
สนช.เตือน"คสช."ระวังตกหลุมพราง หากเลิกไพรมารี่โหวต
"สมเจตน์" ชี้ นักการเมืองขอ "บิ๊กตู่" ใช้ ม.44เลิกไพรมารี่โหวต เป็นกับดักล่อให้ คสช. ทำขัดรธน. ประเมิน คสช. เลิกคุมเข้ม ให้นักการเมืองหาสมาชิกได้ทันเลือกตั้งแน่
วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 -- พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สนช. ฐานะอดีตประธานกมธ. วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง กล่าวถึงข้อเสนอจากนักการเมืองให้ใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ยกเลิกการใช้ระบบเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อหาผู้สมัคร ส.ส. (ไพรมารี่โหวต) ว่าเป็นความเสี่ยง
พล.อ.สมเจตน์ ขยายความด้วยว่า ถือเป็นความเสี่ยงที่คสช. อาจจะทำสิ่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ หากไม่พิจารณาให้รอบคอบ เพราะบทบัญญัติในร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่กำหนดให้พรรคทำไพรมารี่โหวตนั้น ถือเป็นบทบัญญัติที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญในประเด็นของการให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมต่อการเลือกผู้สมัครและประเด็นการปฏิรูปการเมือง
พล.อ.สมเจตน์ กล่าวด้วยว่าตนเข้าใจถึงที่มาของข้อเสนอให้ยกเลิก เพราะพรรคการเมืองกังวลเรื่องจำนวนสมาชิกพรรคที่มีไม่ถึงเกณฑ์ทำไพรมารี่โหวต ล่าสุดมีสมาชิกที่ยืนยันเป็นสมาชิกพรรคการเมืองของบางพรรคไม่ถึงเกณฑ์กำหนด แต่ในเนื้อหากฎหมายได้ระบุข้อยกเว้นไว้ว่าหากพรรคไหนมีตัวแทนจังหวัดและมีสมาชิกพรรค เกิน 100 คนในจังหวัดใด ให้พรรคนั้นส่งผู้สมัครได้ทุกเขตของจังหวัดนั้น ดังนั้นในการเลือกตั้งครั้งแรก หากพรรคการเมืองใดจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ทั้ง 350 เขต ต้องมีสมาชิกพรรคกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศอย่างน้อย 9,300 คน แบ่งเป็น ใน 73 จังหวัด ที่ต้องมีตัวแทนประจำจังหวัด โดยใช้สมาชิกพรรค จังหวัดละ 100 คน ทำให้ต้องมีฐานสมาชิกจำนวน 7,300 คน และอีก 4 จังหวัดที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีสาขาพรรค โดยใช้ฐานสมาชิก สาขาละ 500 คน ทำให้ต้องมียอดสมาชิกรวม 2,000 คน
"พรรคไหนจะส่งผู้สมัคร ส.ส. ต้องหาสมาชิกให้มากขึ้นและฐานสมาชิกนั้น เท่ากับเป็นการเพิ่มคะแนนให้กับพรรรคด้วย ผมเข้าใจว่าไม่ง่าย แต่เมื่อเราต้องการเดินไปข้างหน้าและเพื่อให้มีอนาคตที่ดี ควรจะเริ่มจากความไม่ง่ายนั้น ไม่ใช่ไม่ยอมลำบากเลย แล้วต่อไปปัญหาทางการเมืองก็จะอาจจะเกิดขึ้นได้อีก ผมมองข้อเสนอที่ให้ใช้มาตรา 44 ยกเลิกหรือละเว้นการใช้ไพรมารี่โหวต แม้จะต้องการแก้ปัญหาของพรรคการเมือง แต่ผลที่เกิดขึ้นอาจลามไปสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่า คือ คสช. ทำผิดต่อรัฐธรรมนูญ ดังนั้นข้อเสนอที่เกิดขึ้นอาจเป็นการขุดบ่อเพื่อวางกับดักให้กลายเป็นปัญหาของ คสช. ได้ในอนาคต" พล.อ.สมเจตน์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุผลที่นักการเมืองเสนอเพราะมีอุปสรรคต่อการหาสมาชิกพรรคใหม่ไม่ได้ เนื่องจากมี 2 คำสั่งของคสช. ห้ามดำเนินการ พล.อ.สมเจตน์ กล่าวโดยเชื่อว่าคสช. อยู่ระหว่างการปรับแก้ไขคำสั่ง หรือ มาตรการทางกฎหมายเพื่อลดอุปสรรคที่จะเกิดกับพรรคการเมือง และเมื่อ คสช.ปลดล็อค ให้อนุญาตพรรคการเมืองทำกิจกรรมได้แล้ว เชื่อว่าพรรคการเมืองจะมีเวลามากพอที่จะหาสมาชิกได้ทัน อย่างน้อย 8 เดือนเมื่อนับถึงวันเลือกตั้่งช่วง เดือนกุมภาพันธ์ 2562 หรือจะเลิกในช่วงเดือนมิถุนายนนี้.



