
ลีเดียควงญาติแจ้งความถูกคนร้ายบุกบริษัทป้างัดเซฟ
เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 13 ตุลาคม นางสาว ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา หรือ''ลีเดีย''นักร้องสาวชื่อดัง พร้อมด้วยมารดา,บิดาและ นาง กรอนงค์ วนะไชยเกียรติ อายุ 56 ปี ได้เดินทางไปยังกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เพื่อเข้าพบ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1 เพื่อเร่งรัดการทำคดี กรณีที่คนร้ายบุกเข้าไปขโมยทรัพย์สินและงัดตู้เซฟใน บริษัท ทอปมารีน จำกัด ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 27 ม.11 ต.บ้านป่า อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ซึ่งเป็นบริษัทของ นางกรอนงค์ ถึง 2 ครั้งภายในรอบ 1 เดือนสูญทรัพย์สินไปกว่า 2 ล้านบาท
โดยคดีนั้นยังไม่มีความคืบหน้าหลังจากเข้าแจ้งความ ณ ท้องที่รับผิดชอบโดย พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ได้สอบสวนข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เสียหาย ซึ่งใช้เวลาในการสอบสวน ประมาณ 30 นาที
หลังสอบสวนในเบื้องต้น พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 1ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกเกิดขึ้นในวันที่ 6 กันยายน ส่วนครั้งที่ 2เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 11 ตุลาคม โดยพฤติกรรมคนร้าย น่าจะเป็นคนที่รู้ลู่ทางในที่เกิดเหตุเป็นอย่างดี ในขณะที่พฤติกรรมของการเข้ามาโจรกรรมนั้น ดูโหดร้ายและรุนแรงขึ้นตามลำดับเพราะมีการวางยาเบื่อสุนัขของเจ้าของบ้าน ในเบื่องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องขอดูหลักฐานต่างๆอีกครั้งหนึ่งว่าจะสามารถดำเนินการอย่างไรได้บ้าง ซึ่งทางตำรวจจะดำเนินการเต็มที่และคาดว่าจะได้รับความคืบหน้าในเร็ววันนี้
นอกจานี้ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ยังกล่าวอีกว่า ในช่วงนี้ต้องฝากเตือนถึงพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังเหตุร้ายจากการโจรกรรม โดยเฉพาะในช่วงหลังพฤติกรรมของคนร้ายนั้นดูจะโหดร้ายและรุนแรงมากขึ้น ก็ต้องฝากช่วยกันดูแลส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดกำลัง
ด้านนักร้องสาว "ลีเดีย" กล่าวว่า ที่ตนมาในวันนี้กับผู้เสียหาย ก็เพราะห่วงเรื่องของความปลอดภัย เนื่องจาก คนร้ายก่อเหตุถึง 2 ครั้ง ในช่วงเวลาห่างกันเพียง 1 เดือน และเกรงว่า จะก่อเหตุซ้ำเป็นครั้งที่ 3 และจะมาทำร้ายคนในครอบครัว ซึ่งการมาร้องเรียนในครั้งนี้ เพื่อไม่ต้องการให้คนร้ายมาก่อเหตุซ้ำอีก
ขณะที่ นางกรอนงค์ กล่าวว่า พื้นที่ของบริษัทของตนนั้น มีขนาดค่อนข้างใหญ่ตั้งอยู่บนพื้นที่ กว่า10 ไร่จึงยากแก่การดูแลให้ทั่วถึง ถึงแม้จะมีรปภ.คอยดูแลพื้นที่ถึง 2 นาย และ มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ตามจุดต่างๆ ขณะนี้ตนเองยังไม่ได้สงสัยใครเป็นพิเศษแต่ก็ยอมรับว่าผู้ก่อเหตุอาจจะเป็นคนงานเก่าที่เคยออกไปแล้วก็เป็นได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบหาคนร้ายต่อไป



