ข่าว

ปชป.แฉพลังดูดจ่อโผล่กลุ่มวังน้ำเย็น

ปชป.แฉพลังดูดจ่อโผล่กลุ่มวังน้ำเย็น

10 พ.ค. 2561

"นิพิฏฐ์"เผยได้กลิ่นพลังดูดคสช.โผล่ถิ่น"ป๋าเหนาะ" ด้านภูิใจไทย-ปชป.ซัดกันนัว "บิ๊กป้อม"เหน็บม็อบอยากเลือกตั้งจงใจทำเป็นไม่เข้าใจโรดแม็พ ่

     กระแสพลังดูดของรัฐบาลคสช.เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดพรรคประชาธิปัตย์ออกมาแฉเป้าหมายต่อไปของพลังดูดจะเกิดขึ้นกับนักการเมืองกลุ่มใด เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีกำลังรวบรวมนักการเมืองเพื่อร่วมกันปฏิรูปประเทศ เช่น กลุ่มชลบุรี กลุ่มบุรีรัมย์ กลุ่มนครปฐม และก็น่าจะกลุ่มสระแก้วสถานีต่อไป เพราะว่าเห็นนายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกวุฒิสภาและผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก นั่งกินกาแฟกับนายเสนาะ เทียนทองอดีต รมว.มหาดไทย และแกนนำกลุ่มวังน้ำเย็น และพูดทำนองว่านายเสนาะคงจะร่วมมือกันปฏิรูปประเทศที่เราเห็นอยู่ขณะนี้เป็นการหาเสียงหรือไม่ ไม่ทราบ แต่ถ้าในระบอบประชาธิปไตยที่เป็นระบบปกติในวาระการเป็นรัฐบาลช่วงท้ายๆ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป เขาห้ามหาเสียงห้ามอนุมัติงบประมาณที่เป็นงบผูกพันระยะยาว และห้ามหาเสียงในช่วงระหว่างนี้ แต่เอาเถอะ เราอยู่ในระบบไม่ปกติจึงเห็นได้ว่ามีการอนุมัติงบใหม่เพิ่มขึ้นมากมาย ซึ่งสวนทางกติกาในระบบปกติ รวมถึงมีย้ายข้าราชการหลายภาคส่วนมากมายด้วยก็ไม่รู้หมายความว่าอย่างไร อธิบายไม่ถูก เพราะไม่ใช่คนในระบอบนี้ ที่ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย ให้คนที่อยู่ในระบบเขาตอบน่าจะถนัดและเข้าใจง่ายกว่า เช่น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ น่าจะตอบได้ดี เพราะเขาอธิบายเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายได้

     นายนิพิฏฐ์ กล่าวต่อว่า แม้จะเดินสายกันอย่างไรแต่ในทางการเมืองไม่ใช่เรื่องง่าย มันไม่แน่ พรรคทหาร และแนวร่วมพรรคทหารที่หนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต้องหาเสียงให้ได้ 251 เสียง ไม่นับรวม ส.ว.250 คนที่มีอยู่แล้ว ตอนนี้นับดูคะแนนยังห่างไกล ยังไม่ถึงสามสิบสี่สิบเลย ถ้ารวมเสียงไม่ถึงเเม้จะโหวตนายกฯ ได้ ก็เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยทำงานไม่ได้อยู่ดีแค่โหวตกฎหมายงบประมาณตั้งแต่แรกก็ถูกตีตกแล้ว อย่าคิดว่าการโหวตคะแนนเสียง เมื่อมาถึงการเมืองในสภาจะเป็นเรื่องง่าย

เหน็บสิ่งที่บิ๊กตู่ทำทักษิณทำแล้ว

     นายนิพิฏฐ์ กล่าวอีกว่า นายกฯ มีสิทธิที่จะประชุมครม.หรือเดินทางไปได้ทุกจังหวัด เพียงแต่การลงพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นการหาเสียงหรือไม่นั้นก็แล้วแต่คนจะมอง ส่วนภาพที่ออกมาอาจมีการต่อรองทางการเมืองในการลงพื้นที่ครั้งนี้ เห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาแล้วแต่ชาวบ้านจะมองกันอย่างไร แต่บอกได้แค่ว่าสิ่งที่นายกฯ กำลังทำจะทำให้เราเห็นภาพการเมืองแบบเก่าๆ เดิมๆ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เป็นภาพแบบเดิมๆ ไม่ใช่การปฏิรูป ไม่ใช่สิ่งที่คสช.อยากจะทำ แต่เป็นสิ่งทุกอย่างที่นายทักษิณ ชินวัตร เคยกระทำมาแล้ว 

     “เพียงแต่ยุคนี้รัฐบาลคสช.ทำได้ง่ายกว่ารัฐบาลทักษิณเพราะรัฐธรรมนูญปี 40 และปี 50 มีบทบัญญัติหลายข้อห้ามกระทำในช่วงใกล้การเลือกตั้ง แต่ขณะนี้รัฐฐาลคสช.สามารถได้หมด แม้ตอนนี้ พล.อ.ประยุทธ์จะยังไม่เปิดเผยว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนนอก แต่สิ่งที่ทำถือว่ารัฐบาลวางแผนมาอย่างดี ส่วนพรรคภูมิใจไทยที่มีภาพให้การต้อนรับรัฐบาลจะถูกมองว่าถูกคสช.ดูดก็แล้วแต่คนจะมอง เพราะส่วนตัวไม่อยากวิจารณ์ใคร ใครจะไปจับมือใคร อย่าไปวิจารณ์กันเลย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ที่คือการเมืองแบบเดิมๆ ไม่ใช่การปฏิรูปแน่นอน” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

ปชป.แฉพลังดูดจ่อโผล่กลุ่มวังน้ำเย็น

ปชป.ชี้“บิ๊กตู่”มีนัยทางการเมือง

     วันเดียวกัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลภาคอีสาน กล่าวถึงการลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อาจจะกระทบเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ว่าต้องกระทบบ้าง เพราะเป็นการลงพื้นที่ของบุคคล แต่ไม่เป็นปัญหาอะไรเพราะถือเป็นการแข่งขันกัน การที่รัฐบาลลงไปในพื้นที่ถือเป็นประโยชน์ต่อภาคอีสานตอนใต้ 4 จังหวัด มีหลายโครงการ มีเม็ดเงินลงไปในพื้นที่ ก็ดีกว่าไม่มี แต่ที่นายกฯ ปฏิเสธว่าการไปประชุมครม.สัญจรครั้งนี้ไม่มีการเมืองนั้น ตนไม่เชื่อ เพราะมีคำถามออกมาว่าใครดูดใครแน่ ดูได้จากเมื่อปี 2557 ทหารเข้าไปค้นสนามช้างอารีน่า จ.บุรีรัมย์ แล้ววันนี้ผ่านมา 3 ปี กลับไปจูบปากกัน ขับรถไต่ถัง หมายความว่าอะไร แต่โชคดีที่ใส่หมวกกันน็อก มิฉะนั้นคงหัวแตกไปแล้ว

     ด้านนายอิสสระ สมชัย อดีตส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มีนัยทางการเมืองอย่างแน่นอน การมาครั้งนี้ของพล.อ.ประยุทธ์ ก็เพื่อเป็นการมัดจำทางการเมือง ว่าหลังเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทยสนับสนนุพล.อ.ประยุทธ์ ทั้งนี้เท่าที่สังเกตดูพบว่าเริ่มมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองในภาคอีสาน โดยพรรคประชารัฐเคลื่อนไหวติดต่อกับคนของพรรคภูมิใจไทยซึ่งเหมือนจะบอกเป็นนัยว่าจะได้ร่วมรัฐบาลหลังจบการเลือกตั้งอย่างแน่นอนจึงอยากฝากถึงนายกฯ ว่าการที่จะมาดูแลภาคอีสาน ควรดูแลให้รอบด้านทั้ง 20 จังหวัด ไม่ใช่จังหวัดที่มีสัญญาณว่าจะมาเป็นรัฐบาล ก็ไปเอาใจ ตนว่าไม่ถูก เพราะจังหวัดที่นายกฯ ไม่ไปก็เสียภาษีเหมือกัน

ปชป.แฉพลังดูดจ่อโผล่กลุ่มวังน้ำเย็น

ปูดขนคนหมู่บ้านละ 30 คน

     เมื่อถามว่านายกฯ ปฏิเสธตลอดว่าไม่ใช่เรื่องการเมือง นายอิสสระ กล่าวว่า การกระทำกับกรพูดตรงกันข้ามหมดทุกอย่าง แม้แต่ที่จ.บุรีรัมย์ ที่สนามช้างอารีน่า มีการแนะนำตัวนายอนุทินว่าเป็นทีมประชารัฐของรัฐบาล อย่างนี้ พล.อ.ประยุทธ์ทำไม่ถูก เรียกว่าเป็นพฤติกรรมของนักการเมืองในเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าไม่ใช่นักการเมืองก็อย่าเลียนแบบนักการเมือง การไปประกาศอย่างนั้นคนทั้งประเทศจะมีความรู้สึกอย่างไร

     “ได้รับทราบว่าคนที่มาเต็มสนามบอลนั้นไม่ได้มีการสั่งเป็นหนังสือ แต่ให้ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านต้องเอาคนมารับนายกฯ อย่างน้อยหมู่บ้านละ 30 คน เหมือนเกณฑ์ให้ประชาชนทั้งจังหวัดมาต้อนรับนายกฯ ซึ่งการสั่งการคงเป็นการสั่งกันเป็นทอดๆ และน่าสังเกตคือ นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย จริงใจกับพล.อ.ประยุทธ์แค่ไหน งานใหญ่ระดับต้อนรับนายกฯ และคณะรัฐมนตรี กลับใส่กางเกงขาสั้น ผมว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน แม้คนรู้ว่านายเนวินเป็นเจ้าของทีมฟุตบอล แต่ใช่ว่าจะต้องใส่กางเกงขาสั้นตลอด 24 ชั่วโมง แบบนี้จงใจไม่ให้เกียรติ ไม่เคารพนายกฯ ผมไม่อยากจะพูดให้ใครต้องระวังใครหลอก แต่อยากให้ทั้ง 2 ท่านคิดเอาเองว่าต่างฝ่ายต่างจริงใจต่อกันจริงหรือไม่” นายอิสสระ กล่าว

 

อนุทินอัดซ้ำแนะผู้ใหญ่อบรม

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยให้สัมภษณ์ในราบการริงไซด์การเมืองว่า การที่คุณหญิงกัลยา และนายอิสสระพูดว่ามีการขนคนมาแต่ละหมู่บ้านมาเชียร์นายกนั้น ถือเป็นการดูถูกคนบุรีรัมย์ เป็นเรื่องที่นักการเมืองไม่ควรทำ ส่วนที่นายกฯ ระบุว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของประชารัฐและหันไปโค้งให้นายกฯ ก็เป็นการกระทำตามมารยาท และหากบอกว่าเป็นตัวตลกทางการเมืองก็อยากถามว่าในปี 2551 ใครเป็นคนชวนให้ร่วมรัฐบาล  ใครหามาหา ถ้าเป็นผู้ใหญ่ในรัฐบาลประชาธิปัตย์ต้องเรียกบุคคลเหล่านี้มาอบรม และขอยืนยันว่าตอนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกฯ ก็ต้อนรับไม่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าการต้อนรับนายกฯ ไม่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจถูดดูดแต่อย่างใด

    "วันนี้จะเป็นนายกฯ คนในคนนอก ไม่สำคัญเท่ากับคนเก่งคนดี เป็นคนที่รักสงบอยากเห็นประเทศชาติก้าวหน้า เมื่อเห็นคำวิจารณ์ของคุณหญิงกัลยาและนายอิสสระ ทำให้ไม่ให้ความสำคัญคนในคนนอกอีกต่อไป ใครจะว่าอย่างไรก็ช่างต้องให้ความสำคัญคนที่มีวุฒิภาวะ

ปชป.แฉพลังดูดจ่อโผล่กลุ่มวังน้ำเย็น

“บิ๊กป้อม” โต้เทงบดูด “เนวิน”

     ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการลงพื้นที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรที่ จ.สุรินทร์ และจ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 7-8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ว่าการลงพื้นที่ประสบความสำเร็จ คนในพื้นที่ต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.เป็นอย่างดี ส่วนกรณีที่มีหลายฝ่ายมองว่าการลงพื้นที่ดังกล่าวจะมีการทุ่มงบประมาณให้ จ.บุรีรัมย์ กว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งความจริงไม่ใช่เช่นนั้น เพราะงบประมาณที่รัฐบาลอนุมัติให้ทันทีนั้นแค่ 1,000 กว่าล้านบาท ซึ่งไปตามกรอบการพัฒนา 4-5 ปี และตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ไม่ใช่อนุมัติงบประมาณ 10,000-20,000 ล้านอย่างที่มีการกล่าวอ้าง ทั้งนี้คิดว่าการลงพื้นที่ของนายกฯ ได้ทำมาตลอดไม่ใช่เพิ่งจะมาทำในช่วงนี้ พร้อมทั้งยืนยันว่าการลงพื้นที่ดังกล่าวไม่จำเป็นว่าจะต้องไปหาเสียง

     เมื่อถามว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงประวัตินายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปอยู่กับกลุ่มการเมืองใดไปไม่รอด พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่เป็นไรหรอก เขาเป็นเจ้าของพื้นที่ก็มาต้อนรับเป็นธรรมดา ไม่ได้มีอะไรเลย ส่วนพล.อ.ประยุทธ์จะร่วมมือการเมืองกับนายเนวินหรือไม่นั้นไม่มีหรอก ท่านลงพื้นที่โดยที่ไม่มีเรื่องการเมือง อย่าเป็นห่วงโดยที่ไม่รู้เลย ส่วนใครจะมองก็ให้มองไป เรื่องจริงจะเป็นอย่างไรยังไม่รู้เลย พร้อมทั้งยืนยันว่าการเลือกตั้งเกิดขึ้นอยู่แล้วในเดือนกุมภาพันธ์ 2562”

 

 

เตือนกลุ่มอยากเลือกตั้ง

    พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกลุ่มคนอยากเลือกตั้งจะจัดชุมนุมใหญ่วันที่ 22 พฤษภาคมนี้ และจะเดินเท้ามาที่ทำเนียบรัฐบาล ว่าไม่มีความเป็นห่วงในกรณีดังกล่าว แต่ไม่เข้าใจคนกลุ่มนี้เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนนี้ คิดว่าก็อีกแค่ 3 เดือนจะได้เลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 อยู่แล้ว ซึ่งท่านนายกฯ ได้ชี้แจงทุกครั้งอยู่แล้วว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปตามกรอบดังกล่าว อีกทั้งคนทั่วไปกว่า 70 ล้านคนเข้าใจตามกรอบโรดแม็พของรัฐบาล

    เมื่อถามว่านายกฯ ได้ให้ตรวจสอบบุคคลที่อยู่เบื้องหลังผู้ชุมนุม พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ว่ามีกลุ่มการเมืองหนุนหลังอยู่หรือไม่คิดว่าอย่าทำอะไรให้บ้านเมืองวุ่นวายเลย เราอยู่ดีๆ มา 4 ปี แล้ว เหลือเพียงไม่กี่เดือนก็จะมีการเลือกตั้งแล้ว จะทำให้บ้านเมืองวุ่นวายทำไม ขอร้องไปยังกลุ่มคนอยากเลือกตั้งว่าอย่าเดินมายังทำเนียบรัฐบาลเลย จะเดินมาทำไม ซึ่งต้องให้เจ้าหน้าที่เขาดำเนินการ หากแกนนำคนใดทำผิดกรอบกฎหมายและทำให้เกิดความวุ่นวายก็จะดำเนินการตามกฎหมายและต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย

เหน็บแสร้งไม่เข้าใจโรดแม็พ

     ส่วนข้อเสนอของกลุ่มดังกล่าวให้พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกแล้วมาลงเลือกตั้งนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะไปลาออกได้อย่างไร ถ้าท่านนายกฯ ลาออก เขาก็ต้องลาออกเอง จะไปบังคับได้อย่างไร ซึ่งท่านทำอะไรผิดหรือยัง ท่านก็ปกครองบ้านเมืองได้ปกติตลอดระยะเวลา 4 ปี

    ผู้สื่อข่าวถามอีกว่ากลุ่มคนกลุ่มนี้ไม่เข้าใจตามกรอบที่รัฐบาลกำหนด พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ใช่ไม่เข้าใจ พวกเขาเข้าใจ แต่ทำเป็นไม่เข้าใจจึงต้องพยายามทำให้เขาเข้าใจ

ปชป.แฉพลังดูดจ่อโผล่กลุ่มวังน้ำเย็น

ตร.เผยม็อบเสี่ยงผิดก.ม.

     ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เตรียมเคลื่อนไหวชุมนุมวันที่ 22 พฤษภาคม ว่า เรื่องนี้ได้ประชุมสั่งการไปแล้วเมื่อวานนี้ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เพราะการชุมนุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นนี้มี 2 ประเด็น คือพ.ร.บ.ชุมนุม ตามคำสั่งคสช.ที่ 3 ส่วนจะมีผู้อยู่เบื้องหลังการชุมนุมหรือไม่นั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเราได้ดำเนินการติดตามอยู่แล้ว ส่วนจะเป็นคนที่อยู่ในประเทศหรือนอกประเทศ ต้องสอบถามทางบช.น.ซึ่งติดตามดูอยู่ ส่วนเรื่องของโลกโซเชียลทางปอท.เป็นผู้ควบคุมดูแลความเคลื่อนไหว กรณีที่มีการโพสต์ลงในโซเชียล

     “การชุมนุมวันที่ 22 พฤษภาคม ตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่มีการยื่นคำร้องขอใช้สถานที่ ซึ่งเราตรวจสอบที่โรงพักก็ไม่มี ถ้ามีการจัดกิจกรรมขึ้นต้องดูว่าใช้สถานที่ใด ตรงไหน เพราะพ.ร.บ.ชุมนุม จะใช้ในที่สาธารณะ ถ้าชุมนุมในที่ส่วนตัว กฎหมายครอบคลุมไม่ได้ เรื่องของพ.ร.บ.ชุมนุม เช่น ที่ชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถือเป็นที่ชุมนุมส่วนตัว ไม่ใช่ที่ชุมนุมสาธารณะ ออกมายังพื้นที่สาธารณะก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย ก็ต้องดูว่าเขาทำผิดหรือไม่ เน้นหนักว่า 150 เมตรจากเขตพระราชฐาน สิ่งที่ต้องบังคับใช้กฎหมาย 100%” รองผบ.ตร.กล่าว

สั่งสันติบาลหาคนชักใยม็อบ

     รองผบ.ตร. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เราได้ตรวจสอบว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่ ต้องตรวจสอบดูว่าใครเป็นตัวการ ใครเป็นผู้ร่วม แบ่งหน้าที่กันทำอย่างไร เจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลได้ติดตามดูอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามการข่าวยังไม่มีอะไรแทรกซ้อน สำหรับแกนนำต่างๆ มีการจับตาดูแลมาโดยตลอด ถูกดำเนินคดีไปแล้ว สำหรับเรื่องมือที่สามนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจเรามีความห่วงใยผู้ชุมนุม ยืนยันว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ขอให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและระเบียบ

“โรม”ยันประชาชนอยู่เบื้องหลัง

     ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ ให้ตรวจสอบว่ามีบุคคลที่อยู่เบื้องหลังกลุ่มคนอยากเลือกตั้งหรือไม่ ว่าเรื่องดังกล่าวนี้ถูกพูดถึงมาตลอดระยะเวลา 4 ปี แต่ที่ผ่านมาก็พิสูจน์แล้วว่าเราไม่มีคนอยู่เบื้องหลัง เพราะหากมีคสช. คงไม่ปล่อยเราเอาไว้ ดังนั้นจึงเป็นเพียงคำกล่าวลอยๆ ที่ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างไร ยืนยันว่าหากมีใครอยู่เบื้องหลังบุคคลนั้นก็คือประชาชน เพราะทุกครั้งที่เราจัดกิจกรรมประชาชนคือคนที่คอยสนับสนุนและบริจาคเงิน

     “สำหรับผมเมื่อพูดคำว่าโรดแม็พ มันต้องมีความชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่สิ่งที่เราเห็นคือการเลื่อนเลือกตั้งออกไปเรื่อยๆ จึงมองว่ารัฐบาลนี้ไม่มีโรดแม็พ มีแค่การตามใจพ

ปชป.แฉพลังดูดจ่อโผล่กลุ่มวังน้ำเย็น

ฟ้อง“วัฒนา"คดีทุจริตเอื้อทร

      เวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุม 501 สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ “นายวัฒนา หรือไก่ เมืองสุข” อายุ 60 ปี อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยุครัฐบาลทักษิณ 2 และแกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย “นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์” ที่ปรึกษากฎหมาย เดินทางมารายงานตัวต่อคณะทำงานอัยการคดีปราบปรามทุจริต 2 ตามที่นัดเพื่อส่งตัวพร้อมสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช.ฟ้องคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยมีนายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้ประสานพาตัวผู้ถูกกล่าวหาที่เดินทางมาถึงเข้าพบคณะทำงาน ซึ่งอัยการแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหา 19 ราย มาพบเพื่อฟังคำสั่ง 

     ขณะที่ “นายวัฒนา” หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา เปิดเผยว่า วันนี้มารายงานตัวต่ออัยการตามที่นัดหมาย เมื่อพบแล้วจะพาไปที่ศาลฎีกา เพื่อฟ้องคดี ตามขั้นตอนตนก็ต้องขอประกันตัว ส่วนจะต้องใช้หลักทรัพย์เท่าไหร่ไม่ทราบล่วงหน้า แต่ที่เคยขอประกันตัวในคดีเก่าๆ เคยโดนเรียก 2 ล้านบาท ส่วนการสู้คดีคาดว่ากว่าจะเริ่มสืบพยานคงไม่เร็วไปกว่าช่วงสิ้นปีพร้อมอยู่แล้ว

โดน2ข้อหา-ได้ประกันตัวแล้ว

     ด้านนายนรินท์พงศ์ กล่าวถึงเรื่องหลักทรัพย์ ว่าในวันนี้ได้เตรียมหลักทรัพย์ไว้ทั้งหมด 5 ล้านบาท เบื้องต้นหากยื่นฟ้องเราจะยื่นหลักทรัพย์เสนอศาลก่อน 2 ล้านบาท โดยเทียบเคียงจากคดีจัดซื้อรถเรือดับเพลิงของกทม. ที่นายวัฒนาเคยถูกฟ้องในมาตรา 157 ซึ่งขณะนั้นก็ได้ประกันตัว (ด้วยหลักทรัพย์ 2 ล้านบาท) ส่วนคดีวันนี้เท่าที่ทราบนายวัฒนาถูกกล่าวหา 2 ข้อหา ตามมาตรา 148 ที่อัตราโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต เเละ 157 ซึ่งเราก็ยังไม่ทราบว่าศาลจะกำหนดมาตรฐานวงเงินประกันไว้ที่เท่าใด ดังนั้นก็จะยื่นเสนอศาลก่อน 2 ล้านบาท จากจำนวน 5 ล้านบาทที่เตรียมไว้ ซึ่งหากศาลจะตีราคาประกันเพิ่มมากกว่า 5 ล้านบาท เหมือนคดีระบายข้าวจีทูจีของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ ก็คงจะต้องพยายามหาหลักทรัพย์อื่นมาประกอบ

     ล่าสุดเมื่อเวลา 14.30 น. ภายหลังศาลฎีกาพิจารณาคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เเล้ว มีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราวนายวัฒนา โดยตีราคาประกัน 5 ล้านบาท ส่วนจำเลยคนอื่นๆ ตีราคาประกันคนละ 3 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล โดยศาลฎีการับเป็นคดีหมายเลขดำที่ อม 42/2561 และนัดฟังคำสั่งวันที่ 6 มิถุนายนนี้ เวลา 10.00 น.

ปชป.แฉพลังดูดจ่อโผล่กลุ่มวังน้ำเย็น

“นพดล”งงวิษณุพูดปมบินพบแม้ว

     นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า การที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยเดินทางไปพบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่มีความผิดในวันที่ทำ แต่อาจมีความผิดในวันข้างหน้า ว่าไม่เข้าใจว่านายวิษณุ หมายความว่าอะไรถ้าไม่ผิดวันนี้ วันข้างหน้าก็ไม่น่าจะผิดเพราะเนื้อหาของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พอสรุปได้ว่าห้ามไม่ให้คนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคครอบงำพรรคจนขาดอิสระ วันนี้พรรคการเมืองยังไม่สามารถทำกิจกรรมอะไรได้ การไปรับประทานอาหารกันไม่ใช่การครอบงำทางการเมือง นายทักษิณก็เคยพูดมาตลอดว่าไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการบริหารจัดการของพรรคเพื่อไทย

     ทั้งนี้เมื่อคสช.เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้การบริหารจัดการก็จะอยู่ที่กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย และที่อดีตส.ส.ไปพบนายทักษิณ เป็นไปตามประเพณีไทยเมื่อผู้ใหญ่ที่เคารพมาใกล้ประเทศก็เดินทางไปเยี่ยมเยียนด้วยความรักที่มีต่อกัน การแสดงความรักไม่ใช่ความผิดทางอาญา และการไปพบไม่ได้หมายความว่าต้องถูกครอบงำ ไม่อยากให้รัฐบาลกังวลใจเรื่องนี้อยากให้มีสมาธิในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนดีกว่า

‘อุ๊งอิ๊ง’โพสต์ภาพนั่งตักพ่อ

     วันเดียวกัน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง บุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Ing Shinawatra ซึ่งเป็นภาพนั่งตักบิดาโดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ นั่งข้างๆ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเครื่องบินส่วนตัว พร้อมบรรยายภาพสั้นๆ ว่า "หนักแค่ไหนถามใจเธอดู @thaksinlive

ปชป.แฉพลังดูดจ่อโผล่กลุ่มวังน้ำเย็น

“ณัฐวุฒิ” ชี้พีซทีวีจอดำอีก

      วันเดียวกัน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. กล่าวว่า ทราบจากสื่อมวลชนว่ากสทช.มีมติระงับการออกอากาศของพีซทีวี อีก 30 วัน นับเป็นคำสั่งจอดำครั้งที่ 2 ในรอบ 5 เดือนแรกของปีนี้ โดยก่อนหน้านี้ตัวแทนของสถานีได้เข้าชี้แจงต่อกสทช.ถึงเนื้อหารายการที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นปัญหา แต่ผลก็เป็นเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมาคือยุติการออกอากาศ เคยตั้งคำถามว่าเหตุใดไม่มีการพิจารณาเนื้อหาของสถานีอื่นๆ ที่นำเสนอความคิดเห็นทางการเมืองตรงกันข้ามกับพีซทีวีบ้าง ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีคนร้องเรียนเข้ามา จึงสงสัยว่าบ้านเมืองนี้มีคนไม่ทำมาหากินอะไร วันๆ นั่งจ้องแต่พีซทีวี คอยหาเรื่องร้องเรียนอย่างนั้นหรือ และกสทช.ต้องทำงานแบบลูกนกในรัง รอคนร้องเรียนมาป้อนถึงปากโดยไม่เบิกตาแสวงหาข้อเท็จจริงในการนำเสนอของแต่ละสถานีหรืออย่างไร

(ข่าวหน้า1นสพ.คมชัดลึก)