
ตะลึง!! พบ 'ไซบูทรามีน" ใน รง.ผลิตยาลดอ้วน
รอง ผบ.ตร. บุกค้นโรงงานผลิตยาลดอ้วนย่านปทุมธานี ตรวจสอบพบยื่นขอจดเป็นโรงงานผลิตอาหารสำหรับทารก แต่กลับรับผลิตอาหารเสริม ตะลึง! พบ "ไซบูทรามีน-สวมฮาลาล"ในสินค้า
“วิระชัย” นำทีมขยายผลคดีเมจิกสกินและตลาดใหม่ดอนเมือง ค้นโรงงานย่านปทุมธานียื่นขอจดแจ้งเป็นโรงงานผลิตอาหารสำหรับเด็กทารก แต่กลับลักลอบเปิดเป็นโรงงานรับผลิตสินค้าประเภทอาหารเสริม พบสารอันตราย “ไซบูทรามีน” ผสมในอาหารเสริมรวมทั้งพบการสวมฮาลาลด้วย
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ในฐานะ โฆษก ตร. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่องค์การอาหารและยา หรือ อย. และ คณะทำงานคดีเมจิกสกิน และ ตลาดใหม่ดอนเมือง นำหมายศาลจังหวัดธัญบุรี เข้าตรวจค้นโรงงานของบริษัท ไวทัลเฮลท์ โปรดักส์ จำกัด เลขที่ 55/31 หมู่ 4 ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นโรงงานที่จดแจ้งผลิตอาหารสำหรับเด็กทารก แต่การตรวจสอบภายในโรงงานพบว่าเป็นโรงงานที่รับผลิตสินค้าประเภทอาหารเสริม โดยจะแบ่งเป็นห้องต่างๆ อย่างเป็นสัดส่วน โดยมีเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตซึ่งอยู่ระหว่างการใช้งาน และพบพนักงานกำลังอยู่ระหว่างบรรจุผลิตภัณฑ์ใส่แคปซูล
นอกจากนี้ยังมีคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ที่เข้าร่วมตรวจสอบด้วย พบว่า มีการใช้เครื่องหมายฮาลาล โดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย อย่างไรก็ตามสำหรับการเข้าตรวจสอบดังกล่าวสืบเนื่องจากการตรวจยึดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารผิดกฎหมาย ที่ตลาดใหม่ดอนเมือง
ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบโดยห้องปฏิบัติการของบริษัทเอกชน พบว่ามีผลิตภัณฑ์ชื่อ ‘เอฟทูเอฟเท็น’ เป็นอาหารเสริม แต่ส่วนผสมพบมีการผสมสารไซบูทรามีน ซึ่งเป็นสารอันตรายเช่นเดียวกับที่ผสมในยาลดความอ้วนยี่ห้อลีน จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบโรงงานแหล่งผลิตดังกล่าว ก่อนพบมีบรรจุภัณฑ์ตรงกับของกลางที่ตรวจยึด พร้อมสอบสวนพนักงานโรงงาน รับว่ามีการผลิตสินค้าดังกล่าวจริง
พล.ต.อ.วิระชัย เปิดเผยภายหลังเข้าตรวจค้นโรงงานดังกล่าว ว่า จากการสืบสวนทราบว่าโรงงานแห่งนี้ผลิตยาลดความอ้วน และจากการสุ่มตัวอย่างพบว่ามีส่วนผสมของ ไซบูทรามีน ซึ่งเป็นสารที่มีผู้กินยาแล้วถึงแก่ความตาย ทั้งนี้จากการตรวจค้น เมื่อเข้ามาถึงพบว่า มีการผลิตยาลดความอ้วนจริง โดยอยู่ในระหว่างการผลิต 2-3 ยี่ห้อ โดยจะนำยาลดความอ้วนที่ตรวจยึดวันนี้ไปตรวจสอบหาสารดังกล่าวว่า มีผสมอยู่หรือไม่ และมีสารอันตรายอื่นผสมอยู่หรือไม่ อย่างไรก็ตามยังพบ ตราฮาลาล ของอาหารเสริมที่ผลิตโรงงานนี้ มีตราฮาลาลที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งถือเป็นการสวมฮาลาล โดยจะต้องดำเนินคดีต่อไป
พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จากการตรวจค้น ยังพบสารตั้งต้นที่เป็นยาแผนปัจจุบัน นำมาใส่ในอาหารเสริม มีบัญชีการสั่งยาแผนปัจจุบันเป็นหลักฐานการสั่งซื้อด้วย ซึ่งส่วนนี้จะมีความผิดฐานผลิตอาหารที่ไม่บริสุทธิ์ ตาม พ.ร.บ.อาหารและยา มีโทษจำคุก และเชื่อได้ว่ามีส่วนผสมของยาแผนปัจจุบันชนิดหนึ่งอยู่แน่นอน โดยหลักแล้ว ยาไม่สามารถนำมาใส่ในอาหารเสริมได้ เพราะจะถือเป็นอาหารที่ไม่บริสุทธิ์ ส่วนจะเป็นไซบูทรามีน หรือไม่ ต้องไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
"ส่วนจะมีการใช้ อย.ปลอมหรือไม่ นั้นอยู่ระหว่างตรวจสอบ แต่เบื้องต้นพบว่าเป็นการใช้ อย.ไม่ถูกต้องอย่างแน่นอน โดยหลังจากนี้จะขยายผลต่อไปว่า มีใครบ้างที่สั่งผลิตอาหารกับโรงงานแห่งนี้โดยผิดกฎหมาย
และจากการสอบถามจากคนงานภายในโรงงาน ระบุว่า โรงงานแห่งนี้รับผลิตอาหารเสริมมานานกว่า 4 ปี ซึ่งจะตรวจสอบเจ้าของโรงงานและผู้ที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง แต่ยังไม่สามารถสั่งปิดโรงงานนี้ได้ เพราะต้องรอการตรวจสอบสารก่อนว่า เป็นสารต้องห้ามและเป็นอันตรายหรือไม่ จึงจะสามารถสั่งปิดโรงงานได้" พล.ต.อ.วิระชัย กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการตรวจค้น พล.ต.อ.วิระชัย ได้ให้คนงานที่ทำหน้าที่ในแต่ละส่วนของโรงงานดังกล่าวทดลองใช้เครื่องจักรผสมสารตั้งต้นของตัวยา และสาธิตการผลิตให้ดูเป็นตัวอย่างด้วย ส่วนในวันพรุ่งนี้ (12 พ.ค.61) จะเข้าตรวจค้นโรงงานย่านปทุมธานีเพิ่มอีก 1 แห่งด้วย
ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.วิระชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่มีคำสั่งแต่งตั้งให้ พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน ทำคดีที่ตลาดใหม่ดอนเมือง ว่า จากการตรวจตลาดใหม่ดอนเมือง เข้ามาตรวจอาหารเสริมที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และไม่มี อย. เป็นผลิตภัณฑ์ปลอมและเลียนแบบ แต่จากการตรวจสอบขยายผลไปได้ถึงการบุกรุกที่สาธารณะ การต่อเติม สร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีการถูกกรรโชกทรัพย์หลายราย จึงเป็นต้นเหตุของคดีอื่นนอกจากอาหารและยาด้วย และเนื่องจากจะทำให้การขยายผลเดินต่อไปได้ จึงจะต้องแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนขึ้นมาใหม่ เพราะชุดแรกทำได้แค่ทำคดีอาหารเสริมและเครื่องสำอางค์
พร้อมกันนี้ตนต้องไปปฏิบัติราชการที่ต่างประเทศก่อนหน้านี้ จึงไม่สามารถทำหน้าที่สอบสวนได้ ดังนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. จึงแต่งตั้ง พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ เข้ามาเป็นหัวหน้าชุด แต่ทีมสอบสวนเป็นทีมเดิมทั้งหมด และงานของตนยังล้นมือด้วย ทั้งนี้ถือเป็นเรื่องดีที่มีการแต่งตั้งชุดทำงานเพิ่ม เพราะจะทำให้การสอบสวนสมบูรณ์แบบ หากไม่มีการแต่งตั้ง พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ ขึ้นมา จะทำให้การสอบสวนเป็นการทำงานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย



