ข่าว

กทม.เอาจริงป้ายโฆษณาผิดกฎหมาย

กทม.เอาจริงป้ายโฆษณาผิดกฎหมาย

13 ต.ค. 2552

กทม.เอาจริงป้ายโฆษณาผิด กม. ให้เวลา 2 สัปดาห์เก็บให้เกลี้ยง รองผู้ว่าฯ เผยเก็บได้เดือนละกว่าหมื่นป้าย ชวนกู้เงินเยอะสุด

 นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ใช้มาตรการจัดเก็บป้ายผิดกฎหมายในที่สาธารณะ เนื่องจากมีปัญหาการติดตั้งป้ายผิดกฎหมายในที่สาธารณะจำนวนมาก อาทิ ทำให้ความสกปรกรกรุงรังและการสัญจรของประชาชน ป้ายขาดความมั่นคง แข็งแรง อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทั้งนี้แนวโน้มป้ายผิดกฎหมายที่ติดในที่สาธารณะมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะใช้ พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 และพ.ร.บ.รักษาความสะอาด พ.ศ. 2535 อย่างเข้มข้นตั้งแต่เดือนพ.ย. 2552 เป็นต้นไป ซึ่งจะดำเนินการกับทุกป้ายที่ไม่ถูกต้องโดยไม่มีข้อยกเว้น ทั้งนี้จะประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของป้ายผิดกฎหมายจัดเก็บป้ายภายใน 2 สัปดาห์จากนี้ หากพบว่ามีการฝ่าฝืนสำนักงานเขตสามารถแจ้งดำเนินคดีกับและใช้มาตรการในการจัดเก็บภาษีด้วย ทั้งนี้ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา กทม.ทำการจัดเก็บป้ายผิดกฎหมายได้จำนวนมาก ในเดือน มิ.ย.จำนวน 9,852 ป้าย เดือน ก.ค.จำนวน 11,431 ป้าย และเดือน ส.ค.จำนวน 13,385 ป้าย โดยส่วนใหญ่เป็นป้ายโฆษณาของบริษัทเอกชน ป้ายกู้เงินด่วน-เงินสด รวมทั้งป้ายแนะนำตัวต่างๆ

 นายธีระชน กล่าวต่อไปว่า สำหรับมาตรการควบคุมและป้องกันปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับป้ายผิดกฎหมาย กทม.สามารถบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 กรณีพบตัวผู้กระทำผิด มีอำนาจสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจสั่งเป็นหนังสือให้ผู้โฆษณาปลด รื้อ ถอน ขูด ลบ หรือล้างข้อความ หรือภาพนั้นภายในเวลาที่กำหนด ถ้าผู้กระทำผิดยอมปฏิบัติตามถือว่าคดีเลิกกัน ถ้าไม่ยอมปฏิบัติตามพนักงานเจ้าหน้าที่สามารถจัดหรือมอบให้ผู้อื่นทำความสะอาด โดยให้ผู้กระทำผิดชดใช้ค่าใช้จ่ายตามที่จ่ายจริง และต้องแจ้งดำเนินคดีกับผู้ทำผิดต่อไป โดยต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท กรณีไม่พบตัวผู้กระทำผิดและไม่ทราบตัวผู้กระทำผิด เจ้าหน้าที่สามารถร่วมกันขจัดหรือแก้ไขไม่ให้สิ่งที่ผิดกฎหมายปรากฏอยู่ในที่ หรือทางสาธารณะนั้น นอกจากนี้ ตาม พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ.2510 สามารถควบคุมการกระทำผิดติดตั้งป้ายผิดกฎหมายในที่สาธารณะได้ต่อเมื่อผู้เป็นเจ้าของป้ายจงใจ ฝ่าฝืนไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีอันเป็นความผิดตามมาตรา 35 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000 -50,000 บาท แต่หากมีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีสามารถดำเนินการประเมินภาษี พร้อมคิดเงินเพิ่มในอัตราสูงสุดตามกฎหมายกำหนดได้