
ผู้ว่าการ กกท.คนใหม่ต้องมีประสบการณ์
สรรหาด้วยความโปร่งใส ไม่กลัวฟ้องร้อง
ความเคลื่อนไหว การสรรหาผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) คนใหม่ แทน นายสกล วรรณพงษ์ ที่จะหมดสัญญาจ้าง และเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ โดยคณะกรรมการสรรหาฯ มีทั้งหมด 5 คน นำโดย พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นประธานกรรมการ และกรรมการ 4 คน ได้แก่ พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ, นายทวีศักดิ์ วาณิชย์เจริญ, นายอรรถฤทธิ์ ศฤงคไพบูลย์ และนายอรรถ นานา
ทั้งนี้ ได้มีการเปิดรับสมัครไปเมื่อเดือน เม.ย.และมีผู้ที่สนใจยื่นใบสมัคร 9 คนประกอบด้วย นายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการ กกท.ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา , นายราเชลล์ ได้ผลธัญญา รองผู้ว่าการ กกท.ฝ่ายส่งเสริมกีฬา ,พ.ท.รุจ แสงอุดม รองผู้ว่าการ กกท.ฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์, นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ, ดร.ก้องศักด ยอดมณี บุตรชาย ดร.สุวิทย์ ยอดมณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายนิวัฒน์ ลิ้มสุขนิรันดร์ รองอธิบดีกรมพลศึกษา และเลขาธิการสมาคมกีฬายกน้ำหนักฯ , ดร.พิสัณห์ นุ่นเกลี้ยง ที่ปรึกษากระทรวงสาธารณสุข ,น.ส.สุปราณี คุปตาสา คณะกรรมการกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ, นายอธิปรัฐ กาญจนสุวรรณ อดีตนายกสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทย
ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 พ.ค. พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้พบกับสื่อมวลชน ที่ห้องประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคไทยฯ (บ้านอัมพวัน) เพื่อตอบข้อซักถามความคืบหน้าของการสรรหาผู้ว่าการ กกท.คนใหม่ และเปิดใจถึงกระบวนการสรรหาทั้งหมด
พลเอกวิชญ์ เปิดเผยว่าขณะนี้คณะกรรมการสรรหาฯอยู่ในระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติ และเมื่อผ่านคุณสมบัติ จะเชิญมาสอบความสามารถภาษาอังกฤษ วันที่ 30 พ.ค.และระหว่างวันที่ 4-8 มิ.ย. จะเชิญผู้สมัครมาแสดงวิสัยทัศน์ โดยจะมีคะแนนเต็ม 100 คะแนน แบ่งเป็น ความรู้ประสบการณ์ 25 คะแนน บุคลิกภาพมนุษยสัมพันธ์ ลักษณะความเป็นผู้นำ 20 คะแนน การแสดงวิสัยทัศน์ ด้านการบริหารจัดการองค์กร 20 คะแนน การแสดงวิสัยทัศน์ ด้านส่งเสริมและพัฒนาการกีฬา กกท. 20 คะแนน ความสามารถด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษ 10 คะแนน และความสามารถพิเศษอื่นๆ 5 คะแนนก่อนจะคัดเลือกเหลือเพียง 1 คน เพื่อนำเสนอให้บอร์ดการกีฬาแห่งประเทศไทยพิจารณา
"ยอมรับว่ากระบวนการสรรหาครั้งนี้ค่อนข้างมีเวลากระชั้นชิด แต่เราทำสุดความสามารถ การคัดเลือกจะเป็นอย่างรอบคอบ โดยจะคัดเหลือผู้สมัครเพียงคนเดียวนำเสนอบอร์ด หากบอร์ดเห็นว่ามีความเหมาะสมก็จะสามารถเข้าดำรงตำแหน่งผู้ว่ากกท.ทันในวันที่ 1 ก.ค.นี้ อย่างไรก็ตามหากบอร์ดเห็นว่าไม่เหมาะสมจะต้องเริ่มต้นกระบวนการสรรหาใหม่ และให้รองผู้ว่าการกกท.คนใดคนหนึ่งรักษาการณ์แทน"
พลเอกวิชญ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้สมัครทั้ง 9 คนล้วนแต่เป็นคนเก่ง มีคุณสมบัติเพียบพร้อมทุกคน มีผู้หญิงลงสมัคร แต่ทุกคนเท่าเทียมกันเพราะจะต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์เป็นสำคัญ แต่ตนเน้นเรื่องของประสบการณ์ทำงาน เพราะผู้ว่าการ กกท.มีเวลาเพียง 4 ปีเท่านั้น
"การคัดเลือกครั้งนี้ใครจะมองว่าผู้สมัครหลายๆคนมีผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน แต่ส่วนตัวผมไม่รู้จักใครสักคนใน 9 คนนี้ แต่เรามองว่าถ้าใครมีคุณสมบัติเพียงพอ ทำงานได้ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ผมเองวางตัวเป็นกลาง ไม่เคยพูดคุยหรือรู้จักใครเป็นการส่วนตัวที่มีการพูดกันไปว่ามีการวางตัวมาแล้วนั้น ไม่มีแน่นอน ผมยืนยันถึงความโปร่งใส และยุติธรรมในการทำงานครั้งนี้"
"ผมอยากให้ผู้ว่าการคนใหม่มองเห็นถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างกกท. กับสมาคมกีฬา และเข้ามาแก้ไขเรื่องนี้ ขณะเดียวกันก็ควรจะกล้าตัดสินใจ ไม่กลัวที่จะตัดสินใจงานสำคัญๆ"
ผู้สื่อข่าวถาม กรณีอาจจะมีการจะฟ้องร้องจากผู้สมัครบางรายว่า "ผมไม่ได้กังวลเรื่องนี้ ไม่กลัวเลย เป็นธรรมดาถ้าคนผิดหวังจะหาทางออกให้ตัวเองด้วยการฟ้อง เพราะทุกคนต่างก็มองว่าตัวเองดีกว่าคนอื่นทั้งนั้น เมื่อผลออกมาสามารถมาตรวจสอบคะแนนได้เลย ทั้งนี้ ตามระเบียบสรรหาผู้ว่าก็ระบุไว้ชัดเจนตามข้อ 7.3 ที่ผู้สมัครไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายใดๆได้ และข้อ 8 ระบุในช่วงหนึ่งว่า ผู้สมัครต้องยอมรับผลการตัดสินโดยถือเป็นที่สิ้นสุด"
“ผมขอยืนยันว่า การสรรหาผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยคนใหม่จะทำด้วยความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม และได้ผู้ว่าฯ ที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน หากไม่จริงขอให้มากระทืบผมได้เลย” พล.อ.วิชญ์ กล่าวปิดท้าย



