ข่าว

เจ็ทสกียอมทำประกันภัยสร้างความเป็นธรรมด้านบริการ

เจ็ทสกียอมทำประกันภัยสร้างความเป็นธรรมด้านบริการ

13 ต.ค. 2552

ผู้ประกอบการเจ็ทสกียอมทำข้อตกลงทำประกันภัยสร้างความเป็นธรรมด้านบริการ ขณะที่ผู้ว่าฯ ฝากให้ช่วยกันกำกับดูแลให้อยู่ในกรอบ เพื่อจะได้หากินนานๆ

 เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 13 ตุลาคม 2552 ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธาน และสักขีพยานในการทำบันทึกข้อตกลงการทำประกันภัยเจ็ทสกี ระหว่างบริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยนางสาวสายวลี สาครจิตร แทนผู้จัดการบริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) สาขาภูเก็ต กับชมรมเจ็ทสกีจังหวัดภูเก็ต

  โดยนายอนุสรณ์ สาเหร่ ประธานชมรมเจ็ทสกีจังหวัดภูเก็ต ตัวแทนผู้ประกอบการให้เช่าเจ็ทสกีในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อแก้ปัญหาการให้บริการเจ็ทสกีในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งถูกร้องเรียนว่าเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว โดยมีนายโฮฬาร เฮงเจริญ ขนส่งทางน้ำภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต และนางสาวริศรา คงเดิม แทนผอ.สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยจังหวัดภูเก็ต เป็นสักขีพยาน

 นอกจากนี้ยังมี นายศิริพัฒ พัฒกุล นายอำเภอกะทู้ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและตัวแทนผู้ประกอบการเจ็มสกี ร่วมด้วย ซึ่งในการทำลงนามบันทึกข้อตกลงทำประกันภัยดังกล่าว เนื่องจากผู้ประกอบการเจ็ทสกีในจังหวัดภูเก็ตซึ่งให้บริการใน 5 ชายหาด ประกอบด้วย ป่าตอง กมลา บางเทา กะตะและกะรน ได้ตัดสินใจเลือกบริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) ทำประกันภัยให้กับเจ็ทสกีทั้ง 219 ลำ โดยกำหนดดำเนินการในระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม- 15 พฤศจิกายน 2552

 รายละเอียดการทำประกันภัยที่บริษัท ศรีอยุธยาประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้นำเสนอมีทุนประกันให้เลือก 2 แบบ คือ แบบแรกทุนประกัน 100,000 บาท มีความคุ้มครองส่วนที่ 1 ความสูญหายหรือความเสียหายต่อตัวเรือ เครื่องยนต์ หรือ อุปกรณ์ส่วนประกอบที่ติดประจำอยู่กับตัวเรือ อันเกิดจากอุบัติเหตุจากการขับขี่ 100,000 บาท รวมชดใช้ความเสียหายทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท ยกเว้นไม่คุ้มครองการสูญหายหรือลักขโมย การเสื่อมราคาเรือ การสึกหรอที่เป็นอยู่แล้ว ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบส่วนแรก 1,000 บาท/ครั้ง

 การคุ้มครองส่วนที่ 2 อุบัตเหตุที่เกิดกับบุคคลภายนอก การคุ้มครองบุคคลภายนอก 400,000 บาท รวมชดใช้ความเสียหายในส่วนที่ 2 ทั้งหมดทุกข้อ ทั้งสิ้นไม่เกิน 400,000 บาท คือ ความเสียหายต่อทรัพย์สินคุ้มครองเฉพาะกรณีที่เกิดการชนกันของยานพาหนะกับเรือ ชนกับวัตถุที่ หรือลอยน้ำ เช่น ทุ่น ท่า โป๊ะ 50,000 บาท/ครั้ง ความเสียหายต่อทรัพย์สิน อวัยวะ ทุพพลภาพถาวร 100,000 บาท ครั้งละไม่เกิน 2 คน ไม่จะเป็นผู้ขับขี่หรือผู้โดยสาร หรือบุคคลภายนอก ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุคุ้มครอง 40,000 บาท/คน

 โดยผู้เอาประกันต้องมีส่วน 10% ในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนทุกครั้ง ตามมูลค่าจริงหลังหักความรับผิดชอบส่วนแรกแล้ว บริษัทจะมีการตรวจสภาพเรือก่อนรับทำประกัน หากเรียกร้องค่าสินไหมจากบริษัทแล้วไม่มีสิทธิ์เรียกร้องจากผู้เช่าอีก ไม่คุ้มครองค่าเสียหายที่เกิดจากการแข่งขัน ผู้เอาประกันต้องจัดทำรายชื่อผู้เช่าให้บริษัทประกันด้วย และไม่คุ้มครองกรณีที่เกิดความเสียหายจากการนำไปลาก Banana Boat

 สำหรับเบี้ยประกันในทุน 100,000 บาทนั้น จะอยู่ที่ 13,500 บาท ส่วนทุนประกัน 50,000 บาทนั้น การคุ้มครองจะลดลง 50% ซึ่งเบี้ยประกันจะอยู่ที่ 9,400 บาทต่อลำ

 ทางด้านนายวิชัย ไพรสงบ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวฝากกับผู้ประกอบการ ว่า ขอให้ทุกคนช่วยกันดูแลซึ่งกันและกันให้ปฎิบัติตามกฎกติกาที่วางไว้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการร้องเรียนเข้ามาอีก และการทำประกันภัยในครั้งนี้ของผู้ประกอบการถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากในการร่วมกันแก้ปัญหาเจ็ทสกี โดยในปีแรกจะให้บริษัทประกันดำเนินการเพียงบริษัทเดียวก่อน เพื่อเป็นการนำร่องแต่ปีต่อไปอาจจะให้หลายบริษัทเข้ามาเสนอเงื่อนไขที่น่าสนใจมากกว่านี้

 สิ่งสำคัญ หลังจากนี้ คือ ผู้ประกอบการจะต้องช่วยดูแลควบคุมกันเองไม่ให้เกิดการเอาเปรียบนักท่องเที่ยวขึ้นมาอีก เพื่อรักษาอาชีพของตัวเองไว้ การแก้ปัญหาครั้งนี้ถือเป้นนิมิตหมายที่ดี เพราะยังมีปัญหาที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยวอีกหลายเรื่องที่จะต้องเข้าไปดำเนินการ แต่เรื่องนี้ได้มีการกำชับมาจากนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ซึ่งได้รับการร้องเรียนจากสถานทูต ก็จะได้แจ้งให้รับทราบต่อไป นายวิชัยกล่าว

 ขณะที่นายอนุสรณ์ สาเหร่ ประธานชมรมเจ็ทสกีจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า การตัดสินใจเลือกทำประกันกับบริษัทดังกล่าว นั้นเป็นการตัดสินใจของผู้ประกอบการของแต่ละหาดเอง โดยหาดป่าตองมีการเรียกประชุม 60 คน โหวตเลือกบริษัทดังกล่าว 53 คน หาดกะตะ หาดกะรน 12 คน หาดกมลา 12 คนและหาดบางเทา 7 คน ซึ่งถือว่าเป็นมติที่เป็นเอกฉันฑ์ แต่อยากจะฝากถึงบริษัทประกันภัยให้ช่วยลดราคาในส่วนของผู้ที่เรือเจ็ทสกีจำนวนหลายๆ ลำลงมาบ้าง เพื่อลดภาระให้กับผู้ประกอบการ และขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมกันแก้ปัญหา และกู้ภาพพจน์ที่ดีของเจ็ทสกีกลับมาอีกครั้ง รวมทั้งของให้ทางจังหวัดช่วยแจ้งให้โรงแรมที่มีการขึ้นป้ายห้ามเล่นเจ็ทสกีได้เอาป้ายดังกล่าวลงด้วย