
'สันธนะ'โชว์คุย'ผบ.ตร.'19 วิ !! เอ่ยขอโทษ 'เฮียเส็ง-ผู้ค้า'
อดีตนายตำรวจดัง พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ ตั้งโต๊ะแถลงโทรหา "ผบ.ตร." คุย 19 วินาที ก่อนมีท่าทีอ่อนลง พร้อมขอโทษ "เฮียเส็ง-ผู้ค้า" ที่ทำให้เดือดร้อน
“สันธนะ” ตั้งโต๊ะแถลง โทรหา “ผบ.ตร.” คุยไม่ถึง 20 วินาที ท่าทีอ่อนลง พร้อมขอโทษ “เฮียเส็ง-ผู้ค้า” ทำให้เดือดร้อน แจงเคยจ่ายเงินให้ผู้ใหญ่เดือนละแสน หลังเสียหายก่อสร้างล่าช้า
ที่ตลาดใหม่ดอนเมือง เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ เดินทางมาแถลงข่าวที่ตลาดดังกล่าว โดย พ.ต.ท.สันธนะ ได้โชว์เบอร์โทรศัพท์ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้โทรกลับมาภายใน 30 นาที เมื่อครบเวลา 30 นาที จึงโทรศัพท์ไปหา พล.ต.อ.จักรทิพย์ จำนวน 2 ครั้ง แต่ปรากฏว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ไม่รับสาย จึงเริ่มแถลงข่าวทันที โดยตอนแรก กล่าวว่า ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ มีสัญญาใจกับตนอยู่ ตนยังเคยโทรศัพท์ไปหาหลายครั้ง
หลังแถลงข่าวไปจนถึงเวลา 14.00 น. เบอร์โทรศัพท์ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้โทรกลับมา ทาง พ.ต.ท.สันธนะ ได้รับสาย ก่อนได้รับแจ้งจากปลายสายว่า ตอนนี้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจกับทาง ครม.สัญจร ที่ จังหวัดบุรีรัมย์ อีกสักครู่จะโทรกลับ ใช้เวลาพูดคุย 19 วินาที เมื่อวางสาย ทาง พ.ต.ท.สันธนะ มีอาการเงียบลงไปสักพัก ก่อนจะเริ่มแถลงข่าวต่อ และมีท่าทีกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปลี่ยนไป โดยบอกว่าให้ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ทำงานก่อน
พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวต้องเริ่มจากเมื่อเกิดเหตุรัฐประหารเมื่อปี 57 ทาง คสช.ได้เรียกตนเข้าไปพบ โดยชี้แจงให้ตนอยู่เฉยๆ โดยฝ่ายที่พูดกับตนยังบอกว่าถ้าไม่หยุดจะต่อยท้อง ขอให้พี่ๆ ทำงานให้แก่บ้านเมือง ตนก็ยอมหยุด แต่มันมีเหตุเรื่องตัวเลขผลประโยชน์หลายล้านที่พี่ๆ ทำ แล้วตนไปเห็นพอดี เป็นจำนวนเงินที่ไม่สามารถเข้าบัญชีธนาคารอย่างถูกกฎหมายได้ ระหว่างนั้นมีโทรศัพท์จากเพื่อนๆ ของตนที่รับราชการเป็นนายพล ให้ตนอยู่เฉยๆ ตนเพียงแต่รับทราบ แต่ไม่รับปาก โดยทหารที่เข้ามาพูดคุยก็เป็นคนในรัฐบาลนั่นเอง อยู่ในศูนย์กลางอำนาจ ซึ่งตนก็ติดนิสัยตำรวจ ได้บันทึกการโทรเข้า โทรออกหมด หากถามว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองไหม ตนขอตอบว่า มันจะไม่ใช่เรื่องการเมืองได้อย่างไร
พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนการบุกค้นตลาด เรื่องผลประโยชน์นี้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนเงินสูง ทุกคนเข้าใจว่าเป็นเพราะตน ทั้งๆ ที่ตนก็นิ่งเฉยแล้ว แต่เรื่องนี้มันเข้าสู่ระบบกระบวนการทางกฎหมายแล้ว ทำให้พี่ๆ ได้รับความเสียหาย ไม่พอใจตนเป็นอย่างมาก จึงมีความแค้นและมุ่งมาหาตน ทั้งนี้ตนต้องกราบขอโทษเฮียเส็ง หรือนายสุชาติ โชว์วิวัฒยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัด ด้วย ที่ความหวังดีของตนกลายเป็นประสงค์ร้าย ทำให้เกิดความเสียหายต่อตลาด
ตนเคารพนับถือเฮียเส็ง โดยมีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง ขอยกมือไหว้ขอโทษผู้ค้าทุกคน ทั้งนี้เฮียเส็ง เพิ่งเข้ามาดูแลตลาดได้เพียง 2 ปีเท่านั้น ก่อนหน้านี้เฮียเส็งกับหุ้นส่วน ได้ร่วมกันพัฒนาตลาด ก่อนจะไปทำธุรกิจที่อื่น ระหว่างนั้นมีคนชื่อ “เบิ้ม” เป็นผู้ดูแลตลาดและมีการเรียกเก็บเงินพ่อค้าแม่ค้า รวมถึงที่จอดรถ มีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างอาคารต่างๆ 107,378,100 ล้านบาท แต่ก็ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ
เมื่อเฮียเส็งกลับมา ทางพรรคพวกของนายเบิ้ม ก็รู้ว่าจะเสียผลประโยชน์จึงไม่พอใจ ตนก็ได้เรียกมาคุยกินกาแฟกัน แต่ลูกน้องนายเบิ้ม ก็ยังมายิงคนในตลาด จึงถูกสั่งห้ามเข้ามาในตลาดอีก นอกจากนี้ยังมีนักการเมืองชื่อดังที่เคยดูแลตลาด ตนก็ชี้แจงเรื่องความเสียหายการก่อสร้างล่าช้า ซึ่งนักการเมืองคนดังกล่าวได้ลงทุนไป จึงโอนเงินไปให้ทุกเดือน เดือนละ 1 แสนบาท จนผู้ใหญ่พอใจ บอกไม่ต้องโอนเงินมาให้อีก
พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเฮียเส็ง เลย ตนก็มาด้วยความจริงใจ แต่ก็เกิดเรื่องแบบนี้ได้ในที่สุด การบุกค้นตลาดเกิดจากความไม่พอใจตน เขาเลือกค้นตลาดเพราะมีประเด็นเกาะกระแสได้ พี่ๆ เขาก็ต้องการให้ตนเข้าไปกราบขอขมา แต่ตนเป็นคนกระด้างก็ไม่ได้เดินทางไป แต่สำหรับพี่ๆ แล้ว น้องคนนี้มีแต่ครับอย่างเดียว
พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวอีกว่า ตนรู้ว่าหลังจากนี้ใครจะมาดูแลตลาดต่อ แต่มันเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่อยากพูดถึง ส่วนการยกเลิกสัญญากับกรมธนารักษ์นั้น มันยังมีขั้นตอนทางกฎหมายอีกเยอะ มีขั้นตอนในศาลปกครองอยู่ ส่วนเรื่องจะเข้าค้นบัญชี กรอบรูปและนามบัตรตนในห้องทำงานชั้น 2 อาคารพลาซ่าริมน้ำ ก็ต้องเรียนว่าเป็นห้องที่ตนไม่ได้อยู่แล้ว ก็ได้ทิ้งขยะไปเท่านั้น ไม่รู้ทำไมถึงจะไปตรวจสอบเอกสารเหล่านี้
ทั้งนี้ตนขอกล่าวถึง พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.และพล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. สำหรับ พล.ต.อ.วิระชัย นั้น เป็นใครมาจากไหน ทำไมถึงเรียกกำลังได้มากขนาดนี้ ตนรู้จักผู้ใหญ่ 3 คนที่จะรออบรมคุณอยู่ อีกทั้ง พล.ต.ท.วิระชัย รุ่น นรต.37 รุ่นเดียวกับน้องชายคนเล็กของตน ส่วน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ นั้น ตนนับนิ้วยังไม่รู้เลยว่ารุ่นไหน ตนกับเขาไม่เห็นฝุ่นกัน
พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวต่อว่า ตนเกิดที่แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน อยู่ในพื้นที่เดียวกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จบโรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก จบเหล่าเตรียมทหาร โรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 33 ตอนเด็กเคยไปอยู่บ้านหลังหนึ่งตรงสี่แยกเทเวศร์ บ้านที่เวลามีเทศกาลสำคัญๆ นายทหารจะเข้าประตูข้างกัน แต่ตนมีกุญแจไขประตูหน้าบ้าน ตนเคยอยู่กองปราบปรามสามยอด รู้จักกับสารวัตรนายหนึ่งที่ตนเรียกว่าพี่ ตอนนี้อายุ 70 กว่าปีแล้ว เป็นผู้ยิ่งใหญ่ฝั่งธนบุรี การมาจับครีมกระปุกแบบนี้ ตนไม่เคยทำ ตนเคยอยู่ในจุดที่มันมากกว่านี้ แต่ที่เข้ามาเพราะห่วงใยตลาด



