เจาะลึก!ธุรกิจเกษตรในฮานอย
คอลัมน์ - ทำกินถิ่นอาเซียน โดย - รศ.ดร.พิชัย ทองดีเลิศ [email protected]
ต่อจากเสาร์ที่แล้ว
ในวันนี้อาจารย์ของ Vietnam National University of Agriculture ที่เป็นศิษย์เก่าจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์คือ Thai Thi Nhung และ Nguyen Huu Giap ได้พาเราเข้าพื้นที่ โดยจุดหมายปลายทางของเราคือโรงงานอาหารสัตว์ Viet Tin Nuitrition Joint Stock Company ของผู้ประกอบการชาวเวียดนาม Mr.Bui Duc Huyen ซึ่งโรงงานนี้ก็อยู่ห่างจากเมืองฮานอยไปประมาณ 40 กิโลเมตร ซึ่งในเส้นทางที่เราเดินทางไปโรงงานตั้งแต่ชานเมืองฮานอยออกไป ทั้งสองข้างทางจะเป็นพื้นที่การเกษตรโดยตลอดซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นข้าวพืชผักและไม้ผล แต่ข้าวจะมีจำนวนที่มากกว่าบรรดาพืชอื่นๆ ซึ่งถ้าให้เปรียบเทียบพื้นที่ก็จะคล้ายแถวอยุธยาในบ้านเราคือมองไปทางไหนก็จะเป็นข้าวไปเสียหมด
ส่วนวิถีการทำการเกษตรก็มีทั้งการใช้แรงงานคนแรงงานสัตว์และเครื่องจักรผสมๆ กันไปตามขนาดของพื้นที่ บริเวณริมทางที่เราผ่านไปก็จะมีชาวบ้านขายผักขายปลาและผลไม้ที่ผลิตได้ในพื้นที่ประปราย ใช้เวลาเดินทางประมาณเกือบชั่วโมงเราก็ถึงจุดหมายคือ โรงงานอาหารสัตว์ Viet Tin Nutrition Joint Stock Company ซึ่งมีสัญลักษณ์โดดเด่นเป็นสง่าด้วยรูปหัวไก่สีแดง คนที่ผ่านไปมาก็คงเดาออกว่าต้องเป็นโรงงานที่ทำอะไรเกี่ยวกับไก่แน่นอน นอกจากนี้ก็ยังมีกลิ่นเฉพาะของโรงงานอาหารสัตว์ที่เราคงจะคุ้นจมูกกันดี ซึ่งโรงงานอาหารสัตว์ของคุณ Bui Duc Huyen นั้นเป็นโรงงานอาหารสัตว์ขนาดเล็กที่ผลิตอาหารไก่ หมูและปลาสำหรับเกษตรกรในประเทศเวียดนามดำเนินโดยคนเวียดนามและใช้เงินในการลงทุนของตนเองทั้งหมด
เป้าหมายคือผลิตอาหารสัตว์เพื่อใช้ในเวียดนาม โดยมีกลุ่มลูกค้าที่เป็นเกษตรกรในพื้นที่รอบๆ โรงงานและพื้นที่อื่นๆ ในเวียดนามด้วยเช่นกัน ซึ่งปริมาณการผลิตก็มีการเจริญเติบโตขึ้นทุกปี เพราะทางบริษัทเองก็ทำงานส่งเสริมการเกษตร เช่นการให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีและจัดกิจกรรมควบคู่ไปด้วย และด้วยทีมงานในบริษัททั้งหมดเป็นคนเวียดนามเอง จึงทำให้เข้าใจนิสัยใจคอและพฤติกรรมของคนเวียดนามด้วยกัน จึงทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ซึ่งทีมเราก็ได้ถามถึงเรื่องจำนวนผู้ประกอบการและคู่แข่งทางการตลาด ทางบริษัทได้ให้ข้อมูลจำนวนผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรในเวียดนามที่เป็นของคนเวียดนามมีอัตราการเพิ่มขึ้นเนื่องจากมีความต้องการจากเกษตรกรที่มีการขยายพื้นที่ในการทำการเกษตรและต้องการผลผลิตและอาหารที่ดีมีคุณภาพเพิ่มขึ้น ดังนั้น ความต้องการปัจจัยการผลิตจึงมีอัตราเพิ่มขึ้นและยังได้พูดถึงผู้ประกอบการจากไทยที่เข้ามาลงทุนในธุรกิจเกษตรก็มีมากเช่นกัน ทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ซึ่งเวียดนามยังเป็นพื้นที่ที่ธุรกิจเกษตรยังเติบโตได้อีกในอนาคต
จากนั้นทางทีมเราก็ได้ขอเดินดูโรงงานเพื่อดูเรื่องกระบวนการผลิต วัตถุดิบ เครื่องจักร และแรงงาน พบว่าในส่วนของวัตถุดิบและแรงงานนั้นจะเป็นของเวียดนามทั้งหมด เนื่องจากมีปริมาณการผลิตที่มีจำนวนไม่มาก ส่วนเครื่องจักรการผลิตนั้นนำเข้าจากต่างประเทศและค่อนข้างมีความทันสมัยเนื่องจากเป็นโรงงานใหม่ ส่วนเรื่องระบบการบริหารจัดการก็ยังเป็นแบบสังคมและวัฒนธรรมของเวียดนาม ซึ่งจากการสังเกตและพูดคุยทั้งพนักงานในสำนักงานและโรงงานก็ดูมีความสุขในการทำงานดี
จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการในครั้งนี้ก็ยังเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนทางด้านธุรกิจเกษตรทั้งคนเวียดนามและคนต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนด้านนี้ในเวียดนามเนื่องจากมีการขยายพื้นที่การผลิตและปริมาณการผลิตเพื่อความมั่นทางอาหารในประเทศและส่งออกต่างประเทศ นอกจากนี้ในเรื่องความพร้อมของพื้นที่เทคโนโลยีและงานวิจัยทางการเกษตรคนเวียดนามก็มองว่าตนเองเป็นหนึ่งไม่เป็นสองรองใครดังนั้นจึงช่วยสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรและภาคการเกษตรของเวียดนามเติบโตและพร้อมในการแข่งขันกับทุกประเทศในภูมิภาค
ในครั้งหน้าเราจะออกจากฮานอยเพื่อไปดานัง ซึ่งมีเรื่องราวที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟังต่อครับ!



