
"เปรี้ยว-พวก"ร่ำไห้ คุก 34 ปี ฆ่าหั่นศพ"น้องแอ๋ม"
"เปรี้ยว-พวก" ร่ำไห้ ศาลสั่งจำคุกคดีฆ่าหั่นศพ"น้องแอ๋ม" 34 ปี 6 เดือน ให้ร่วมชดใช้กว่าล้านบาท "เบนซ์"โดน 1 ปี ด้านครอบครัวเหยื่อเดินหน้าอุทธรณ์ทั้งอาญา-แพ่ง
ความคืบหน้าคดีฆาตรกรรมสะเทือนขวัญฆ่าหั่นศพ “น้องแอ๋ม” น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย อายุ 22 ปี พนักงานสถานบันเทิงใน จ.ขอนแก่น นำไปฝังดินในเขต สภ.เขาสวนกวาง เหตุเกิดเมื่อกลางปี 2560 เป็นข่าวครึกโครม โดยศาลจังหวัดขอนแก่นได้นัดฟังคำพิพากษาของศาลชั้นต้นโดยเลื่อนขึ้นจากเดิมคือวันที่ 29 มิถุนายน มาเป็นวันนี้ (10 พ.ค.) นั้น
ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 พฤษภาคม รถเรือนจำกลางขอนแก่นได้ควบคุมตัวผู้ต้องขังจำเลยในคดีร่วมกันฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม ประกอบด้วย น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว จำเลยที่ 1 น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิร์น จำเลยที่ 2 นายวศิน นามพรหม หรือนิว จำเลยที่ 4 และน.ส.อภินันท์ สัตย์บัณฑิต หรือแจ้ จำเลยที่ 5 ทั้งหมดถูกตั้ง 5 ข้อหาคือร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ, ร่วมกันลักทรัพย์ของผู้อื่น, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยว ทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และข้อหาร่วมกันพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ไปที่ศาลจังหวัดขอนแก่นเพื่อร่วมรับฟังคำพิพากษาตัดสินคดี ขณะที่ น.ส.จิดารัตน์ พรมคุณ หรือเบนซ์ จำเลยที่ 3 ที่ได้รับการประกันตัวในข้อหารับของโจรได้เดินทางมาร่วมรับฟังคำตัดสินเช่นกัน
ส่วนนางสาคร ภาษี แม่ของเปรี้ยว จำเลยที่ 1 ก็ได้เดินทางมาให้กำลังใจลูกสาว โดยนางสาคร เปิดเผยความในใจว่า การตัดสินคดีขอให้ศาลเมตตาลงโทษเป็นเพียงการจำคุกอย่าถึงขั้นประหารชีวิต และขอให้ทุกคนให้อภัยในสิ่งที่ลูกสาวได้พลั้งพลาดไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการต่อสู้คดีของฝ่ายโจทก์และจำเลยในช่วงสืบพยานทั้ง 2 ฝ่ายเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ประเด็นในการต่อสู้คือการนำพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานแวดล้อมอื่นๆ หักล้างว่า การฆาตรกรรมครั้งนี้เป็นการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือเป็นการทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ทั้งนี้ เปรี้ยว จำเลยที่ 1 ได้รับสารภาพว่าทำร้ายร่างกายน้องแอ๋มจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตแต่ปฏิเสธไม่ได้มีการไตร่ตรองไว้ก่อน ส่วน น.ส.กวิตา จำเลยที่ 2 น.ส.อภิวันทน์ จำเลยที่ 4 และนายวศิน จำเลยที่ 5 รับสารภาพว่าร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายและทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย แต่ปฏิเสธข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ขณะที่ น.ส.จิดารัตน์ จำเลยที่ 3 ถูกแจ้งข้อหารับของโจรได้รับสารภาพในข้อหานี้ในการสืบพยาน
ด้านนายนพดล ศรีดาทัน ทนายร่วมฝ่ายโจก์ กล่าวว่า หากผลของการตัดสินคดีลงโทษจำเลยน้อยกว่าโทษจำคุกตลอดชีวิต ฝ่ายโจทก์ก็จะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าว และนอกจากการตัดสินคดีอาญาแล้วยังมีการตัดสินในคดีแพ่งที่โจทก์ยื่นฟ้องเพื่อเรียกค่าขาดอุปการะเลี้ยงดูจากการเสียชีวิตของน้องแอ๋มเป็นจำนวน 10 ล้านบาทด้วย
ต่อมาเวลา 13.30 น. ศาลได้อ่านคำพิพากษาโดยพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพฤติการณ์ของน.ส.เปรี้ยว น.ส.เอิร์น และน.ส.แจ้ เป็นการทำร้ายร่างกายผู้ตายและมีการต่อสู้รวมถึงมีปากเสียงกันบนรถ โดยมีบางช่วงที่ผู้ต้องหามีความคิดที่จะปล่อยผู้ตายลงจากรถ แต่ผู้ตายพูดจาข่มขู่และผู้ต้องหาเกิดความกลัวทำให้มีการปิดปากปิดจมูกอย่างรุนแรงและมีการใช้ถุงพลาสติกคุมหัวผู้ตาย ไม่ใช่พฤติการณ์ของการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่เป็นการฆ่าโดยเจตนาจึงลงโทษน.ส.เปรี้ยว น.ส.เอิร์น และน.ส.แจ้ จำคุกตลอดชีวิต แต่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพจึงลดโทษให้หนึ่งในสาม คงเหลือจำคุก 34 ปี 6 เดือน
ส่วนนายวศินไม่มีพยานมาเบิกความถึงพฤติการณ์ในการร่วมกันฆ่าและไม่ปรากฏว่ารู้จักกับผู้ตายหรือวางแผนร่วมกับผู้ต้องหาทั้งสามคนมาก่อน แต่พฤติการณ์ที่เป็นผู้ขับขี่รถและไปซื้อปูนจึงเป็นการช่วยเหลือหรือสนับสนุนในการฆ่าจึงพิพากษาจำคุก 33 ปี 4 เดือน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพจึงลดโทษหนึ่งในสาม ลงโทษจำคุก 23 ปี 4 เดือน 20 วัน สำหรับน.ส.จิดารัตน์ มีความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์และรับของโจร พิพากษาจำคุก 2 ปี รับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงเหลือจำคุก 1 ปีไม่รอลงอาญา
นอกจากนี้ให้จำเลยที่ 1, 2, 4 และ 5 ร่วมกันชดใช้จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูและค่าปลงศพให้แก่นางพิชชาภา คำเพิงใจ แม่ของน้องแอ๋ม จำนวนรวม 1,070,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2560
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากฟังคำพิพากษา น.ส.เปรี้ยว น.ส.เอิร์น และน.ส.แจ้ ได้ร้องไห้ ส่วนครอบครัวของน.ส.เปรี้ยวหลังฟังคำตัดสินต่างอยู่ในอาการสงบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เพราะได้ทำใจไว้ก่อนหน้านี้ โดยน.ส.ประภาศิริ ประสมศรี พี่สาวเปรี้ยว เปิดเผยว่า ดีใจที่น้องสาวไม่โดนข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพราะน้องสาวไม่ได้ตั้งใจที่วางแผนฆ่า แต่โทษที่รับก็ถือว่าหนักพอสมควร ก็จะให้ทนายยื่นเรื่องอุทธรณ์ต่อไป เพราะโทษหนักต้องย้ายไปที่อื่น และแม่จะต้องเดินทางไปเยี่ยมไกลถึงนครราชสีมาและก็ขอให้สังคมอย่าได้ต่อว่าครอบครัวว่าโหดเหี้ยมอีกต่อไป
นายอมรพงศ์ จันทร์กวี ทนายของเปรี้ยวและเอิร์น กล่าวว่า เบื้องต้นพอใจคำพิพากษาที่ผลออกมาไม่ได้จำคุกตลอดชีวิตแต่มีตัวเลขชัดเจนแต่ก็ต้องย้ายไปอยู่ที่เรือนจำคลองไผ่ ส่วนการอุทธรณ์ก็ต้องทำต่อไปตามความประสงค์โดยจะยื่นอุทธรณ์ภายใน 1 เดือน
ส่วนนายนพดล สีดาทัน ทนายของฝ่ายโจทก์ กล่าวว่า หลังจากนี้จะทำคำร้องยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำตัดสินของศาลชั้นต้นทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งเนื่องจากพฤติการณ์ของกลุ่มจำเลยเป็นการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่ศาลได้ยกฟ้องข้อหานี้ จากนี้จะทำคำร้องยื่นต่อศาลภายใน 30 วัน
ขณะที่นางพิชชาภา คำเพิงใจ แม่ของน้องแอ๋ม กล่าวว่า สำหรับ 1 ปีที่สูญเสียลูกสาวต้องการทราบคำตัดสินของศาลจะได้รู้ว่าครอบครัวเราจะได้รับความยุติธรรมมากน้อยแค่ไหน จนถึงวันนี้เชื่อในคำตัดสินของศาลว่าจะเป็นแบบที่เราตั้งใจไว้ การเลื่อนคำตัดสินจากเดือนหน้ามาเป็นวันนี้อาจจะเป็นข่าวดีของแม่ อาจจะเป็นของขวัญวันเกิดให้แม่ เพราะแม่เกิดวันนี้ ถึงปีนี้ลูกจะไม่ได้อยู่ด้วยแม่จะพูดกับแอ๋มว่าปีนี้ขอคำตัดสินเป็นของขวัญวันเกิดให้แม่ ยิ่งสงสารลูกมากขึ้น เงินทองที่เรียกไปเราไม่ได้ต้องการเพราะเทียบกับชีวิตของลูกไม่ได้ ขอให้เป็นคำตัดสินที่น่าพอใจ อยากให้ลูกไปแบบที่ไม่มีห่วง ทุกครั้งแอ๋มจะมีห่วงคืออยากทำหน้าที่ดูแลแม่ สิ่งที่ลูกมีให้มาตลอดคือเขาทำหมดแล้ว
“ลูกจากไป ครอบครัวเราก็เสียใจ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเราต้องยอมรับเข้มแข็งให้ได้ วันนี้เป็นวันที่เราจะรู้ว่าคนที่เขาทำลูกเราจะสำนึกหรือไม่ แม่ต้องการให้แอ๋มรับรู้ว่าแม่ดีใจที่แอ๋มได้มาเกิดเป็นลูกแม่ วันนี้ลูกต้องได้รับความยุติธรรมอย่างแน่นอน ทุกครั้งที่ผ่านมาแม่ได้กำลังใจจากเพื่อน พี่น้อง ทุกคน ทำให้เราผ่านเหตุการณ์ไปได้ อยากให้ลูกรู้ว่าเราเข้มแข็งได้ เพื่อลูกจะได้ไม่เป็นห่วงแม่” นางพิชชาภา กล่าว และว่า ในส่วนคำตัดสินนั้นเราไม่ได้คาดหวังจะมากหรือน้อยขึ้นกับคำตัดสินของศาลที่จะวินิจฉัย เพราะหลักฐานเรามีทุกอย่างแล้วก็หวังว่าศาลจะเมตตา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนศาลอ่านคำพิพากษา ที่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 10 บ้านเหล่านางาม ต.บ้านหว้า อ.เมือง จ.ขอนแก่น นางสำราญ เพลียแก่น อายุ 69 ปี นายวิเชียร อาสาภา อายุ 65 ปี นางหนูทิพย์ บุญเพชร อายุ 56 ปี ทั้งหมดเป็นยาย ลุง และป้าของน้องแอ๋ม ได้จุดธูป 1 ดอกต่อหน้ารูปถ่ายของน้องแอ๋มเพื่อเชิญดวงวิญญาณไปที่ศาลจังหวัดขอนแก่นพร้อมกับครอบครัวและญาติพี่น้อง โดยนางสำราญ กล่าวว่า อยากให้ศาลตัดสินประหารชีวิตให้ตายตกไปตามกันสมกับที่ทำกับน้องแอ๋ม อย่างไรก็ตามถึงศาลจะตัดสินออกมาแบบไหนญาติก็พร้อมจะยอมรับ
ฉบับ นสพ.คมชัดลึก



