
7 จว.อ่วม!! พายุฤดูร้อนพัดถล่ม 'บ้านพัง เสาไฟฟ้าทับรถ'
พายุฤดูร้อนพัดถล่ม 7 จังหวัด ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก บ้านเรือน อาคาร หลังคาปลิวพังเสียหายนับร้อยหลัง พืชไร่ล้มระนาว ต้นไม้-เสาไฟฟ้าโค่นล้มทับรถเสียหายหลายคันสิบคัน
7 จังหวัดอ่วม!! พายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำ บ้านเรือนประชาชนพังเสียหายนับร้อยหลัง พืชไร่ล้มระนาว ต้นไม้-เสาไฟฟ้าโค่นล้มทับรถเสียหายหลายคันสิบคัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมเจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือประชาชน
นครนายก - เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ได้เกิดลมพายุฝนเข้าพัดถล่มในพื้นที่อำเมืองนครนายก ส่งผลให้ต้นไม้ใหญ่ล้มขวางถนนสายหลักเป็นจำนวน และในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองนครนายก บริเวณบ้านตลาดเก่า ซอยชลประสิทธิ์ ได้เกิดลมพายุรุนแรงจนทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่ ล้มทับสายไฟฟ้า จนทำให้เสาไฟฟ้าล้มนับสิบต้น โดยได้มีรถจักรยานยนต์ ถูกต้นไม้ล้มทับ โชคดีผู้ขับขี่ทิ้งรถวิ่งหนีได้ทัน สำหรับเสาไฟฟ้าได้ส่งผลให้ไฟดับเกือบทั้งตัวเมือง และยังทับรถไถที่วิ่งมารวมไปถึงรถที่กำลังวิ่งผ่านจุดดังกล่าวอีกหลายคัน
นายอนุสิท ปั้นนิ่ม อายุ 33 ปี ได้เล่าถึงเหตุการณ์ช่วงเกิดเหตุว่า ตนกำลังขับรถไถเพื่อจะกลับบ้านพัก ระหว่างขับมายังจุดเกิดเหตุ ก็ได้เกิดลมฝนกระหน่ำตกมาอย่างแรง เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุตนได้ยินเสียงลั่นของเสาไฟและเสียงสายไฟดัง จึงมองไปยังเสาไฟเห็นว่าเสาไฟกำลังเอียงลงมา ตนจึงได้รีบกระโดดลงจากรถเข้าไปหลบในบ้านและมองย้อนกลับไปที่รถก็เห็นว่าไฟล้มทับรถและเห็นประกายไฟและเสียงไฟช๊อต จากนั้นสายฝนก็ตกกระหน่ำอย่างรุนแรง
สำหรับเหตุการณ์พายุฝนถล่มในพื้นที่นั้น ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ถูกต้นไม้ล้ม และชนกับเสาไฟ ถึง 2 ราย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างอริยะ ได้เร่งนำอุปกรณ์เลื่อยและเครื่องปั่นไฟเข้าพื้นที่เพื่อนำต้นไม้ออกจากจุดเกิดเหตุ เพื่อให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าได้เข้าพื้นที่ทำงานเพื่อทำการซ่อมและเปลี่ยนเสาไฟฟ้าให้กลับมาจ่ายกระแสไฟได้ตามปกติ
ตาก - เมื่อเวลา 17.00 น. ได้เกิดลมพายุพัดแรง และฝนฟ้าคะนอง พัดกระหน่ำหลายพื้นที่ในอำเภอพบพระ จ.ตาก ทำให้พืชไร่เสียหาย และต้นไม้ล้มจำนวนมาก โดยเฉพาะ ที่บ้านรวมไทยพัฒนา 8 หมู่ที่ 6 ต.รวมไทยพัฒนา มีฝนตกหนัก ลมแรงต้นไม้ล้มทับขวางถนน และต้นข้าวโพด ต้นพริก เสียหาย นอกจากนี้มี ต้นสะเดาคู่หมู่บ้านรวมไทยพัฒนา 8 อายุกว่า 30 ปี ที่ปลูกพร้อมกับการก่อตั้งหมู่บ้าน ปีพ.ศ 2531 ล้มลงขวางถนนปิดการจราจร ยานพาหนะต่างๆไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือ ในการตัดต้นไม้เอาออกจากบนถนน เพื่อให้สัญจรไปมาได้ตามปกติ
นางมาลี ราศรี เกษตรกร บ้านรวมไทยพัฒนา 8 กล่าวว่า ผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหายมาก ในเบื้องต้นได้ออกสำรวจความเสียหายแล้ว พบความเสียหายบางส่วน แต่จะสามารถสำรวจได้ทั้งหมดในวันพรุ่งนี้ เพราะขณะนี้ฝนยังตก และเริ่มค่ำแล้ว
ด้านนายอภิชาติ เหมือนมนัส นายอำเภอพบพระ ได้สั่งการ ให้ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน และอบต.เข้าไปสำรวจความเสียหาย และหาทางช่วยเหลือน้องประชาชนที่ประสบภัยต่อไป
เชียงราย – เกิดฝนฟ้าคะนองและพายุฤดูร้อนพัดถล่มในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงรายโดยเฉพาะในตัวเมืองเชียงราย แรงพายุทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงริมถนนพหลโยธิน สายเชียงราย –พะเยา บริเวณหน้าศูนย์จำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าหักล้มเสียหาย 5 ต้น ซึ่งเสาไฟฟ้าแรงสูงที่ล้มยังได้ทับรถยนต์เก๋งที่กำลังขับอยู่บนถนนพังเสียหายยับเยิน 3 คัน ทำให้กระแสไฟฟ้าริมถนนพหลโยธินฝั่งตะวันตกดับเป็นวงกว้าง นอกนั้นที่ภายในโรงเรียนเทศบาล 1 ศรีเกิด ต้นยางอินเดียขนาดใหญ่ กว่า 5 คนโอบ อายุเกือบ 100 ปี ปลูกไว้ลานหน้าอาคารเรียน ยังได้ล้มแบบถอนรากถอนโคน ทับรถยนต์ตู้ รถเก๋ง และรถจักรยานยนต์ได้รับความเสียหายอีก 3 คัน นอกจากนั้นแรงพายุยังได้พัดจนป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่สร้างแบบแข็งแรงมีเสาเป็นซีเมนต์อัดแรงและป้ายขนาดต่างๆ ภายในเขตเทศบาลนครเชียงราย ถูกกระแสลมพัดล้มเสียหายหลายสิบป้าย ต้นไม้หักกีดขวางการจราจรหลายจุด หลังเกิดเหตุทางการไฟฟ้าส่าวนภูมิภาคสาขาเชียงราย และเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงราย เร่งเข้าสำรวจความเสียหายและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เบื้องต้นพบว่าได้เกิดพายุฤดูร้อนในหลายพื้นที่ทั้งในอำเภอเวียงป่าเป้า อำเภอแม่จันและอีกหลายอำเภอ อยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
สุรินทร์ - เวลา 13.45 น. เกิดเหตุลงกรรโชกแรงและฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของจังหวัดสุรินทร์ ทำให้ป้าย ต้นไม้สิ่งปลูกสร้าง ได้รับความเสียหาย ส่วนเหตุระทึกช่วงขณะมีลมแรงภายในพื้นที่ศาลกาลางจังหวัดสุรินทร์ บริเวณลานข้างหลังตัวอาคารศาลากลางจังหวัด เกิดเสียงดังสนั่น เหตุเสาโทรคมนาคมความสูงประมาณ 60 เมตร ล้มหลุดจากฐานลงมาฟาดพาดผ่านกลางลานลงไปห้องเก็บของใกล้กับอาคารที่ทำการสำนักงานพัฒนาชุมชน และ สำนักงาน กรอ.มน. ทำให้เสาไฟซึ่งมีสายไฟและสายส่งสัญญาณ ที่ใช้กับตัวอาคารหลักและข้างเคียงขาดตกลงมากองกับพื้น
เจ้าหน้าที่ที่ทำงานบริเวณในศาลากลางต่างออกมาดู รวมทั้งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นายอรรถพร สิงหวิชัย รีบรุดลงมาดูพื้นที่เกิดเหตุ เนื่องจากวิถีที่เสาลงเป็นวิถีตรงข้ามกับหน้าต่างห้องผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งถ้าเปิดหน้าต่างออกมาจะสังเกตเห็นพื้นที่เกิดเหตุได้อย่างชัดเจน
สำหรับสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในครั้งที่ คนงานที่นำรถเครน 2 คัน เข้าในจุดเกิดเหตุบอกว่า ตนและคนงานคนอื่นกำลังจะทำการยึดเสาโทรคมนาคมเพื่อทำการเตรียมซ่อมเสา เพราะเกิดการงอช่วงเมตรที่ 7 เนื่องจากมีเหตุรถขนสินค้าตู้สูงไปเกี่ยวกับสลิงเส้นหนึ่งที่ยึดตัวเสา ทำให้งอและจุดเสาเหล็กยึดติดกับฐานถูกดึงขึ้นมา ช่วงขณะกำลังยึดตัวเครนขึ้นไปประมาณ 8 เมตร เกิดลมกรรโชกแรงกะทันหัน ทำให้ยอดเสาโทรคมนาคมเกิดแกว่งอย่างแรง ประกอบกับช่วงที่เสามีอาการงอรับแรงเหวี่ยงจากจุดที่งอไปจนถึงยอดไม่ไหว ถึงแม้จำมีสลิงยึดอยู่ครบทุกด้าน ทำให้จุดที่ยึดกับฐานดีดหลุดออกจากฐานปูนตกลงพื้น จากจุดที่เกิดการงอจึงตกลงมาด้วย แล้วเสาทั้งเสาก็ตกและล้มลงมาทั้งหมด ยอดเสาประมาณ 10 เมตรไปฟาดลงยังห้องเก็บของซึ่งอยู่ใกล้กับประตูสำนักงานที่ทำการ กอ.รม.น. พังเสียหาย
โดยทิศทางล้มถ้าล้มไปยังฝั่งตรงข้ามกับจะเป็นตัวอาคารใหญ่ของศาลากลางจังหวัด โดยเป็นห้องปฏิบัติการผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ แต่โชคดีเสาล้มไปยังฝั่งตรงข้าม และในบริเวณที่เกิดเหตุได้มีการเคลียรถยนต์และคนออกไปก่อนหน้าแล้ว เพื่อที่จะนำรถเครนเข้ามาเตรียมซ่อมเสาดังกล่าว
อุดรธานี – นายสามารถ หมั่นนอก นายอำเภอน้ำโสม นางศิริโฉม หมั่นนอก กิ่งกาชาดอำเภอน้ำโสม พร้อมสมาชิกกิ่งกาชาติอำเภอน้ำโสม ทหารชุดปฏิบัติการพื้นที่ ร.13 พัน 2 ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบวาตภัย พร้อมกับสำรวจความเสียหายจากพายุฤดูร้อนที่ พัดถล่มพื้นที่ อ.น้ำโสมในพื้นที่ ต.น้ำโสม และ ต.ศรีสำราญ เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (9 พ.ค.) นานกว่า 1 ชั่วโมง มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายรวม 14 หมู่บ้าน 35 หลังคาเรือน สวนยางพาราเสียหายหลายสิบไร่ ต้นไม้ใหญ่ริมถนนสาย น้ำโสม-บ้านนาเมืองไทย โค่นหักพาดสายไฟฟ้าขาด โดยก่อนหน้าวันที่ 8 พฤษภาคม อ.น้ำโสม ก็ถูกพายุพัดถล่มมาก่อนหน้าใน 2 ตำบล 4 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 10 หลังคาเรือน
ทำให้เมื่อคืนที่ผ่านมาไฟฟ้าดับในพื้นที่หลายชั่วโมง และเสาไฟฟ้าถูกแรงลมพัดตนเอียงแต่ไม่โค่นล้มลงมา ตามทิศทางแรงพายุ ซึ่ง อ.น้ำโสม ถูกพายุพัดถล่มครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ในรอบไม่ถึง 1 เดือน มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายทั้งหมดกว่า 1,000 หลังคาเรือน แต่ครั้งนี้โชคดีมีแต่พายุฝนไม่เกิดพายุลูกเห็บขนาดใหญ่ เท่าไข่ไก่ที่ตกลงมาเมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา ที่มีบ้านเรือนเสียหายหลังคาทะลุถึง 844 หลังคาเรือน ในขณะที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดอุดรธานี เร่งดำเนินการต่อสายไฟในส่วนที่ชำรุดจนแล้วเสร็จ ทำให้ชาวบ้านใน 2 ตำบล มีไฟฟ้าใช้ตามปกติ
ขณะที่หอประชุมอำเภอน้ำโสม นางวิชุดา พันแสง นักพัฒนาสังคมชำนาญการ และเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พมจ.อุดรธานี ลงพื้นที่มอบเงินช่วยเหลือชาวบ้านที่อยากจน ที่ประสพวาตภัย และพายุลูกเห็บตกใส่หลังคาบ้านเรือนจนทะลุ 220 หลังคาเรือน ที่จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มอีกหลังคาเรือนละ 2,000 บาท โดยจะเป็นชาวบ้านที่ยากจนและเดือดร้อนจริง ที่ทางอำเภอได้คัดกรองส่งรายชื่อให้ พมจ.อุดรธานี ดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนอีกทาง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า พายุฝนที่พักถล่มเขตพื้นที่ ต.กลางใหญ่ อ.บ้านผือ เมื่อเย็นวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ที่นอกจากบ้านเรือนได้รับความเสียหายแล้ว ปรากฏว่ามีเสาไฟแรงสูง ที่ตั้งบนถนนสายบ้านผือ-น้ำโสม โค่นล้มทั้ง 2 ฝั่งถนนถึง 35 ต้น ระยะทางกว่า 1 กม.โดยตลอดทั้งวันนี้ นายอำธร พรมจันทร์ หน.พนักงานช่าง ระดับ 7 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดอุดรธานี ระดมกำลังช่างจากทั่วพื้นที่รับผิดชอบ จำนวน 150 คน รถเครื่องจักรหนัก รถเครน จำนวน 20 คัน มาเร่งดำเนินการตั้งเสาไฟ เพื่อจะทำการพาดสายไฟใหม่ เพื่อที่จะสามารถใช้งานได้ตามปกติ
ส่วนไฟฟ้าที่ถูกตัดกระแสไฟบริเวณดังกล่าว ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดอุดรธานี ได้นำรถโมบายปั่นไฟฟ้า ขนาด 120-500 กิโลวัตต์ 3 คัน เชื่อมต่อเข้าระบบสายไฟเดิม เพื่อปล่อยกระแสไฟให้ชาวบ้าน ต.กลางใหญ่ ได้ใช้ จนกว่าเจ้าหน้าที่จะทำการตั้งเสาไฟเสร็จทั้ง 35 ต้น จึงจะสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าตามปกติได้ คาดว่าจะดำเนินการตั้งเสาไฟเสร็จภายใน 2-3 วัน
ศรีสะเกษ - เวลา 14.30 น. เกิดฝนฟ้าคะนองหนัก มีทั้งลม ทั้งฝน และมีฟ้าผ่า มาในหลายอำเภอ แต่ที่ได้มีลมพายุพัดบ้านเรือนราษฎรเสียหายหนัก ได้แก่ 4 หมู่บ้าน ในเขตตำบลโสน อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดย นายเสรี บูรณะ ผู้ใหญ่บ้านคำเผือ หมู่ที่ 5 ตำบลโสน อำเภอขุขันธ์ แจ้งโทรประสานกับผู้สื่อแจ้งว่า บ่ายของวันนี้ได้เกิดพายุฝนขนาดใหญ่ พัดมาในเขตตำบลโสน ทั้งหมู่บ้าน อันได้แก่ บ้านคำเผือ หมู่ที่ 5, บ้านสวาย หมู่ที่ 7, บ้านแสงอรุณ หมู่ที่ 11 และบ้านขนุนเหนือ หมู่ที่ 15 สร้างความเสียหายหลักแก่บ้านเรือนราษฎรทั้ง 4 หมู่ที่บ้าน ราว 50 หลังคาเรือน และเสียหายเล็กน้อยอีกกว่าร้อยหลังคาเรือน ซึ่งขณะนี้ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่ กำลังเร่งสำรวจเพื่อรายงานนายอำเภอขุขันธ์ เพื่อขอความช่วยเหลือโดยด่วน
โดยก่อนที่จะเกิดฝนตกหนักมา ได้เกิดลมพายุพัดมาก่อน แรงมาก ชาวบ้านพากันแตกตื่นหวาดผวา วิ่งเข้ากอดลูกหลานไว้ในอ้อมอก ในบ้านของตนเอง และที่สำคัญ มีบางหลังที่หลังคาบ้าน ที่เป็นสังกะสี ถูกลมพายุพัดยกเอาสังกะสีปลิวหายไปกับลมทั้งหลัง ชาวบ้านที่กอดกันอยู่กลางบ้านที่ถูกสังกะสียกปลิวหายไป กอดกันแน่นตัวสั่นไปหมด จนพายุหมุนสงบลง ก็ได้มีฝนตกตามมา ก่อนที่ชาวบ้านจะพากันวิ่งไปหลบฝนยังบ้านใกล้เคียงที่แข็งแรงพอ หลังคาบ้านไม่เปิดไป และเมื่อฝนหยุดตกพากันเดินออกไปกลางทุ่งนา ที่ลมหอบเอาสังกะสี หลังคา ฝาบ้าน ลอยไปตกไกลๆ ทยอยเก็บสังกะสีของบ้านตนเองมาไว้ซ่อมบ้านต่อ
นายเสรี บูรณะ ผู้ใหญ่บ้านคำเผือ เล่ามาว่า นับตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว ที่ 4 หมู่บ้านนี้ ได้เกิดฝนตกลงอย่างมากหนักและต่อเนื่อง แต่นับตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวันนี้ ก่อนที่จะเกิดฝนตกหนักลงมาอีก ได้เกิดพายุหมุนพัดมาก่อน พัดมาแรงมาก พัดแบบหมุนมาเลยและหอบเอาบ้านเรือนราษฎรใน 4 หมู่บ้าน หลังคาฝาบ้านสังกะสี ลอยไปตามกรแสลม ไปตกยังทุ่งนาไกลนับเป็นกิโลๆ บ้างหลัง ขณะที่ลมพัดหลังคาบ้านออกไป ยายกับหลานกอดกันตัวสั่นอยู่กลางบ้านที่ไม่มีหลังคา จนลมสงบจึงได้พากันวิ่งออกไปอาศัยบ้านข้างเคียงที่แข็งแรงกว่า จากนั้นก็ได้เกิดฝนตกตามมา ข้าวของ เครื่องใช้ภายในบ้าน ทีวี เครื่องเสียง ตู้เสื้อผ้า ที่นอน หมอนมุ้ง เปียกน้ำฝนเสียหายหมด และขณะนี้ก็เริ่มมืดค่ำ คืนนี้หลายหลังคาเรือนต้องไปอาศัยบ้านญาติๆ นอนพักไปก่อน เพราะหลังคาบ้านลอยหายไปหมดเลย ซ้อมแซมไม่ทันแน่ ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งสำรวจรายงานอำเภอ เพื่อขอความช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับผลกระทบต่อไป
บึงกาฬ - เมื่อเวลา 09.30 น. นายพลพงษ์ ศรีสมัย นายอำเภอโซ่พิสัย จ.บึงกาฬ พร้อมด้วยกำลังพลทหารจากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดบึงกาฬ ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลโซ่ ตำบลคำแก้ว และผู้นำชุมชน ออกสำรวจความเสียหายที่เกิดจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกรรโชกแรงในพื้นที่ตำบลคำแก้วและตำบลโซ่ สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนของประชาชนกว่า 30 คลังคาเรือน โดยเกิดเหตุขึ้นตอนกลางคืนที่ผ่านมา
โดยเฉพาะบ้านเลขที่ 293 หมู่ 1 ต.โซ่ อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ ของ น.ส.หวานเย็น ไชยวังราช อายุ 65 ปี ถูกแรงลมพัดเอาหลังคาบ้านที่มุงด้วยสังกะสีลอยปลิวออกไปไกลได้รับเสียหายทั้งหลัง ซึ่งในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เร่งสำรวจความเสียหายและเข้าให้การช่วยเหลือเบื้องต้นไปในวันนี้ และนอกจากนี้ยังมีต้นไม้ขนาดใหญ่ข้างถนนหักลงมา 2 ต้นทับสายไฟฟ้าแรงสูงทำให้เสาไฟฟ้าหักไปด้วย 1 ต้นขวางถนนทางหลวง เส้นทาง อ.โซ่พิสัย - อ.ปากคาด บริเวณบ้านอ่างทอง หมู่ที่ 2 ต.โซ่ อ.โซ่พิสัย ทำให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง ขณะนี้ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสามารถจ่ายไฟฟ้าให้ประชาชนได้ใช้แล้วและเปิดเส้นทางสัญจรให้รถยนต์ผ่านไปมาได้สะดวก



