
ครม.ประกาศพรบ.มั่นคงเขตดุสิต15-25ต.ค.
นายกฯประกาศพรบ.มั่นคงในเขตดุสิต 15-25 ต.ค. อ้างกลัวม็อบแดงชุมนุมกระเทือนอาเซียนซัมมิท พฤหัสนี้ตรวจงานหัวหิน ก่อนเปลี่ยนสถานที่ประชุมครม. เพื่อเช็กความพร้อม ระบุประชุมอาเซียนซัมมิท ไม่หยิบประเด็นเขาพระวิหารหารือ ย้ำ ต้องยึดหลักทวิภาคี สันติ สนธิสัญญาจากมติ
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 13 ต.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม.ว่า ครม.อนุมัติการประกาศพื้นที่ความมั่นคงในเขตดุสิต กทม. ตามอำนาจในพ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร วันที่ 15-25 ต.ค. เนื่องจากมีรายงานข่าวความเชื่อมโยงกันว่าจะมีการชุมนุมใหญ่และมีความจำเป็นที่ต้องดูแลการชุมนุมไม่ให้มีเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงเละความเชื่อมั่นที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมอาเซียนซัมมิทด้วย
เมื่อถามว่า ขั้นตอนและความพร้อมในการจัดประชุมอาเซียนซัมมิท วันที่ 23-25 ต.ค.อยู่ในขั้นใด นายกฯ กล่าวว่า เดินหน้าเรียบร้อยดี ตนมีงานที่จะไปที่อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในวันที่ 15 ต.ค.อยู่แล้วและจะไปติดตามตรวจสอบความพร้อมด้วย จากนั้นตนจะพิจารณาว่าสัปดาห์หน้าจะไปประชุมครม.ที่อ.หัวหินหรือไม่ เมื่อถามว่า การประชุมอาเซียนซัมมิทจะนำเรื่องข้อพิพาทเขาพระวิหาร ระหว่างไทย-กัมพูชา มาหารือหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คงไม่มี และตนเข้าใจว่าน่าจะเป็นการเข้าใจผิดจากการให้สัมภาษณ์ของนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ประเด็นคือกฎบัตรอาเซียน จะต้องจัดตั้งกลไกยุติข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้น หมายความว่าเวลาที่อาเซียนตกลงอะไรกันไป เช่น ก่อนหน้านี้อาเซียนตกลงในเรื่องเขตการค้าเสรี หากประเทศใดไม่สามารถทำตามพันธะสัญญาได้และก่อนหน้านี้ไม่มีกลไกที่จะทำให้เป็นข้อยุติว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร แต่กฎบัตรใหม่อาเซียนนั้นจะมีกลไกนี้เพื่อดูแลว่าสิ่งที่เป็นข้อตกลงในอาเซียนสามารถดำเนินการไปได้ คงไม่เกี่ยวกับปัญหาทวิภาคีระหว่างไทย-กัมพูชา
เมื่อถามว่า แสดงว่า รัฐบาลยืนยันว่าข้อพิพาทเขาพระวิหารนั้นเป็นเรื่องทวิภาคี นายกฯ กล่าวว่า ถูกต้อง รัฐบาลจะแก้ปัญหาในกรอบนี้และยืนยันว่าทำเช่นนี้ได้ ตนหารือกับสมเด็จฯฮุนเซน นายกฯกัมพูชาทุกครั้งก็ยืนยันว่าจะแก้ไขตามกรอบนี้ เมื่อถามว่า นายกฯกัมพูชาจะมาประชุมอาเซียนซัมมิท จะมีโอกาสหารือเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ปกติเวลาประชุมแบบนี้ต้องพูดคุยกันในแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ และยืนยันว่าต้องแก้ปัญหานี้โดย 1.สันติวิธี 2.ทวิภาคี 3.มีข้อตกลงและกลไกอยู่แล้ว 4.อย่าให้เรื่องนี้มากระทบภาพรวมความสัมพันธ์ของสองประเทศ การพบกับนายกฯกัมพูชาทุกครั้งในปีนี้ราว 3-4 ครั้ง ตนยืนยันไปแบบนี้ทุกครั้ง
เมื่อถามว่า กรอบบันทึกการเจรจาระหว่างประเทศยังไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภา จะเกิดอุปสรรคในการแก้ไขเรื่องนี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องว่าไปตามกระบวนการ ทุกประเทศต้องเคารพกระบวนการภายในของกันและกัน เมื่อรัฐธรรมนูญของไทยระบุว่ากรอบบันทึกการเจรจาฯต้องผ่านรัฐสภา ก็ต้องทำตามนั้นและกัมพูชาต้องเข้าใจ
เมื่อถามว่า นักวิชาการบางกลุ่มระบุว่าหากกระทำแบบนี้จะเป็นการเสียดินแดนโดยมีกฎหมายรองรับ นายกฯ กล่าวว่า ตนคิดว่าเมื่อเสนอเรื่องนี้เข้าสู่รัฐสภา ตนจะรับฟังความเห็นของสมาชิกรัฐสภา หากจำไม่ผิด กระทรวงการต่างประเทศไม่ขัดข้องหากรัฐสภาอยากตั้งกมธ. ดังนั้นตนคิดว่าห่างไกลมากหากจะบอกว่าเราจะเสียอะไรทั้งสิ้น เพราะมันคือกรอบการเจรจาและแนวทางของรัฐบาลในการเจรจาชัดเจนว่าไม่ต้องการเสียสิทธิใดๆทั้งสิ้น
เมื่อถามว่า มีการอ้างถึงข้อตกลงไทย-กัมพูชาปี 2543 ที่ระบุถึงแผนที่ 1 : 200,ooo ตร.กม. นายกฯ กล่าวว่า ถูกต้อง แต่ข้อตกลงระบุว่า ข้อแรกต้องยึดสนธิสัญญา ส่วนแผนที่นั้นต้องเป็นแผนที่ที่สืบเนื่องมาจากสนธิสัญญานั้น และหากไปอ่านคำวินิจฉัยของศาลโลกปี 2505 อย่างละเอียดจะทราบว่ามีข้อโต้แย้งตลอดเวลาว่ามีแผนที่ฉบับใดบ้างที่เป็นแผนที่ที่ถือว่าเป็นงานของคณะกรรมการฯที่มาดำเนินการตามสนธิสัญญา



