
หลานชายซ้อมคุณตาวัย62ปีป่วยอัมพาตดับ!!คาห้องน้ำ
หลานชายซ้อมคุณตาวัย62ปีป่วยอัมพาตดับ!!เหตุทะเลาะผู้ตายต่อว่าเปิดโทรทัศน์-เล่นโทรศัพท์เสียงดัง ก่อนลูกสาวเข้ามาเจอนอนหมดลมหายใจในห้องน้ำ
เมื่อเวลา 00.00 น. วันที่ 6 พ.ค. พ.ต.ท.ดุสิต น้อยนาค รอง ผกก. (สอบสวน) สน.บางมด รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายภายในบ้านเลขที่ 43/485 ซอยพระรามที่ 2 ซอย 9 แขวงบางมด เขตจอมทอง กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยพ.ต.อ.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผกก.สน.บางมด พ.ต.ท.วิชัย สุขสร้อย สวป.สน.บางมด พ.ต.ต.พัฐกร ปิยธิติภวดลย์ สว.สส.สน.บางมด เจ้าหน้าที่กองพิสจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวชรพ.ศิริราช และมูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวสูง 2 ชั้น ปลูกติดเรียงกันหลายคูหา ภายในห้องน้ำบริเวณชั้นที่ 1 พบศพเพศชายทรายชื่อต่อมาคือนายโอภาส กาญจนเกรียงไกร อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ซอยพระรามที่ 2 ซอย 11 แขวงบางมด เขตจอมทอง กทม. สภาพนอนตะแคงขวาจมกองเลือด สวมเสื้อเชิ๊ต สีเทา นุ่งกางเกงสแล็ค สีดำ มีบาดแผลฟกช้ำบวมปูดทั่วบริเวณใบหน้า ศรีษะแตกร้าว และกระดูกซี่โครงหักหลายท่อน ทางเจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนน.ส.วาสนา กาญจนเกรียงไกร อายุ 29 ปี กล่าวว่า ตนเป็นบุตรสาวของผู้เสียชีวิต โดยปกติบ้านหลังจุดเกิดเหตุพักอาศัยอยู่รวมกันทั้งหมด 3 คน ประกอบด้วยตน บิดา และพี่ชาย ซึ่งเมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา นายกิตติพงศ์ ศุภศักดิ์ธำรง อายุ 38 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานชายผู้ตายได้พาบิดาที่ป่วยเป็นโรคอัมพาตมาขอพักอาศัยอยู่ด้วยเพื่อรักษาอาการ
น.ส.วาสนา กล่าวต่อว่า โดยก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. ที่ผ่านมา ตนเดินทางกลับมาบ้านพักหลังจากเลิกงานแต่พบว่าประตูเหล็กบานเลื่อนถูกล็อคจากด้านในจึงตะโกนเรียกนานกว่า 30 นาที ก่อนที่นายกิตติพงศ์ จะออกมาเปิดประตูให้พร้อมทั้งพูดว่า “ขอโทษ ไปดูร่างพ่อเถอะ นอนอยู่ในห้องน้ำ” จนกระทั่งพบสภาพร่างกายบิดาตนโดนทำร้ายร่างกายจนเขียวคล้ำไปทั่วบริเวณใบหน้าและซี่โครงหัก ด้วยความตกใจจึงรีบวิ่งออกมาก่อนแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบดังกล่าว
ด้านพ.ต.อ.ชัยกฤต เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้โดยไม่ได้หลบหนีแม้แต่อย่างใด ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ต้องหามาขอพักอาศัยอยู่ที่บ้านผู้เสียชีวิตได้ประมาณ 4 วัน โดยปกติทุกวันที่มาขออาศัยอยู่ด้วยนั้นผู้ตายมักเปิดโทรทัศน์และเล่นโทรศัพท์เสียงดังจึงเกิดความคับแค้นใจที่บิดาซึ่งมีอาการป่วยเป็นโรคอัมพาตไม่ได้พักผ่อน โดยก่อนเกิดเหตุคู่กรณีทั้ง 2 ราย ได้มีปากเสียงกันหลังจากนั้นผู้ก่อเหตุเห็นผู้ตายเดินลงมาจากบันไดชั้นบนจึงจับศรีษะกระแทกกับกำแพงก่อนเกิดการต่อสู้กัน แต่ผู้ตายหมดแรงสู้จึงถูกลากร่างเข้าห้องน้ำชั้นล่างพร้อมทั้งจับศรีษะกระแทกกับพื้นอีก 2 ครั้งก่อนใช้หัวเข่ากดทับที่ศรีษะและหน้าอกจนผู้ตายนอนแน่นิ่งไป นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัตินายกิตติพงศ์พบว่าเคยเข้ารับการรักษาอาการทางจิตจากสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยาได้ประมาณ 5 ปี จนกระทั่งมาก่อเหตุสลดดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



