
ภาระค่ารักษาความสงบ
ในสภาวะปกตินักการเมืองหรือประชาชนทั่วไปมีสิทธิเดินทางไปในทุกที่สาธารณะ ได้รับความคุ้มครองภายใต้สิทธิความเป็นมนุษย์ รัฐธรรมนูญและกฎหมายต่างๆ แต่หลังจากบ้านเมืองตกอยู่ในสภาพแตกแยก มวลชนแบ่งกันเป็นฝักฝ่าย
กลุ่มสีต่างๆ ทำให้การสัญจรไปมาเริ่มไม่ปลอดภัย มีการดักรุมล้อมขับไล่ ใช้กำลังประทุษร้ายร่างกาย จนถึงขั้นมุ่งร้ายเอาชีวิต ดังที่ได้เกิดขึ้นกับนักการเมือง โดยฝีมือมวลชนเสื้อแดง ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวที่นิยมใช้ความรุนแรง ดังเช่นการรุมทำร้ายนักการเมืองในกระทรวงมหาดไทย และการก่อการจลาจลในการชุมนุมช่วงเทศกาลสงกรานต์
เมื่อมวลชนเสื้อแดงบุกเข้าทำลายงานประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอาเซียนจนล้มเหลว ทำให้รัฐบาลต้องประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงเพื่อคุ้มครองปกป้องสถานที่ราชการและบุคคลสำหรับงานต่างๆ เพราะความไม่ไว้วางใจมวลชนเสื้อแดง ทำให้ต้องเสียเงินงบประมาณสำหรับกองกำลังทหาร ตำรวจ และหน่วยงานด้านความมั่นคง เป็นเงินหลายร้อยล้านบาท ดังเช่นที่เกิดขึ้นใน จ.ภูเก็ต และสำหรับการประชุมอีกครั้งในพื้นที่ชะอำ หัวหิน
ช่วงก่อนวันสุดสัปดาห์นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เดินทางไปเยือนยายใฮในอุบลราชธานี และอีก 2 จังหวัดใกล้เคียง ได้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 4 พันนายเพื่อรักษาความสงบและคุ้มครอง ทำให้พรรคเพื่อไทยออกมาติงว่าเป็นการใช้เงินงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายกองร้อยก็ดูแลความสงบ และต้องสิ้นเปลืองงบประมาณเช่นกัน
จะโทษใครเป็นต้นตอของความสิ้นเปลือง อันที่จริงการรักษาความสงบเมื่อมวลชนเสื้อแดงชุมนุมก็เพื่อปกป้องคุ้มครองไม่ให้ประชาชนโดยทั่วไปหรือบุคคลใดถูกทำร้ายร่างกาย หรือทรัพย์สินของผู้ใดเสียหาย โดยยังไม่ได้คำนวณค่าใช้จ่ายและการสูญเปล่าของเวลา เจ้าหน้าที่ต้องเหนื่อยล้า แทนที่จะได้ทำงานตามหน้าที่ปกติ ดังนั้นมวลชนและแกนนำซึ่งมีส่วนสร้างความรุนแรง บรรยากาศน่าสะพรึงกลัวต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ เพราะสร้างผลงานไว้ในด้านลบจนถึงขั้นก่อการจลาจล
ยิ่งแกนนำคนเสื้อแดงประกาศว่าจะมีมวลชนมาชุมนุม 1 ล้านคนในเดือนพฤศจิกายนด้วยแล้ว รัฐบาลคงต้องจัดสรรกำลังทหาร ตำรวจ และหน่วยงานอื่นๆ จะมีมากมายเพียงใดยังไม่สามารถประเมินได้ เพื่อรักษาความสงบ โดยการชุมนุมนั้นไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองและประชาชนส่วนใหญ่ แต่เป็นการดิ้นรนเพื่อช่วยเหลือนักการเมืองซึ่งหนีโทษจำคุกและหลบอยู่ต่างประเทศ ใช้สื่อต่างๆ ใส่ร้ายป้ายสีบ้านเกิดเมืองนอน ผิดวิสัยคนรักแผ่นดินซึ่งให้ตระกูลของตัวเองได้มีแผ่นดินอยู่มาหลายชั่วอายุคน
ดังนั้น ต้นทุนในการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ พาหนะ และอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งงบประมาณซื้อเครื่องมือ อาวุธสำหรับควบคุมฝูงชน จึงเป็นภาระด้านการคลังของประเทศ ตราบใดที่การเมืองยังไร้กฎ กติกา และการทุจริต คอรัปชั่นยังอยู่อย่างดาษดื่น รวมทั้งการประพฤติมิชอบในวงราชการ กระบวนการต่างๆ ทำให้ประชาชนไม่พอใจ และต้องรักษาความปลอดภัยไม่ว่าจะทำเพื่อฝูงชน หรือเป้าหมายของการชุมนุมและเดินขบวนประท้วงก็ตาม



