
"บิ๊กตู่" หวั่นใช้เงินอนาคตมากเกิน เป็นหนี้สาธารณะ
"บิ๊กตู่" ระบุไม่ว่าใครเป็นรัฐบาลต้องทำตามแผนงาน จะอนุมัติโครงการต้องดูแผนแม่บท ไม่อยากนำเงินอนาคตใช้มากเกินไป หวั่นกลายเป็นหนี้สาธารณะ
8 พ.ค. 61 - ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ว่า ครั้งนี้เป็นการประชุมนอกสถานที่ครั้งที่ 19 ก็ให้ย้อนกลับไปดูว่าช่วงปีแรกๆ เราทำอะไร ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ที่มีปัญหาก่อน หลังจากนั้นก็จะไปในจังหวัดต่างๆ ไปสร้างงานให้เกิดการบูรณาการเกิดขึ้น แม้จะไปไม่ทุกจังหวัด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ใน 4 ปีที่ผ่านมาเราให้งบประมาณโดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำไปทั้งหมดกว่า 5 พันล้านบาท ซึ่งไม่ต้องขอเรามาโดยตรง แต่รัฐบาลต้องคิดมาก่อน ขณะเดียวกันก็มีแผนระยะยาวเรื่องน้ำที่เราวางไว้ 6 พันกว่าล้านบาท ที่สอดคล้องกับแผนแม่บท โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ ก็มีการขอกันมาหลายมิติ ทั้งเรื่องบริหารจัดการน้ำ พัฒนาคุณภาพชีวิต เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน สร้างหอประชุม พัฒนาด้านสาธารณะสุข โครงสร้างพื้นฐาน สนามบิน รถไฟความเร็วสูง การท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งเราจำเป็นต้องสนับสนุนและงบประมาณในทางปฏิบัติก็มีอยู่แล้ว ก็ให้หน่วยงานไปปรับแผนในการดำเนินงานในอันที่ทำไม่ได้ ให้ทำได้ แต่บางอย่างก็อาจทำไม่ได้เพราะติดเรื่องอีเอชไอเอ และ เอชไอเอ ซึ่งรัฐบาลอยากทำทุกอย่างที่ขอมา แต่ก็ต้องดูงบประมาณที่มีอยู่ว่าเพียงพอหรือไม่ เราไม่อยากนำเงินในอนาคตมาใช้มากเกินไป เพราะจะกลายเป็นปัญหาหนี้สาธารณะ
นายกฯ กล่าวว่า การที่จะแก้ปัญหาให้ประเทศเราเดินหน้าไปได้ ไม่ใช่แก้แล้วพันหน้าพันหลังไป นี่คือปัญหาของเรา รัฐบาลนี้ระมัดระวังอย่างเต็มที่ โครงการที่เสนอมา ทั้งการศึกษา วิจัยพัฒนา การสร้างบุคลากร เราต้องพิจารณาดูให้ เพราะต้องดูแผนแม่บทก่อนว่าแต่ละพื้นที่ต้องเป็นอย่างไร เชื่อมโยงอย่างไร อันไหนเป็นศูนย์กลาง ถ้าทุกจังหวัดเป็นศูนย์กลางกันหมด แล้วจะไปขยายตรงไหนได้ นายกฯมาไม่ใช่ไปชี้นู่นชี้นี่ รองนายกฯ รัฐมนตรีทุกคนต้องลงพื้นที่ทุกจังหวัดในกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ก็สรุปรายงาน และแผนงานต่างๆ มามากมาย การทำงานต้องเป็นแบบนี้ และวันหน้าต้องเป็นแบบนี้ด้วย ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลก็ตาม ฝากสื่อแล้วกัน ตนอยู่หรือไม่อยู่ยังไม่รู้ แต่สื่ออยู่มาทุกรัฐบาล ต้องสร้างความเข้าใจให้ประชาชนเข้าใจให้ดีขึ้น อย่างน้อยก็ร่วมมือกับรัฐบาลหน้า จะเป็นใครก็ตาม แต่ต้องสร้างการยอมรับ สร้างการไว้เนื้อเชื่อใจต่อกันให้มากยิ่งขึ้น.



