ข่าว

"วัฒนา เมืองสุข" พร้อมพบอัยการฟ้องคดีบ้านเอื้ออาทร

"วัฒนา เมืองสุข" พร้อมพบอัยการฟ้องคดีบ้านเอื้ออาทร

08 พ.ค. 2561

"วัฒนา"อดีตรมว.พม.ยุคทักษิณย้ำไม่เลื่อนนัดเตรียมหลักทรัพย์พร้อมประกันตัวอัยการนัด 19 ผู้ถูกกล่าวหา พบ สนง.อัยการ แจ้งวัฒนะ 9 โมงเช้า ก่อนฟ้องศาลฎีกานักการเมือง

       

           8 พฤษภาคม 2561 "นายวัฒนา  เมืองสุข" อายุ 60 ปี อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สมัยรัฐบาลทักษิณ 2 ได้กล่าวถึงกรณีที่อัยการสำนักงานปราบปรามการทุจริต นัดรับทราบคำสั่งฟ้องและนำตัวยื่นฟ้องคดีทุจริตการอนุมัติโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติว่า ในวันพรุ่งนี้ (9 พ.ค.)

 

 

          โดยบอกว่าตนจะไปพบอัยการตามที่นัดไว้เวลา 09.00 น. หลังจากนั้นพาตัวฟ้องที่ศาล (ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง) ซึ่งตนก็เตรียมหลักทรัพย์ไว้รอยื่นประกันตัวตามกระบวนการศาล สำหรับคดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหานับ 10 คนโดยคนอื่นๆ จะเดินทางมาพบอัยการอย่างไรตนไม่ทราบ ส่วนตัวก็จะไม่เลื่อนนัดอัยการเพราะพร้อมจะไปพบตามการนัดหมาย

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการนัดให้ผู้ถูกกล่าวหาคดีนี้ อัยการแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหา 19 รายมาพบที่ห้องประชุม 501 ณ อาคารสำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ ในวันที่ 9 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น. หลังจากนั้นจะนำตัวผู้ถูกกล่าวหาพร้อมสำนวน เอกสารหลักฐานในคดีที่เริ่มต้นในชั้น คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และรับช่วงต่อมาถึง ป.ป.ช. ไปยื่นฟ้องยังศาลฎีกาแผนกคคีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ ในวันเดียวกันดังกล่าว 

 

          โดยสำนวนทุจริตการอนุมัติโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาตินั้น เป็นสำนวนคดีสุดท้ายในการตรวจสอบหลายโครงการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดได้รับสำนวนมาจาก คตส. โดยชุดแรกอัยการ รับมาเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.51

 

         จากนั้นมีหลายส่วนทยอยส่งมา กระทั่ง คตส.ยุติหน้าที่จึงเป็น ป.ป.ช.รับช่วงสำนวนคดีต่อจากข้อกล่าวหาเรียกรับเงินจากผู้ประกอบการเอกชนให้ได้โควต้าเป็นคู่สัญญาจัดซื้อจัดจ้างโครงการบ้านเอื้ออาทรกับการเคหะแห่งชาติ 7 โครงการ 7,500 ยูนิต มูลค่า 2,500 ล้านบาท และได้ชี้มูลความผิด "นายวัฒนา เมืองสุข" อดีต รมว.การพัฒนาสังคมฯ และผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 10 ราย เป็นผู้ถูกกล่าวหา รวมความผิด 3 ข้อหา    

 

        1.ฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้ซึ่งทรัพย์สินแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 100,000 – 400,000 บาท หรือประหารชีวิต

 

         2.ฐานเป็นเจ้าพนักงานฯ เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อกระทำการในตำแหน่งโดยไม่ชอบฯ ตาม 149 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 100,000 – 400,000 บาท หรือประหารชีวิต

 

        3.ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตาม 157 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปีหรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ