
เครือข่ายเฮ! ปิดบ้านพักศาล ฟื้นฟูป่า
เครือข่าย เฮ! ได้ป่าคืน หลัง"สุวพันธุ์" ถกบ้านพักตุลาการดอยสุเทพ สรุป 3 ประเด็น ไม่ให้ใช้ประโยชน์อาคาร -ฟื้นฟูป่า-เชื่อมโยงเป็นอุทยาน ตั้งกก.จัดการสิ่งปลูกสร้าง
ความคืบหน้าในการแก้ปัญหาบ้านพักตุลาการ บริเวณดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ล่าสุดเมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 6 พฤษภาคม นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ ได้เดินทางไปที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พระชนมพรรษา จ.เชียงใหม่ เพื่อหารือหาทางออกกรณีบ้านพักข้าราชการตุลาการบริเวณดอยสุเทพ ร่วมกับแกนนำเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพทั้ง 50 องค์กร รวมทั้งทหาร ตำรวจ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ก่อนมีการประชุมอย่างเป็นทางการได้มีการประชุมหารือเป็นการภายในระหว่างรัฐมนตรีกับตัวแทนเครือข่ายและตัวแทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในห้องประชุมเล็ก โดยใช้เวลาหารือร่วม 2 ชั่วโมง ก่อนประชุมอย่างเป็นทางการ โดยใช้เวลาสรุปผลเพียงประมาณ 20 นาทีเท่านั้น โดยนายสุวพันธ์ุในฐานะตัวแทนรัฐบาล ให้คำมั่นกลางที่ประชุมว่าจะไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่ในบ้านพัก 45 หลัง และอาคารชุด 9 หลัง ตามที่เรียกร้องและจะมีการดำเนินการคืนพื้นที่ให้แก่กรมธนารักษ์ ก่อนจะฟื้นฟูให้เป็นป่าดังเดิมโดยเร็วที่สุด โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมและสามารถปลูกป่าได้เลยทันที
ต่อมา นายสุวพันธุ์แถลงผลการประชุมว่า ในฐานะตัวแทนรัฐบาล รับนโยบายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มา 3 ประเด็นด้วยกัน และได้สรุปในที่ประชุมอย่างชัดเจน โดยเรื่องที่ 1 จะไม่มีผู้อยู่อาศัยในแนวเขตป่าดั้งเดิม โดยจะได้ให้กรมธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่เข้าไปรังวัดพื้นที่ให้เกิดความชัดเจนโดยยึดแนวที่ภาคประชาชนเสนอเพื่อให้ทราบว่าพื้นที่ใดคือแนวที่จะฟื้นฟู พื้นที่ใดคือส่วนที่ศาลยังคงใช้ประโยชน์ได้ เช่น ส่วนของสำนักงาน จากนั้นส่วนของพื้นที่ที่อยู่ในความดูแลของกรมธนารักษ์ก็จะให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ส่วนทางรัฐบาลจะรับภาระในการหาพื้นที่และงบประมาณจัดสร้างใหม่ให้ทางศาลหลังจากนี้ต่อไป
เรื่องที่ 2 ด้านการฟื้นฟู ทางนายกรัฐมนตรีต้องการให้ทำทันที โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้จัดทำแผนการฟื้นฟู ปลูกป่า ปลูกต้นไม้ ซึ่งการดำเนินงานให้ประชาชนร่วมหารือและดูแลร่วมได้ เชิญชวนชาวเชียงใหม่ให้มาร่วมแรงกันเพื่อให้ป่ากลับมาสมบูรณ์ดังเดิม โดยให้มีกรรมการระดับจังหวัดเข้ามาดูแล ขณะที่ มทบ.33 ได้มีการเตรียมการที่จะเกณฑ์ทหารเข้าปลูกต้นไม้ทดแทนแล้ว โดยจะเริ่มต้นในวันที่ 27 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชา แต่ก่อนหน้านั้นก็สามารถดำเนินการปลูกต้นไม้ได้ตามความเหมาะสม
เรื่องที่ 3 มีข้อเสนอจากเครือข่าย ที่ต้องการให้มีแผนดูแลพื้นที่ป่าดอยสุเทพที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงผืนเดียวกัน ก็จะรับเอาเรื่องนี้เข้ามาพิจารณา เช่น การทำให้เป็นเขตอุทยาน เป็นป่าสมบูรณ์ หรือทำอะไรกับสิ่งปลูกสร้างโดยให้ตั้งกรรมการมาดำเนินการเพื่อให้เป็นป่าสมบูรณ์ตามเจตนารมณ์ต่อไป ซึ่งขณะนี้ทางรัฐบาลยังคงรับฟังเสียงข้อเรียกร้องเพิ่มเติมในประเด็นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนได้รับสิ่งที่เหมาะสมและพึงพอใจ
“ยืนยันว่าการดำเนินการจะไม่มีการยืดเยื้อแต่อย่างใดและจะเริ่มดำเนินการทันที ส่วนเรื่องการรื้อถอนหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป ต้องรอบทสรุปจากคณะกรรมการหลังจากนี้ ซึ่งวันที่ 7 พฤษภาคม ทางนายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ จะได้เป็นประธานในการจัดตั้งคณะกรรมการรังวัดพื้นที่กั้นแนวเขตเพื่อให้มีความชัดเจน รวมทั้งการจัดการสิ่งปลูกสร้างที่มีอยู่ รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้อง อาทิ การดูแลพื้นที่นอกเหนือจาก 147 ไร่นี้ พื้นที่ราชพัสดุที่มีสภาพคล้ายป่า ที่อาจจะมีเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคตต่อไป แต่อย่างไรก็ตามในขณะนี้เรื่องของโครงการก่อสร้างบ้านพักศาลจะต้องปล่อยให้มีการดำเนินการก่อสร้างจนถึงระยะเวลาส่งมอบงานในเดือนมิถุนายนตามขั้นตอน เพื่อไม่ให้กระทบต่อข้อกฎหมายต่อไป” นายสุวพันธุ์กล่าว
ด้านนายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ข้อสรุปที่น่าพึงพอใจแล้วที่จะไม่ให้มีผู้ใดไปใช้ประโยชน์พื้นที่ บ้านพัก 45 หลัง และอาคารชุด 9 หลัง ซึ่งเป็นเขตป่าดั้งเดิม ตามที่เครือข่ายตั้งเป้าเรียกร้องตั้งแต่แรก จะเหลือแต่ที่ต้องการให้รื้ออาคารดังกล่าวให้หมดสิ้นแต่ยังติดข้อกฎหมาย ซึ่งหลังจากนี้จะได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการดำเนินการจัดการกับสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว และจัดการให้ป่ากลับมาสมบูรณ์ดังเดิม ซึ่งหากรัฐบาลคืนพื้นที่ให้แก่กรมธนารักษ์และทางธนารักษ์คืนให้แก่ป่าไม้ก็อาจจะนำกฎหมายป่าไม้มาใช้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวได้ทันที
อย่างไรก็ตาม สำหรับการตั้งคณะกรรมการจัดการกับสิ่งปลูกสร้างจะหลีกเลี่ยงคำพูดการรื้อถอนหรือไม่ หรือจะใช้กฎหมายข้อไหนในการดำเนินการ เบื้องต้นจะต้องมีการเร่งฟื้นฟูในส่วนที่สามารถปลูกป่าได้ก่อน เชื่อว่าในอนาคตจะไม่มีอาคารหลงเหลืออยู่อย่างแน่นอน ซึ่งการดำเนินการมาถึงขั้นตอนนี้อยู่ในระดับที่พอใจของเครือข่าย ถือเป็นความสำเร็จร่วมกันและการรวมตัวกันของชาวเชียงใหม่ถือเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่ทำให้ได้ป่าไม้คืนกลับมา คิดว่าการเคลื่อนไหวเรียกร้องในครั้งนี้จะเป็นดอยสุเทพโมเดลที่จะประกาศให้ทั้งประเทศรับรู้ว่าสิ่งที่รัฐดำเนินการไม่ใช่จะต้องถูกกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงจารีตประเพณีวิถีชีวิตชุมชนด้วย
“แม้ว่านายสุวพันธุ์ในฐานะตัวแทนรัฐบาลให้คำมั่นแล้ว ทางเครือข่ายก็ถือว่าพักรบชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ทางเครือข่ายและชาวเชียงใหม่ก็จะยังคงจับตาดูการดำเนินการของทางรัฐบาลว่าจะเป็นไปตามเป้าจริงหรือไม่ และจะดำเนินการอย่างรวดเร็วไม่ยืดเยื้อหรือไม่ และสิ่งที่ต้องทำต่อไปอย่างเร่งด่วนคือการฟื้นฟูป่า เนื่องจากขณะนี้ฝนเริ่มมาแล้ว พื้นที่โดนถางออกไปมากและเสี่ยงที่จะเกิดดินโคลนถล่มอย่างมาก ซึ่งขณะนี้ทางกองทัพภาคที่ 3 และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องและอาสาประชาชนจะเร่งเข้าไปปลูกป่าทดแทน ส่วนบ้านที่ยังรื้อไม่ได้นั้นก็จะปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนไปก่อน” นายธีระศักดิ์กล่าว และว่า เครือข่ายจะยังคงรวมตัวกันอย่างหลวมๆ เพื่อจะจับตาดูว่าสิ่งที่เรียกร้องไปและทางรัฐบาลตอบรับและให้คำมั่นแล้วนั้นจะเป็นไปในทิศทางใด แต่ลึกๆ แล้วเชื่อว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดี และรัฐบาลก็คงต้องการให้เรื่องนี้จบลงโดยเร็วที่สุดเช่นกัน
“เชื่อว่าสิ่งที่ดำเนินการมาถึงวันนี้จะเป็นบทเรียนที่จะนำไปสอนลูกหลานได้ในอนาคต ถ้าประชาชนร่วมมือกันจะทำเกิดสิ่งดีๆ เกิดขึ้นในประเทศไทยได้ ต้องขอบคุณไปถึงประชาชนทั่วประเทศที่ส่งกำลังใจให้แก่เครือข่ายและประชาชนชาวเชียงใหม่ให้มีแรงกำลังใจในการเรียกร้องขอคืนพื้นที่ป่า”
นายธีระศักดิ์ กล่าวอีกว่า เครือข่ายจะยังคงมีการจัดกิจกรรมต่อไปในรูปแบบพักรบ อาทิ ช่วงเย็นวันนี้ (6พ.ค.) ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ได้จัดนิทรรศการ “ฉันรักดอยสุเทพ” โดยมีการจัดแสดงภาพและเรื่องราวของดอยสุเทพแต่ละยุคแต่ละสมัย รวมทั้งความสำคัญศูนย์กลางจิตใจความเชื่อความศรัทธาของประชาชนที่ศูนย์สถาปัตยกรรมล้านนาคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ สี่แยกกลางเวียง จ.เชียงใหม่
ฉบับ นสพ.คมชัดลึก



