
"เหลิมกินรวบ"
ไม่แปลกหาก "ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง" ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กลับมารับตำแหน่ง "ประธาน ส.ส. เพื่อไทย" อีกครั้ง !
แถมเป็นการกลับมาอย่าง "สง่างาม" และ "เหนือชั้น" ตามเสียงเรียกร้องของสมาชิกพรรค
หากถามความรู้สึกลึกๆ ภายในใจของ "เฉลิม" ย่อมรู้ดีว่าสมาชิกพรรคส่วนใหญ่ต้องการให้เขากลับมารับตำแหน่งแน่นอน
เพราะในยามนี้ยังไม่สามารถหา "ผู้นำฝ่ายค้าน" ที่มีดีกรีสูสีกับพรรคการเมืองอื่นได้ย่อมมีเสียงเรียกร้องให้ "เหลิม" กลับเป็นธรรมดา
ประกอบกับความ "เก๋าเกมทางการเมือง" เมื่อรู้ความต้องการของ "นายใหญ่" การโดดรับลูกยืนข้าง "นายใหญ่" ย่อมเป็นการกระทำที่ถูกต้อง
การแสดงบท "ดุดัน" โดยยืนยันอ้างมติวิปฝ่ายค้านและมติพรรค "ไม่ร่วมสังฆกรรม" แก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น ตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ถือเป็นการยืนฝั่งนายขนาดยอมทิ้งเก้าอี้ "ประธาน ส.ส." หลังจาก "วิทยา บุรณศิริ" ในฐานะวิปฝ่ายค้าน แถลงสวนมติของ "เหลิม" จะรักษาสิทธิของพรรคในการแก้รัฐธรรมนูญ
ต้องถือว่าลีลาของ "เหลิม" จับทาง "นาย" ได้และเล่นบทเนียนตามน้ำ ประกอบกับผลโพลล์ยิ่งเป็นจุดหนุนความสำคัญของตัวเอง
"ผลสำรวจความเห็นชาวกรุงเทพฯ และปริมณฑล ร้อยละ 95.4 เห็นว่าตนเหมาะสมทำหน้าที่ต่อ และเห็นว่าการลาออกของตนจะกระทบต่อพรรคถึงร้อยละ 66.93 เห็นแล้วดีใจแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ เป็นกำลังใจให้ทำหน้าที่ต่อ เพราะที่ผ่านมาตนถูกตำหนิมาตลอด ถ้าไม่ลาออกก็คงไม่รู้ว่าคนกรุงเทพฯ คิดกับตนอย่างไร ดังนั้นต่อไปนี้ใครออกมาพูดว่าคนกรุงเทพฯ ไม่เอาเฉลิม โดยเฉพาะในพรรคเพื่อไทยที่เป็น ส.ส. อีสาน 1 ราย และ ส.ส. กรุงเทพฯ 2 ราย ตนจะจับมาตีก้นและกางโพลล์นี้ให้ดู" "เหลิม" ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมพรรค
เพราะอย่างน้อยก็แสดงให้เห็นว่า คนกรุงเทพฯ และปริมณฑล "เห็นความสำคัญ" ทั้งที่ก่อนหน้านี้ถูกมองว่า "คนกรุง" ไม่เอา "เหลิม"
และถือเป็นครั้งแรกที่ "เหลิม" ชื่นชม "โพลล์" ทั้งที่ในอดีตไม่เชื่อเรื่องความ "เสถียร" ของการสำรวจจากสำนักต่างๆ มากนัก
ผลโพลล์ที่ออกมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ "เหลิม" ยกมาเป็นข้ออ้างในการกลับมาทำหน้าที่ "ประธาน ส.ส. เพื่อไทย" เพื่อทำหน้าที่หัวหน้าพรรคในสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง
ในยามที่พรรคการเมืองขนาดใหญ่แบ่งออกเป็น 2 ขั้ว บทพิสูจน์ความสามารถของ "เหลิม" ในการนำธงไปสู้ศึกเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่ภาคอีสาน
เคยมี "ส.ส. กรุงเทพฯ" ในพรรคไม่อยากได้ "เหลิม" เป็น "ประธาน ส.ส." ครั้งนี้ทำให้ "เหลิม" ไม่พอใจและไม่ยอมไปขึ้นเวทีปราศรัยไปช่วยหาเสียง
ดังนั้น การกลับมาของ "เหลิม" ในครั้งนี้ นอกจากจะ "กลบรัศมี" ของ "วิทยา" ในช่วงที่เป็นจุดเด่นในเรื่องเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาลแล้ว
การกลับมาของ "เหลิม" ครั้งนี้ ยังทำให้ "พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ" ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ถูกลดบทบาทและความสำคัญในด้านการเป็นผู้นำไปโดยปริยาย
เพราะภาพของ "เหลิม" ที่มีความเป็นผู้นำเหนือกว่าทุกคนในพรรคทั้งในและนอกสภาทำให้ "บิ๊กจิ๋ว" ซึ่งขณะนี้ไม่ได้ทำหน้าที่ในสภาก็ถูกลดบทบาทไปด้วย ทำหน้าที่ได้เพียงที่ปรึกษา ส่วนการส่งไปเจรจากับพรรคอื่นในยามนี้ต้องยอมรับว่าเลยยุคของ "บิ๊กจิ๋ว" ไปแล้ว
จึงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ที่ "เหลิม" กลับมาครั้งนี้จะถูกมองว่าเหนือชั้น กินรวบทั้งกระดาน!
ณยา ใจกาวัง



