ข่าว

"ผบ.ทบ."ติงม็อบดูความเป็นจริง  !!!

"ผบ.ทบ."ติงม็อบดูความเป็นจริง !!!

07 พ.ค. 2561

"ผบ.ทบ."ย้ำครบ 4 ปี กองทัพยังหนุนงานรัฐบาลติงกลุ่มชุมนุมดูสภาพเป็นจริงบ้านเมืองกำลังเข้าสู่เลือกตั้ง"สั่ง"กกล.รส.เข้มดูแลแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว

 

          7 พฤษภาคม 2561 พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า จากการประชุมสำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่มีพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธาน 

     

         ได้กล่าวถึงเจตนารมณ์ในเรื่องการสนับสนุนรัฐบาลและดำเนินตามแนวทางของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เพราะกองทัพคือส่วนสำคัญที่ร่วมดำเนินการในนามคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มาตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ในการเข้ามาดูแลแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนและนำพาบ้านเมืองเดินหน้าอย่างเรียบร้อยมาตลอด 4 ปี

 

         นอกจากนี้ ภาพรวมการดูแลด้านความมั่นคง การจัดระเบียบสังคมรวมถึงการดูแลกลุ่มเรียกร้องต่าง ๆ ที่ผ่านมาเป็นไปด้วยดี สำหรับกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง อาจต้องคำนึงถึงสภาพความเป็นจริงในบริบทของการเมืองที่กำลังมุ่งสู่การเลือกตั้งภายใต้กรอบกฎหมาย และความสงบสุขของบ้านเมืองเป็นสำคัญด้วย

 

          อย่างไรก็ตามหากเป็นข้อเรียกร้องเรื่องปากท้องหรือคุณภาพชีวิตของประชาชน รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พร้อมให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกอยู่แล้ว และคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะให้การดูแล อำนวยความสะดวกตามความเหมาะสมด้วย

 

         "สั่ง"กกล.รส.เข้มดูแลแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว กวดขันผู้ประกอบการละเมิด พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค 
    

          พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  กล่าวด้วยว่า พล.อ. เฉลิมชัย 
สิทธิสาท ผบ.ทบ. และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้กล่าวถึงการทำงานของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย โดยให้ความสำคัญกับการเร่งรัดดำเนินการตามบัญชาของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ให้หน่วยงานด้านความมั่นคงกวดขันและเพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการกวดขันผู้ประกอบการที่ละเมิด พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค ด้านอาหารและยา อย่างจริงจัง โดยให้ทุกส่วนงานเร่งรัดในมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ไขหรือยุติปัญหาดังกล่าว มิให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน 

 

         

 

         ส่วนในเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนหรือหมู่บ้านโดยการขับเคลื่อนผ่านโครงการ "ไทยนิยม ยั่งยืน" ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกส่วนกำลังลงพื้นที่ปฏิบัติงานอยู่ในขณะนี้นั้น กำชับให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยประจำพื้นที่ เข้าช่วยสนับสนุนการทำงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดทั้งในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ตอนใน ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ด้วยมาตรการหรือโครงการรณรงค์ป้องกัน 

 

         นอกจากนี้ในเรื่องการดูแลทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะป่าไม้ ซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้กล่าวย้อนถึงนโยบายการปลูกป่าที่มอบให้ทุกส่วนงานดำเนินตามแนวพระราชดำริและศาสตร์พระราชา โดยขอให้ยังคงดำรงการปลูกป่าในทุกพื้นที่และดำเนินการอย่างจริงจังให้เกิดเป็น "ป่าผืนใหญ่" ซึ่งจะสร้างประโยชน์อย่างมหาศาลต่อชุมชนและภูมิภาค

 

          ทั้งนี้ การปลูกป่าขอให้กระทำควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และป้องกันการทำลายป่าที่เกิดจากฝีมือมนุษย์และตามธรรมชาติ โดยเฉพาะปัญหา ไฟป่าและหมอกควันตามฤดูกาลที่ภาครัฐและประชาชนร่วมกันแก้ไขมาโดยตลอดนั้น ที่ผ่านมาในช่วงปี 2560 – 2561 การดำเนินการเกิดประสิทธิผลเป็นอย่างยิ่ง ความเสียหายจากไฟป่าและหมอกควันลดลง ล่าสุดยังส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองที่เกินมาตรฐานลดลงจากปี 2560 ร้อยละ 5  ได้มอบให้ทุกส่วนงานได้ร่วมกันวางแผนงานการอนุรักษ์ในระยะยาวต่อไปด้วย