
อภิสิทธิ์รับพรรคร่วมแค่หวั่นไหวไม่แตกแยก
"อภิสิทธิ์" รับพรรคร่วมแค่หวั่นไหว แต่ไม่แตกแยก เชื่อประชามติแก้รธน.ยุติความขัดแย้งได้ มั่นใจไม่ทำอะไรขัดกฎหมาย ภูมิใจไทยยันทำประชามติแก้รธน.6ประเด็น
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที 13 ต.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญกรณีที่พรรคภูมิใจไทยและพรรคชาติไทยพัฒนาออกมาระบุว่าการที่พรรคเพื่อไทยและกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เหตุผลที่นายกฯจะล้มโต๊ะแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า หลักสำคัญที่เราพูดไว้ตั้งแต่ต้นคือ เราอยากใช้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ปัญหาเรื่องปรองดองสมานฉันท์ ตนคิดว่าในส่วนของประชาชนถ้ามีการทำประชามติทุกอย่างจบ
ตนเชื่อว่ทุกฝ่ายเคารพกระบวนการจัดทำประชามติและเสียงส่วนใหญ่ แต่ถ้าพรรคการเมืองด้วยกันเองยังไม่ยอมตกลงกัน คำถามคือมันจะเกิดปัญเป็นความขัดแย้งขึ้นมาอีกหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ไม่ใช่วัตถุประสงค์ของที่จะแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตนยืนยันว่าเมื่อเราเดินหน้าทำงานมาถึงขั้นนี้ มีตัวแทนของทุกพรรคอยู่ในคณะกรรมการตกลงพูดคุยกันระหว่างคณะกรรมการประสานงาน(วิป) 3 ฝ่ายเรียบร้อยแล้ว ตนยืนยันปฏิบัติตามข้อตกลงเดิมทุกประการ และต้องการให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลง ถ้าบางฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลงอีกฝ่ายหยิบยกไปเป็นเรื่องที่นำไปสู่ความขัดแย้งใหม่ก็ต้องมาทบทวนเป็นเรื่องปกติธรรมดา
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการอ้างถึงข้อตกลงแก้รัฐธรรมนูญก่อนการจัดตั้งรัฐบาลจะกลายเป็นข้อจำกัดในทางออกของปัญหาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ข้อตกลงตอนที่จัดตั้งรัฐบาลก็ดี หรือจัดตั้งรัฐบาลแล้วหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลก็ดีมีความเห็นตรงกันว่าแก้รัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นความขัดแย้ง ถ้าแก้แล้วขัดแย้งก็ไม่มีใครอยากทำเพราะทำให้ประเทศย้อนกลับไปเหมือนปีที่แล้ว
เมื่อถามว่า ตอนนี้ความเห็นของพรรคร่วมรัฐบาลเกิดความแตกแยก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ไม่หรอก อาจจะหวั่นไหวอยู่นิดหน่อยว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะกระบวนการมันไม่เป็นไปตามที่นั่งคุยกันไว้ทุกฝ่ายแต่ว่าพูดคุยกันได้ไม่มีปัญหา" เมื่อถามว่า คิดว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถแก้ปัญหาขัดแย้งภายในเรื่องแก้รัฐธรรมนูญได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "หวังว่าเขาจะทำได้ ผมจะไม่วิจารณ์เขาแล้ว"
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าสุดท้ายการแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 6 ประเด็นประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยู่ที่ประชาชนจะแสดงออกในช่วงการทำประชามติจะเป็นข้อยุติที่ดีที่สุด เมื่อถามว่า นายกฯมั่นใจว่าผลประชามติออกมาแล้วจะไมมีปัญหาอีก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราน่าจะต้องเคารพมติของประชาชน เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยระบุว่าการทำประชามติขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 291 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ผมไม่ทำอะไรที่ขัดกฎหมายหรอก"
"ชวรัตน์"ปัดไม่ยุ่งท่าทีนายกฯโลเลแก้รธน.
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการแก้รัฐธรรมนูญว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ ไม่มีการพูดถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ส่วนจุดยืนที่จะแก้ไขรัฐธรรมนุญนั้น เขาห็นว่า เป็นความคิดเห็นของพรรคร่วมรัฐบาลหลาย ๆ พรรค ส่วนท่าทีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาในเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญ เขาไม่ทราบ เพราะไม่เกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนุญ
ภูมิใจไทยยันทำประชามติแก้รธน.6ประเด็น
เมื่อเวลา 16.00 น. นางศุภมาส อิศรภักดี รองโฆษกภูมิใจไทย แถลงข่าวภายหลังการประชุมพรรค เกี่ยวกับจุดยืนพรรคในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า พรรคยังยืนยันในการทำประชามติแก้ 6ประเด็น 6 ร่าง ตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯก่อนเข้าสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็นมา อย่างไรก็ตามอีก 2-3 วันแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลจะมีการหารือกันอีกครั้งเพื่อตกผลึกในเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้พูดถึงท่าทีของพรรคเพื่อไทย เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเชื่อว่าคงรอคำสั่งจากทางดูไบว่าเห็นอย่างไรแต่เชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วคงต้องเคารพมติเสียงส่วนใหญ่ในสภา
นางศุภมาส รองโฆษกภูมิใจไทย ยังกล่าวด้วยว่า ในที่ประชุมพรรคยังมีการกล่าวถึงกรณีพี่น้องประชาชนในพื้นที่สอบถามถึงการแต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่ ซึ่งพรรคได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็นการแต่งตั้งผบ.ตร.คนใหม่ ว่า นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และรมว.มหาดไทยเป็นคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) โดยตำแหน่ง ซึ่งในการลงคะแนนเลือก ผบ.ตร. ถือว่าเป็นความรับผิด รับชอบ ส่วนบุคคลไม่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งทางพรรคไม่เคยเข้าไปยุ่งหรือเข้าไป เสนอชื่อใคร เป็น ผบ.ตร. ขณะที่พรรคยังได้จัดทำซีดีคาราโอเกะ เพลงพรรคภูมิใจไทย เพื่อแจกจ่าย ส.ส. และผู้สมัครของพรรคให้นำลงไปเปิดในพื้นที่ด้วย
ขณะที่รองโฆษกพรรคภูมิใจไทย ยังกล่าวอีกว่า ในการประชุมพรรค วันที่ 20 ต.ค.นี้ หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมแล้ว พรรคจะได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ประจำเดือนด้วย ในเวลา 18.00 น. ซึ่งแกนนำพรรคที่เป็นรัฐมนตรี จะกลับมาร่วมงานด้วยภายหลังจากเสร็จสิ้นการประชุม ครม.สัญจร



