเนจรไร้ที่อยู่เท่านั้น เพราะคนที่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแล้วไม่มีใครไปไหนหรอก ทั้งนี้ก็ยังคิดอยู่ว่าพรรคทหารที่พยายามดูดขนาดนี้จะได้ ส.ส.สักกี่คน ที่แน่ๆ คือไม่มีทางได้ที่ 1 ในเขตไหนอย่างแน่นอน คงหวังเก็บเล็กผสมน้อยแล้วเอาไปรวมกับส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ก็ต้องตามดูว่าจะได้ส.ส.กี่คน อย่างไรก็ตาม ตนไม่ค่อยห่วงเรื่องพลังดูดของผู้มีอำนาจสักเท่าไร เพราะที่น่ากลัวกว่าพลังดูด คือรัฐบาลจะจัดการเลือกตั้งให้เกิดขึ้นเมื่อไร ถึงเวลาก็ไม่รู้ว่าจะใช้เล่ห์หรือโยกโย้อะไรอีก

 

‘ไพจิต’ยันสายอีสานยังปึ้กดูดยาก

 

     ที่ จ.นครพนม นายไพจิต ศรีวรขาน อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย จ.นครพนม อีกทั้งเป็นแกนนำกลุ่มส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ช่วงนี้เริ่มมีข่าวความเคลื่อนไหวของกระแสการเมืองเกี่ยวกับการดูดตัวนักการเมืองอดีตส.ส.เพื่อไทยในหลายพื้นที่ รวมถึงภาคอีสาน มาถึงวันนี้จากการพูดคุยหารือกับกลุ่มอดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย ยังคงยืนยันว่า ยังพร้อมที่จะให้การสนับสนุนช่วยเหลือพรรคเพื่อไทย ถึงแม้จะมีปัญหาเกี่ยวกับหัวหน้าพรรค หรือปัญหาการเมือง แต่กลุ่มอดีตส.ส.ยังมีความตั้งใจเข้าไปพัฒนาแก้ปัญหาปากท้องของชาวอีสาน เนื่องจากเชื่อว่าส่วนสำคัญคะแนนนิยมมาจากตัวบุคคลที่มีความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ทำให้ทุกคนยังยึดมั่นที่จะร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย เพราะเชื่อว่าการพัฒนาประเทศไม่ได้สำคัญว่าจะต้องย้ายไปอยู่พรรคไหน สำคัญที่ความจริงใจต่อประชาชน

 

     “ส่วนกรณีมีข่าวลือว่ากลุ่มอดีตส.ส.อดีตนักการเมืองสายเพื่อไทย เริ่มถูกดูดไปสังกัดพรรคอื่น หรือพรรคทหาร ในฐานะที่เป็นแกนนำ อดีตส.ส.ภาคอีสาน ยืนยันเชื่อมั่นว่ายังไม่มีใครยอมย้ายพรรคไปไหน เพราะทุกวันนี้ทุกคนยังทำงานการเมืองลงพื้นที่ดูแล พบปะชาวบ้าน ถึงแม้จะไม่มีตำแหน่ง เพราะเป็นหน้าที่ แต่หากจะมีนักการเมืองบางกลุ่มที่ยอมย้ายพรรค จะมีเพียงกลุ่มอดีตผู้สมัครส.ส.สอบตก หรือกลุ่มการเมืองที่หวังจะเข้าไปแข่งขันการเมืองในพื้นที่ถือเป็นเรื่องปกติของเส้นทางการเมือง" นายไพจิตร กล่าว

 

ประกาศขอตายกับเพื่อไทย

 

    นายไพจิตร กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญที่สุดมองว่าอย่าไปสนใจว่าจะมีการย้ายพรรค การถูกดูดจากพรรค ที่มาจากขั้วทหาร สิ่งที่ทุกฝ่ายต้องคำนึงมากที่สุด คือ รัฐบาลจะต้องเร่งจัดการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด เพราะเชื่อว่าการเลือกตั้งคือทางออกที่ดีที่สุดของประเทศในสถานการณ์บ้านเมืองแบบนี้เพราะปล่อยไว้เชื่อว่าไม่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน อยากให้รัฐบาลคำนึงถึงส่วนรวมมากกว่า เพราะหากมีการจัดการเลือกตั้งเป้าหมายสำคัญคือ ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน จากนั้นเมื่อทุกอย่างเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เชื่อว่าทุกฝ่ายสามารถร่วมกันสร้างความปรองดอง สร้างความสงบสุขให้บ้านเมืองได้อย่างแน่นอน หากไม่คิดแต่ประโยชน์ส่วนตน

 

    "สำหรับผมไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ยืนยันว่าไม่ไปไหน ขอตายกับเพื่อไทย หรือหากประชาชนเป็นคนเลือกไม่ยอมรับเพื่อไทย ผมพร้อมที่จะยอมรับและให้การสนับสนุนทุกฝ่าย หากนำประชาชนมาเป็นตัวตัดสิน ไม่ใช่ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นคนกำหนด เพราะทุกอย่างจะต้องมาจากประชาธิปไตยที่สมบูรณ์” นายไพจิตร กล่าว

 

ปชป.-พท.รุมสับ"บิ๊กตู่"อย่าดราม่า-จี้เลิกพฤติกรรมดูด

 

‘อ๋อย’บอกนายกฯอย่าน้อยใจโดนด่า

 

     วันเดียวกัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กแสดงความเห็นถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าตามที่พล.อ.ประยุทธ์พูดที่ทำเนียบ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการเชื่อมโยงข้าว กข.43 และผลิตภัณฑ์น้ำนมข้าวกับผู้ประกอบการ กลุ่มเกษตรกรและผู้จัดจำหน่าย โดยในการพูดมีลักษณะตัดพ้อต่อว่าทั้งเกษตรกรและฝ่ายต่างๆ อย่างสะเปะสะปะไปหมดนั้น ผมอยากจะเตือนสติ พล.อ.ประยุทธ์

 

    ทั้งนี้ที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “…ทุกครั้งที่ทำอะไรลงไปจะถูกตีเป็นประเด็นการเมืองทั้งหมด ส่วนตัวมองว่าท่านไม่ต้องทำเป็นไขสือ เรื่องแบบนี้ ‘กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง’ ทุกวันนี้ท่านทำอะไรก็เป็นเรื่องการเมืองเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของท่านทั้งนั้น ท่านไปตัดพ้อกับเกษตรกรก็เพื่อจะลดความรู้สึกไม่พอใจที่เกษตรกรมีต่อรัฐบาล แต่แทนที่ท่านจะพยายามทำอะไรดีๆ หรืออย่างน้อยอธิบายอะไรให้ดี ท่านกลับไปอบรมต่อว่าเกษตรกร แล้วยังบอกว่าท่านจะขอพูดเรื่องการเมืองบ้าง

 

เหน็บบริหารล้มเหลว-สืบอำนาจ

 

    “ส่วนที่ท่านตัดพ้อว่า “…โดนทุกวัน” อยากจะบอกเพียงว่า อย่าได้น้อยอกน้อยใจอะไรไปเลย ถ้าทำดีไม่โดนทุกวันหรอก ท่านควรจะสำรวจตรวจสอบว่าทำอะไรไม่ดีไว้บ้าง เวลานี้คนเขารู้สึกว่าท่านล้มเหลวในการแก้ปัญหาบ้านเมือง โดยเฉพาะการปัญหาปากท้อง ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและยังเห็นว่าท่านไม่ได้ทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง นอกจากพยายามที่จะอยู่ในอำนาจให้นานที่สุด โดยเฉพาะการทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อจะได้มีอำนาจต่อไปหลังการเลือกตั้ง โดยไม่ได้คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรมใดๆ แล้วจะไม่ให้ "โดนทุกวัน” ได้ยังไง”

 

ปชป.-พท.รุมสับ"บิ๊กตู่"อย่าดราม่า-จี้เลิกพฤติกรรมดูด

 

‘องอาจ’แนะเลิกพฤติกรรมดูด

 

     ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ ออกมาตัดพ้อถูกโยงทุกเรื่องเป็นการเมืองโดยลงพื้นที่หวังดูดอดีตส.ส.ว่า การจะถูกโยงเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการกระทำของนายกฯ และคนในรัฐบาลเองมากกว่า อยากให้นายกฯ ยอมรับความจริงว่านับตั้งแต่นายกฯ ประกาศตัวเป็นนักการเมืองที่มาจากทหารเมื่อต้นปีที่ผ่านมา การแสดงออกของนายกฯ และคนในรัฐบาลก็มีนัยทางการเมืองมาโดยตลอด มีทั้งการนัดพบกลุ่มอดีตส.ส.ที่ทำเนียบรัฐบาล และตามสถานที่ต่างๆ หลังจากนั้นก็มีการปูนบำเน็จแต่งตั้งให้มีตำแหน่งแห่งหนชัดเจนในรัฐบาล และหน่วยงานที่รัฐบาลและคสช.สั่งได้ นอกจากนั้นก็มีกระแสข่าวว่าคนในรัฐบาลกำลังรวบรวมอดีตส.ส. เตรียมจัดตั้งพรรคการเมืองเพื่อหนุนนายกฯ ให้กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้งหลังการเลือกตั้ง

 

     “การกระทำที่เกิดขึ้นหลากหลายเหตุการณ์จึงยากที่จะปฏิเสธว่าไม่โยงการเมือง ถ้านายกฯ ไม่อยากให้คนมองว่าการกระทำของท่านนายกฯ และคนในรัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง ท่านนายกฯ ก็ต้องบอกตัวเอง และคนในรัฐบาลให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสียใหม่ อย่าทำอะไรให้ถูกมองได้ว่าเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง ท่านนายกฯ และคนในรัฐบาลต้องลงมือปฏิบัติทำให้เห็นชัดๆ ว่าทำเรื่องการบ้านมากกว่าเรื่องการเมือง” นายองอาจกล่าว

 

ปชป.-พท.รุมสับ"บิ๊กตู่"อย่าดราม่า-จี้เลิกพฤติกรรมดูด

 

“วราวุธ”ให้กำลังใจนายกฯ

 

     ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา อดีตส.ส.สุพรรณบุรี ในฐานะแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีนี้ว่า “อันนี้ก็ต้องบอกว่าขอต้อนรับสู่การเมืองแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะถ้านายกฯ เริ่มรู้สึกอย่างนี้ก็แปลว่า สิ่งที่นายกฯ ทำนี้แหละ เพราะเริ่มเข้าใจการเมืองมากขึ้นแล้ว คงมองเห็นแล้วว่าการเมืองคืออะไร ดังนั้นจึงขอเป็นกำลังใจให้นายกฯ มีความหนักแน่นเข้าไว้ ใครจะพูดก็คงไม่สามารถไปห้ามไม่ให้คนพูดได้ และจากนี้ยิ่งใกล้เข้าสู่สนามเลือกตั้งมากเท่าไหร่ นายกฯ ก็ยิ่งเป็นบุคคลสาธารณะมากขึ้นๆ ดังนั้นการแสดงความคิดเห็นต่างๆ จากพรรคการเมืองหรือจากฝ่ายต่างๆ ก็จะยิ่งมีมากขึ้น จึงอยากให้นายกฯมีความหนักแน่นเข้าไว้ หูหนักเข้าไว้ ใครจะพูดอย่างไรเขาก็จะพูด ไม่ว่านายกฯ ทำอะไรเขาก็จับไปพูด คนที่ไม่ชอบอย่างไรทำอย่างไรเขาก็ไม่ชอบ คนที่เชียร์นายกฯ ทำอย่างไรเขาก็เชียร์ ดังนั้นเลือกฟังในสิ่งที่ฟังแล้วมีกำลังใจและทำงานให้ประเทศชาติดีกว่า”

 

    เมื่อถามถึงกรณีเสียงวิจารณ์ว่าการใช้งบประมาณลงพื้นที่นั้นอาจมีวาระการเมืองซ่อนเร้น นายวราวุธ กล่าวว่า เชื่อว่าการพิจารณาลงพื้นที่แต่ละแห่งนั้นคงคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนเป็นลำดับแรก แต่ท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าจะนำงบประมาณไปใช้อะไรก็แล้วแต่ถ้าคนที่ได้ประโยชน์ คือประชาชนในพื้นที่จังหวัดนั้นๆ คงต้องพูดตรงๆ ว่าเราก็ดีใจด้วย อันที่จริงนายกฯ และรัฐบาลน่าจะทำอย่างนี้มาตั้งแต่ช่วงปีแรกที่เข้ามาบริหารแล้วงบประมาณจะได้กระจายตัว แต่นี่มาโหมในช่วง 4 ปีผ่านไป แต่ถ้าท้ายที่สุดประชาชนเป็นคนได้ก็ไม่ขัดข้อง

 

เมินพลังดูดแม้ชพน.ก็โดนด้วย

 

   สวนที่ถามว่าขณะนี้พลังดูดอย่างแรงอยู่มากกระทั่งนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย ถึงกับระบุว่าอย่าตกปลาในอ่างคนอื่น นายวราวุธ กล่าวว่า เรื่องดูดเป็นเรื่องที่เราเห็นกันมาช้านาน 30-40 ปีแล้ว แต่ในฐานะคนรุ่นใหม่เราก็ไม่อยากเห็นพฤติกรรมเช่นนี้ แต่อยากเห็นเครื่องมือใหม่ๆ เทคนิคใหม่ๆ ในการทำงานทางการเมือง แต่ก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละคนที่จะคิด เพียงแต่ต้องการเห็นมิติใหม่ๆ ทางการเมืองเหมือนที่นายกฯ เคยกล่าวไว้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว

 

    เมื่อถามว่าปลาในอ่างของชาติไทยพัฒนาโดนตกเบ็ดไปบ้างหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า “มีๆๆ แต่อย่างที่เคยบอกแล้วว่ามีไปก็มีมา เพียงแต่อยากบอกว่าต้องการเห็นการเมืองสร้างสรรค์กันมากกว่า”

 

ปชป.-พท.รุมสับ"บิ๊กตู่"อย่าดราม่า-จี้เลิกพฤติกรรมดูด

 

“สุริยะใส”เผยคสช.ปฏิรูปค้างเติ่ง

 

นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวถึง 4 ปี ของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่ารูปธรรมของการปฏิรูปในระดับนโยบายยังไม่เห็นผลงานที่รัฐบาลพอจะอ้างเป็นชิ้นโบแดงต่อประชาชนได้ว่าการปฏิรูปได้ทำไปแล้วหรือทำสำเร็จแล้ว ช่วงเวลาของรัฐบาลที่เหลืออยู่ราว 10 เดือนตามโรดแม็พเลือกตั้งนั้น ก็ยังไม่มีหลักประกันว่าจะเริ่มตรงไหน อย่างไร และจะสามารถทำได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะการวางเป้าหมายปฏิรูป 5 เรื่องใหญ่ ภายใน 8 เดือนของรัฐบาลนั้น ยังเป็นเพียงถ้อยแถลงและแผนการเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นแผนการครั้งที่เท่าไหร่ไปแล้ว ขณะเดียวกันเสียงปี่กลองการเลือกตั้งเริ่มดังขึ้น อารมณ์ความรู้สึกของ พล.อ.ประยุทธ์ รวมทั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) พุ่งความสนใจไปที่การเตรียมการเลือกตั้ง เริ่มมองการเมืองหลังการเลือกตั้งกันไปหมดแล้ว ทำให้เจ้าภาพที่จะมาดูแผนการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ไม่รู้เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของใคร อารมณ์ทางการเมืองของนายกรัฐมนตรีในระยะหลังๆ เริ่มถูกดูดไปอยู่ในเกมของนักการเมืองมากขึ้น จนทำให้ขาดคนกำกับและบัญชาการแผนการปฏิรูปให้ถึงฝั่ง

 

“ฉะนั้น 4 ปี คสช. ถ้าจะเรียกว่าการปฏิรูปค้างเติ่งก็คงได้ เพราะมีแต่แผนการ มีวาระ มีพิมพ์เขียว แต่ยังขาดการปฏิบัติการให้เป็นรูปธรรมโดยเฉพาะการปฏิรูปในระดับโครงสร้างซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปประเทศ โมเมนตัมและแรงส่งของการปฏิรูปจึงถดถอยลง ในขณะที่การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ก็ยังไม่เห็นพรรคการเมืองหรือกลุ่มก้อนทางการเมืองใดที่จะทำให้การปฏิรูปประเทศกลับมาเป็นวาระเป็นความหวังได้อีกครั้งหนึ่ง” นายสุริยะใส กล่าว

 

ปชป.-พท.รุมสับ"บิ๊กตู่"อย่าดราม่า-จี้เลิกพฤติกรรมดูด

 

โพลล์ชี้ปชช.เลือก‘บิ๊กตู่’นายกฯ

 

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง “ประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน (ครั้งที่ 2)” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 8-9 พฤษภาคม 2561 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่างจากการสำรวจ เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนอยากให้เข้ามาเป็นรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งต่อไป พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 57.52 ระบุว่า พรรคการเมืองพรรคใหม่ๆ เพราะอยากเห็นคนใหม่ๆ นโยบายใหม่ๆ แนวคิดใหม่ๆ พรรคการเมืองใหม่ๆ เข้ามาบริหารและพัฒนาประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้น ขณะที่บางส่วนระบุว่าเบื่อการบริหารงานของพรรคการเมืองเก่า ร้อยละ 37.36 ระบุว่า พรรคการเมือง พรรคเก่า เพราะมีประสบการณ์ ทำงานอย่างมีระบบ เคยเห็นผลงานมาแล้ว มั่นใจในผลงานมีความคุ้นเคยกับประชาชนเป็นอย่างดี เข้าใจและสามารถแก้ไขปัญหาได้ดีกว่าพรรคการเมืองพรรคใหม่ และร้อยละ 5.12 ระบุว่า ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

 

ปชป.-พท.รุมสับ"บิ๊กตู่"อย่าดราม่า-จี้เลิกพฤติกรรมดูด

 

คุณหญิงสุดารัตน์-มาร์ค’ ลำดับ 2- 3

 

    นิด้าโพลยังระบุต่อว่า ด้านบุคคลที่ประชาชนอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรี ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน (10 อันดับแรก) พบว่า ส่วนใหญ่ อันดับ 1 ร้อยละ 32.24 ระบุว่าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงแห่งชาติ (คสช.) รองลงมา อันดับ 2 ร้อยละ 17.44 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) อันดับ 3 ร้อยละ 14.24 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อันดับ 4 ร้อยละ 10.08 ระบุว่าเป็น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ขอจดจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ อันดับ 5 ร้อยละ 7.92 ระบุว่าเป็น พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อันดับ 6 ร้อยละ 6.24 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย อันดับ 7 ร้อยละ 3.44 ระบุว่าเป็น นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อันดับ 8 ร้อยละ 2.08 ระบุว่าเป็น นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี อันดับ 9 ร้อยละ 0.72 ระบุว่าเป็น นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ร่วมขอจดจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในสัดส่วนที่เท่ากัน อันดับ 10 ร้อยละ 0.64 ระบุว่าเป็น พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ พรรคพลังชาติไทย

 

ยันอยากให้แก้ปัญหาปากท้อง

 

   เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนอยากให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุด และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล (10 อันดับแรก) พบว่าส่วนใหญ่ อันดับ 1 ร้อยละ 32.16 ระบุว่าเป็นพรรคเพื่อไทย (พท.) อันดับ 2 ร้อยละ 25.12 ระบุว่าเป็นพรรคพลังประชารัฐ หนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี อันดับ 3 ร้อยละ 19.20 ระบุว่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อันดับ 4 ร้อยละ 11.60 ระบุว่าเป็นพรรคอนาคตใหม่ อันดับ 5 ร้อยละ 2.32 ระบุว่าเป็นพรรคประชาชนปฏิรูปของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน และพรรคเสรีรวมไทย ในสัดส่วนที่เท่ากัน

 

    อันดับ 6 ร้อยละ 2.08 ระบุว่าเป็น พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) อันดับ 7 ร้อยละ 1.92 ระบุว่าเป็นพรรคภูมิใจไทย (ภท.) อันดับ 8 ร้อยละ 1.28 ระบุว่าเป็นพรรคพลังชาติไทย พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ อันดับ 9 ร้อยละ 0.72 ระบุว่าเป็นพรรคเกรียน อันดับ 10 ร้อยละ 0.08 ระบุว่าเป็นพรรคประชาธรรมไทย สำหรับปัญหาที่อยากให้นายกคนต่อไปเข้ามาแก้ไขมากที่สุด พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 71.04 ระบุว่าปัญหาปากท้อง หนี้สินของประชาชน ปัญหาการว่างงาน และราคาพืชผลตกต่ำ ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความเชื่อมั่นว่าจะมีการเลือกตั้ง ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 โดยไม่มีการเลื่อนออกไปอีก

 

ปชป.-พท.รุมสับ"บิ๊กตู่"อย่าดราม่า-จี้เลิกพฤติกรรมดูด

 

ไก่อูยันไม่มีหารือปลดล็อก

 

   ด้านพล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.ออกมาเปิดเผยว่ารัฐบาลเตรียมเปิดพื้นที่ให้นักการเมืองทำกิจกรรมในพื้นที่สาธารณะภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ ว่ายังไม่ทราบรายละเอียดในเรื่องนี้ ต้องไปถามผู้ว่าฯ กทม.ว่าเอาเรื่องนี้มาจากไหน เพราะยังไม่หารือถึงการปลดล็อกในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแต่อย่างใด ส่วนการเชิญพรรคการเมืองร่วมหารือในเดือนมิถุนายนนั้นจะต้องให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเป็นผู้ชี้แจง

 

ไม่อินโพลล์หนุน“บิ๊กตู่”นั่งนายกฯ

 

    เมื่อถามว่ากรณีนิด้าโพลเผยผลสำรวจว่าประชาชนร้อยละ 32.24 หนุนให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ คนต่อไปนั้น พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า โพลล์ก็คือโพลล์ ซึ่งรู้สึกเฉยๆ กับโพลล์ เพราะไม่ใช่ความคิดเห็นของคนทั้งประเทศ เป็นเพียงการสุ่มตัวอย่างที่บางโพลล์ก็บอกชอบ บางโพลล์ก็บอกไม่ชอบ ไม่ค่อยอินกับเรื่องนี้เท่าไหร่

 

    ผู้สื่อข่าวถามว่าผลโพลล์ดังกล่าวยังระบุด้วยว่าประชาชนยังไม่เชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 จะไม่เลื่อนออกไปอีก พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า “แล้วต้องทำอย่างไรถึงจะเชื่อมั่น” ส่วนรัฐบาลจะทำอย่างไรให้ประชาชนมั่นใจนั้น “ไม่ทำอะไรมาก ก็ทำอย่างที่ทำ นายกฯ ก็พูดแล้ว ทุกคนก็มีข้อมูลที่รับรู้อยู่แล้ว กฎหมายก็เดินไปตามนั้น จะต้องมีอะไรอีก

 

ปชป.-พท.รุมสับ"บิ๊กตู่"อย่าดราม่า-จี้เลิกพฤติกรรมดูด

 

“บิ๊กตู่”ชูเกษตรกรบุคคลสำคัญ

 

    ความคืบหน้าภารกิจของนายกรัฐมนตรี วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวคำปราศรัยเนื่องในวันเกษตรกรประจำปี 2561 ว่ารัฐบาลขอส่งความปรารถนาดีมายังเกษตรกรไทยทุกคน ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมเพราะมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เป็นต้นทุน เกษตรกรจึงถือเป็นกลุ่มบุคคลที่สำคัญในการนำต้นทุนทางทรัพยากรธรรมชาติเรานั้น มาก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ

 

     พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลมุ่งมั่นที่จะพัฒนาภาคเกษตรกรรมของไทยไปสู่การเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนโดยการส่งเสริมองค์ความรู้ภายใต้แนวคิดศาสตร์พระราชา ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ขอให้เกษตรกรทุกคนเชื่อมั่นว่ารัฐบาลมุ่งมั่นทำงานอย่างเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหาให้สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างแท้จริง

 

(ข่าวหน้า 1 นสพ.คมชัดลึก)