
"บิ๊กตู่"รับอายหากมอเตอร์ไซค์คว่ำ
"บิ๊กตู่"บอก"โมโตจีพี"ใช้ความเร็ว200-300 ก.ม./ชม.ไม่ง่าย บอกไม่ได้เก่งกว่าใครอายเหมือนกันถ้าคว่ำตอนขี่ตรวจ"ช้าง เซอร์กิต"ฝากสื่อบอกปชช.ถึงงานที่รัฐบาลทำ
8 พฤษภาคม 2561 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร)
ทั้งนี้ถึงเรื่องการขับขี่จักรยานยนต์ในสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เมื่อวานนี้นั้น ว่าจำเป็นต้องไปดู และตนก็ขี่เป็นอยู่บ้างก็เลยลองดู อย่างไรก็ตาม การที่จะทำอะไรก็ตามถ้าเราได้เรียนรู้ด้วยตนเองจะรู้ถึงความยากง่าย ตนไม่ได้เก่งไปกว่าใคร ก็เสี่ยงอยู่เหมือนกัน ถ้าล้มคว่ำคะมำหงาย ก็อายคนเขาเหมือนกัน แต่บังเอิญว่าเคยขี่มาตั้งแต่เด็ก ด้วยความเร็วไม่ได้มากนัก 60-70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็รู้ตัวของตัวเอง แต่ทั้งหมดก็ทำให้รู้ว่า
เด็กเหล่านี้มีความพยายาม ในการขี่จักรยานยนต์แข่งที่ต้องใช้ความเร็วสูงถึง 200-300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่ใช่เรื่องง่ายมีความเสี่ยง ขณะหลวงพ่อคูณนั่งรถแค่ความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ลงไปแล้ว ดังนั้น ต่อให้ห้อยหลวงพ่อคูณก็เอาไม่อยู่ ทั้งหมดอยู่ที่ตัวของเราเอง อยู่ที่ความเชื่อมั่น
ลองคิดดูว่า การแข่งขันมอเตอร์ไซต์แต่ละครั้ง 4 ชั่วโมง ไม่มีหยุด ต้องเอนตัว แต่ละรอบไม่รู้กี่ครั้ง เอนตัวไปทั้งด้านซ้ายละขวา มันอันตรายแค่ไหน ความเร็วในโค้ง 200-300 กิโลเมตร เรื่องนี้ไม่ง่ายเลย สิ่งเหล่านี้ถือเป็นกิจกรรมการแข่งขันด้านกีฬาที่คนทั้งโลกนิยม ก็น่าดีใจ ที่เรามีคนของเรา มีชื่อเสียงระดับโลก มีคนกล้าที่จะฝึก
เมื่อวานที่ผมขี่อันตรายก็อยู่ที่ช่วงเข้าโค้ง การควบคุมรถการถ่วงน้ำหนัก ถ้าใช้ความเร็วมากผมก็คงหลุดโค้ง จึงต้องระมัดระวัง ผมรู้ตัวว่า ทุกคนจ้องจะถ่ายผม ตอนขี่ดี ๆ ไม่ถ่าย การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงได้เห็นถึงความรักสามัคคีของคนในจังหวัดบุรีรัมย์และสุรินทร์ ซึ่งไม่ว่าจะด้วยอะไร แต่เขาก็มีความรักความสามัคคีทำประโยชน์ให้เกิดกับชาติ ซึ่งก็น่าจะดี และได้มีโอกาสไปดูตลาดคนเดินเซราะกราว
ปกติขายเฉพาะเสาร์อาทิตย์ แต่วานนี้เป็นกรณีพิเศษ เพราะอยากมาดูหน้านายกฯ คนแน่นตลอดไปหมด ซึ่งอยากจะบอกว่านายกฯไม่ใช่คนพิเศษ เป็นคนธรรมดาแตะต้องสัมผัสได้ ผมถือว่า ผมได้รับความรัก ได้รับความเมตตาจากประชาชน ผมไม่ได้พูดแบบนักการเมือง กับลูกน้อง กับทหาร ผมก็พูดแบบนี้ มาตลอด เราอยู่คนเดียวไม่ได้ คนเป็นนายกฯก็เช่นกัน อยู่ได้ก็ด้วย ครม. ข้าราชการ ประชาชนผู้ได้รับประโยชน์ การจะทำให้ประเทศแก้ไขปัญหาได้ไม่ใช่แก้เพียงโครมคราม พันหน้าพันหลัง เราต้องระมัดระวังอย่างเต็มที่
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การมาครั้งนี้ ไม่ใช่นายกฯจะไชี้โน่นชี้นี่ ก่อนหน้าสองวันได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ลงทุกพื้นที่ใน 4 จังหวัดอีสานใต้ เพื่อรวมรวมปัญหาอุปสรรคและความต้องการของประชาชน และนำมาหารือในที่ประชุม ครม. ซึ่งการทำงานควรต้องเป็นแบบนี้ในอนาคตก็ต้องเป็นเช่นนี้ด้วย ไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาลก็ตาม ฝากสื่อไว้ด้วยตนจะอยู่หรือไม่ก็ยังไม่รู้ แต่สื่อคือส่วนที่อยู่ในทุกๆรัฐบาลก็ขอร้องให้ช่วยทำความเข้าใจ ให้ประชาชนเข้าใจให้ดีขึ้น และไม่ว่ารัฐบาลหน้าจะเป็นใครก็ตามจะต้องสร้างการยอมรับและความไว้เนื้อเชื่อใจให้ได้ อย่าไปสอนประชาชนให้ได้อะไรมาง่ายๆ เพราะมันจะสูญสลายหมดสิ้นไปง่ายเช่นกัน แต่ละปีงบประมาณหมดไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นรัฐบาลนี้เป็นห่วงมากที่สุด
ผมอยากฝากสื่อมวลชน เพราะหลายคนบอกว่ายังไม่รู้รัฐบาลทำอะไรให้บ้าง เพราะส่วนใหญ่ข้อมูลที่ติดตามคือเรื่องความขัดแย้ง ชาวบ้านไม่ได้ตามดูข้างในว่ารัฐบาลทำอะไร ชาวบ้านมักเอาการเมืองมาขับเคลื่อน ความสงบและความไม่สงบเรียบร้อย มักเกิดขึ้นจากพวกเรา จากสื่อ และรัฐบาลอาจพูดจาจนเกิดความเสียหาย โดยเฉพาะผม ชอบพูดเยอะ แต่ผมพูดด้วยความตั้งมั่นตั้งใจดีของผมเอง บางทีไม่มีเจตนาก็ต้องขอโทษด้วย เราจึงจำเป็นต้องสร้างการรับรู้ให้มากขึ้น
จะเห็นได้ว่าในทุกรัฐบาลที่ผ่านมาจะมีการขึ้นป้ายทั้งหมด ขอบคุณ พณฯท่านคนนั้นคนนี้ที่สร้างสะพานสร้างถนนให้ แต่ผมบอกไม่จำเป็น สิ่งที่รัฐบาลทำคือการสร้างความรับรู้กับสื่อและสังคมโซเชียลว่าเราทำอะไรไปบ้าง แลผมเชื่อว่าไม่เคยมีแบบนี้มาก่อนที่รัฐบาลลงพื้นที่เกือบทุกจังหวัด ทุกภาค ผมไม่ได้มาประชาสัมพันธ์เพื่อให้รักรัฐบาล แต่อยากชี้ให้เห็นถึงจิตใจของ ครม. ข้าราชการ พยายามทำดีอย่างเต็มที่" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว



