ข่าว

39 ปีแห่งการจากไปของ มิตร ชัยบัญชา

39 ปีแห่งการจากไปของ มิตร ชัยบัญชา

14 ต.ค. 2552

วันก่อนผมได้ดูรายการทางสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ซึ่งนำเสนอเรื่องราวของ คุณมิตร ชัยบัญชา เนื่องในวาระครบรอบ 39 ปี แห่งการเสียชีวิตของพระเอกขวัญใจประชาชนผู้นี้

 เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า "มิตร" ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตที่หาดดงตาล พัทยาใต้ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2513 ขณะแสดงภาพยนตร์เรื่อง “อินทรีทอง” ในฉากสุดท้ายที่ต้องโหนบันไดลิงจากเฮลิคอปเตอร์และเกิดความผิดพลาดบางอย่างทำให้เฮลิคอปเตอร์ตีวงออกไปไกลกว่าจุดที่กำหนดให้ลงจอด เป็นเหตุให้ร่างของมิตรปะทะกับลมแรงและหมดกำลังที่จะโหนต่อไป จึงหล่นลงมากระแทกพื้น

 แต่เรื่องที่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบก็คือ ชื่อ “มิตร ชัยบัญชา” นั้น ผู้ที่ตั้งให้เพื่อใช้ในการแสดงแทนชื่อจริงของ จ่าโทพิเชษฐ์ พุ่มเหม ก็คือ ประทีป โกมลภิส ผู้สร้างภาพยนตร์เรื่อง "ชาติเสือ” ในปี พ.ศ.2500 โดยประทีปถาม จ่าโทพิเชษฐ์ ว่า “มีสิ่งใดในชีวิตที่สำคัญที่สุด” ทหารอากาศหนุ่มซึ่งกำลังจะเป็นพระเอกภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิต ตอบว่า “เพื่อน” เมื่อถูกถามต่อไปว่า “อะไรคือสิ่งที่ภูมิใจที่สุดในชีวิต” ก็ได้รับคำตอบว่า “การเป็นผู้อัญเชิญธงชัยเฉลิมพลในพิธีสวนสนาม” ประทีปจึงสรุปว่า เพื่อนก็คือ “มิตร” และคำว่า “ชัย” ในธงชัยเฉลิมพล ก็กลายมาเป็น “ชัยบัญชา” ตั้งแต่บัดนั้น

 มิตรแสดงภาพยนตร์ที่ออกฉายแล้ว เป็นจำนวนกว่า 260 เรื่อง (แสดงคู่กับเพชรา เชาวราษฎร์ 172 เรื่อง) ตลอดระยะเวลา 13 ปี โดยรับบทพระเอกตลอดกาล และตัวละครที่มิตรรักและแสดงมากที่สุด คือ “โรม ฤทธิไกร” ในอาชญนิยายชุด “อินทรีแดง” จากบทประพันธ์ของ เศก ดุสิต  ซึ่ง มิตร รับบทเป็น โรม ฤทธิไกร ถึง 6 ครั้งด้วยกันจาก “จ้าวนักเลง” ในปี 2502 ต่อด้วย “ทับสมิงคลา” “อินทรีแดง” “อวสานอินทรีแดง” “จ้าวอินทรี” และ “อินทรีทอง” ว่ากันว่า มิตร ชื่นชอบเรื่อง “อินทรีแดง” มาก ถึงขนาดให้ทีมผู้สร้างภาพยนตร์เรื่อง “ชาติเสือ” พาเขาไปพบกับผู้ประพันธ์เพื่อติดต่อขอซื้อเรื่องมาสร้างเป็นภาพยนตร์ และ เศก ดุสิต ก็พอใจในรูปร่างลักษณะของมิตร จนออกปากว่า “คุณคืออินทรีแดงของผม”

 ในฐานะนักแสดง มิตร ขึ้นชื่อในเรื่องความรับผิดชอบในหน้าที่ การเป็นคนตรงต่อเวลา รักษาคำพูด และเสมอต้นเสมอปลายแล้ว มิตร ยังเอาใจใส่ดูแลสารทุกข์สุกดิบของเพื่อนนักแสดงและผู้ร่วมงานอย่างใกล้ชิด และเป็นตัวตั้งตัวตีในการทำการกุศลและสาธารณประโยชน์ต่างๆ จนได้รับพระราชทานรางวัล “ดาราทอง” สาขานักแสดงนำภาพยนตร์ฝ่ายชาย ในปี 2510 ด้วยคุณสมบัติ 4 ประการ ได้แก่ ศรัทธา หน้าที่ ไมตรี น้ำใจ

 แม้ มิตร ชัยบัญชา จะประสบความสำเร็จอย่างสูงด้านการแสดง แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ย่างกรายเข้าสู่วงการเมืองที่เขาให้ความสนใจอยู่ไม่น้อย ในปี 2511 มิตร ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลกรุงเทพฯ ในนามกลุ่มหนุ่ม แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง ต่อมาในปี 2512 เขาตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตพระนคร แต่ก็ไม่ได้รับเลือกอีกเช่นกัน การเมืองทำให้มิตรต้องสูญเสียเงินทองหลายล้านบาท ต้องจำนองบ้าน และสูญเสียหญิงคนรักซึ่งจากไปเพราะเขาผิดสัญญาที่ให้ไว้กับเธอ ด้วยการลงเล่นการเมือง

 ปี 2513 มิตร ขายที่ดินหลายแปลงและจำนองบ้านเพื่อนำเงินมาซื้อที่ดินบริเวณเชิงสะพานผ่านฟ้าตรงข้ามโรงภาพยนตร์เฉลิมไทย เพื่อสร้างโรงภาพยนตร์ที่ทันสมัยซึ่งจะฉายเฉพาะภาพยนตร์ไทย อันจะเป็นการช่วยเหลือผู้สร้างภาพยนตร์ไทยให้มีโรงฉาย และช่วยเหลือนักแสดงและผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการภาพยนตร์ไทยให้มีงานทำ แต่โครงการนี้ก็จบลงพร้อมกับชีวิตของ มิตร ชัยบัญชา...

 ในรายการดังกล่าว ผู้ดำเนินรายการได้ถาม คุณภาวนา ชนะจิตร ผู้รับบทนางเอกในภาพยนตร์เรื่อง "แสงสูรย์” คู่กับ มิตร ตั้งแต่เธออายุเพียง 14-15 ปี และ คุณครรชิต ขวัญประชา พระเอกรุ่นน้องซึ่ง มิตร หมายใจจะปั้นให้เป็นตัวแทนของตน ว่าอะไรทำให้ มิตร ชัยบัญชา ได้รับความนิยมและครองใจแฟนมาตราบเท่าทุกวันนี้ คำตอบที่ตรงกันของดาราทั้งสองสรุปได้ว่า คือการซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ความจริงใจ การใส่ใจต่อคนอื่น และการเป็นผู้ให้

 ครับ ถ้านักแสดงหรือนักการเมืองคนไหนอยากจะให้ประชาชนรักและนิยมชมชอบ ก็นำหลักการ 4 ข้อ แบบคุณมิตร ชัยบัญชา ไปใช้บ้างก็ได้ครับ