
ค้นตลาดใหม่ดอนเมืองยึดอาหารเสริม -เครื่องสำอาง ไม่มีอย.เพียบ
"วิระชัย"ลุยค้นตลาดใหม่ดอนเมือง ยึดผลิตภัณฑ์ความงามทั้งก๊อปปี้ - ไม่มีอย.รวม 5 คันรถบรรทุก ข่าวรั่วปิดร้านหนี ตั้งศปก.ตรวจสินค้าไร้มาตรฐาน 24 ชม.
เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท. พล.ต.ต.อังกรู คล้ายคลึง ผบก.กก.3 บช.ทท. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองผบก.ทท.2 พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รองผบก.สปพ. พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป., บก.ปคบ., กก.สส.บช.น., ตำรวจท่องเที่ยว, กองสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, คณะกรรมอาหารและยา รวมกว่า 400 นาย เข้าตรวจสอบสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะเครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐานสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมถึงสินค้าประเภทยาลดน้ำหนัก และอาหารเสริมในเครือเมจิกสกิน ที่ตลาดใหม่ดอนเมือง หรือตลาดแอร์พอร์ต ถนนเชิดวุฒิกาศ แขวงและเขตดอนเมือง กทม. ซึ่งมีกว่า 200 ร้านค้า
การเข้าตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนว่าบริเวณดังกล่าวมีการขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและยาที่ไม่ได้คุณภาพ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ไม่มีแหล่งผลิต ขณะที่บางร้านค้าก็ทำขึ้นมาเองและมาบรรจุขาย นอกจากนี้ยังพบว่าตลาดนัดแห่งนี้มีการจำหน่ายยาลดความอ้วนหลายยี่ห้อ รวมไปถึงในเครือข่ายเมจิกสกิน และลีน
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางมาถึงพบว่ามีบางร้านปิดทำการ โดยปิดประตูเหล็ก แสดงถึงการปิดร้าน บางร้านปิดทันทีเมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง แต่เจ้าหน้าก็ได้เจรจากับเจ้าของร้านจึงเปิดให้ตรวจค้น และพบว่ามีสินค้า เช่น สบู่ ที่ไม่ได้คุณภาพ ไม่มีการแสดงสลาก และเลข อย. ซึ่งร้านค้า อ้างว่าเป็นสบู่ที่ใช้สำหรับล้างมือเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางเพื่อตรวจสอบต่อไป
พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า จากการตรวจค้นเจอสินค้าผิดกฎหมายเกือบทุกร้าน โดยส่วนใหญ่เป็นเครื่องสำอางที่ไม่มีการจดแจ้งอย. ขณะที่ร้านที่ปิดในวันนี้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตรวจค้นต่อจนเสร็จสิ้น ฉะนั้นร้านปิดหรือไม่ปิดจะดำเนินการอย่างเท่าเทียมกันเพื่อไม่ให้มีธุรกิจที่เป็นอันตรายแก่ประชาชน
“บางร้านปิดกะทันหัน ขอยืนยันว่าเนื่องจากตำรวจมาก่อนเวลา หรือผู้ค้ารู้จึงไหวตัวปิดร้านทัน ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จ หลังจากนี้จะยึดผลิตภัณฑ์ทั้งหมดไปตรวจสอบต่อไปว่ามีส่วนผสมที่มีสารอันตรายหรือไม่ และจะต้องเรียกผู้ค้าที่เปิดร้านและมีผลิตภัณฑ์เข้าสอบปากคำด้วย ส่วนร้านค้าที่ปิดทำการนั้นตำรวจได้เก็บข้อมูลและจะนำหมายศาลเข้าขอตรวจค้นในภายหลัง” พล.ต.อ.วิระชัยกล่าว
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ในการเข้าบูรณาการครั้งนี้เนื่องจากรัฐบาลมีความห่วงใยประชาชนในการใช้ผลิตภัณฑ์ไม่ได้คุณภาพ จึงได้มาตรวจสอบดังกล่าว โดยหากพบร้านค้าไหนขายผลิตภัณฑ์ไม่ได้คุณภาพก็จะดำเนินคดีทันทีและอยากขอความร่วมมือร้านค้าให้จำหน่ายสินค้าที่ได้คุณภาพ มีอย.
“ตรวจค้นครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีประชาชนร้องเรียนว่าบริเวณดังกล่าวมีการขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและยาที่ไม่ได้คุณภาพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ไม่มีแหล่งผลิต ขณะที่บางร้านค้าก็แอบกวนและผสมเอง บรรจุขาย ในจำนวนนี้ยังพบยาลดความอ้วนหลากหลายยี่ห้อ รวมถึงยี่ห้อที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ทั้งเมจิกสกินและลิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างสินค้าทั้งหมดพร้อมคุมตัวผู้ประกอบการมาลงบันทึกประจำวัน” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าว
เภสัชกรสมชาย ปรีชาทวีกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงกรณีที่มีผู้รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลีนเสียชีวิตว่า ตอนนี้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังไม่ถูกถอดถอนเลขทะเบียน อย. เนื่องจากจะต้องรอผลจากการตรวจสารในสถานที่ผลิตว่ามีสารต้องห้ามหรือไม่ คาดว่าใช้เวลาประมาณ 1 เดือนในการตรวจขณะนี้กำลังเร่งทำเรื่องตรวจสอบอยู่ ซึ่งหากได้ผลที่เป็นทางการก็จะดำเนินการถอดถอนเลขทะเบียน อย.ได้ภายใน 1-2 วัน
ต่อมาเวลา 13.00 น. พล.ต.อ.วิระชัย เปิดศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าสืบสวนสอบสวนบริเวณตลาดใหม่ดอนเมืองเพื่อให้เหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในตลาดมาแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าสินค้าที่ออกจำหน่ายนั้นถูกต้องตามอย.กำหนดหรือไม่ โดยศูนย์ดังกล่าวจะเปิดตลอด 24 ชั่วโมงอย่างไม่มีกำหนด หากตรวจสอบแล้วพบว่าสินค้าที่จำหน่ายถูกต้องก็สามารถจำหน่ายต่อไปได้ แต่หากพบว่าผิดกฎหมายก็จะเข้าสู่กระบวนการสอบสวนและยึดของกลางทั้งหมด แต่หากไม่มีการเปิดร้านจำหน่ายสินค้า ตำรวจจะนำหมายค้นเข้าตรวจสอบภายในร้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลอดช่วงบ่ายมีร้านค้าบางรายมาแสดงความจำนงขอเปิดให้ตรวจสอบร้านค้า รวมถึงมีตัวแทนจำหน่ายที่นำเข้าสินค้า ภายใต้บริษัท คาร์มาร์ท มาแสดงตัวเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ที่ถูกตรวจยึด ซึ่งพบว่าคือผลิตภัณฑ์ลอกสิวเสี้ยน มีเลขจดทะเบียนถูกต้อง แต่ข้อความที่โฆษณาข้างกล่องสินค้าเกินจริง ซึ่งใช้ข้อความว่า “กระชากหน้าสิวเป็นหน้าใส” ซึ่งถือเป็นการโฆษณาที่เกินจริง เพราะไม่สามารถที่จะเป็นไปได้ตามที่โฆษณา โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะทำหนังสือถึงเจ้าของบริษัทนำเข้าผลิตภัณฑ์นี้มาชี้แจงต่อ อย. ถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ว่าจะเป็นไปตามที่โฆษณาหรือไม่แล้วจึงจะพิจารณาว่าจะเข้าข่ายความผิดหรือไม่
ทั้งนี้หากชี้แจงไม่ได้จะเข้าข่ายความผิดโฆษณาเกินจริง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เวลา 15.30 น. พล.ต.อ.วิระชัย นำกำลังตำรวจเข้าค้นร้าน “มุมเงิน” เลขที่ 199/238 ตลาดแอร์พอร์ต หรือตลาดใหม่ดอนเมือง โดยใช้หมายศาลอาญาที่ คย.206/2561 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2561 ซึ่งเป็นร้าน 1 ใน 5 เป้าหมาย ภายในร้านพบก้อนสบู่เป็นจำนวนมาก โดนไม่ได้มีฉลากหรือยี่ห้อว่าเป็นของอะไร และมีผงสารต่างๆ มากหมายหลายสี อีกทั้งไม่มีวันที่และเวลาผลิต
พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า จากการเข้าตรวจสอบร้านดังกล่าวมีทั้งหมด 4 ชั้น ร้านดังกล่าวมีการเตรียมวัตถุดิบเอง ผสมเอง และผสมเครื่องสำอางเอง ไม่มีฉลาก ไม่มีเลขที่จดแจ้ง และไม่มีเลขจดแจ้งในการขอตั้งโรงงานผลิต นอกจากนี้ยังพบบัญชีรายการสั่งซื้อจำนวนมาก และมีการรับจ้างขึ้นทะเบียนอย. ซึ่งถือว่าเป็นการจดแจ้งเท็จมีอัตราโทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลต่อไป
เวลา 16.20 น. พล.ต.อ.วิระชัย นำกำลังเข้าค้นร้านดีคูณสอง คูหาเลขที่ 199/215 ในตลาดใหม่ดอนเมือง โดยใช้หมายค้นศาลอาญาเลขที่คย.270/2561 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2561 พบสบู่ก้อนจำนวนหลายก้อนหลายสี ซึ่งมีอุปกรณ์ในการผลิตจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีสติกเกอร์ต่างๆ ไว้ติดที่ผลิตภัณฑ์หลังมีการบรรจุ ซึ่งถือเป็นการผลิตปลอม ซึ่งโรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานที่ทั้งบรรจุและรับผลิต นอกจากนี้ยังพบยาลดความอ้วนยี่ห้อ Baschi slimming coffee vitaccino ซึ่งทาง อย. เคยประกาศให้เป็นยาอันตรายมาก่อนหน้านี้แล้ว นอกจากนี้ยังพบกระดาษรับแทงหวยผิดกฎหมาย
พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า จากการตรวจค้นภายในร้านดังกล่าวพบ สบู่ก้อน ตาชั่ง และผลิตภัณฑ์ยาลดความอ้วนยี่ห้อ Baschi, slimming coffee, vitaccino จะต้องตรวจสอบว่ามีสารไซบูทรามีนหรือไม่ หรือพบจะดำเนินคดีทันที นอกจากนี้ร้านดังกล่าวเป็นเจ้ามือรับแทงหวยรายใหญ่อีกด้วย
ทั้งนี้ผู้ดูแลร้านอ้างว่าร้านรับสินค้ามาจากลูกค้า โดยทางร้านมีหน้าที่แพ็กและบรรจุภัณฑ์เท่านั้น ส่วนยาลดน้ำหนักมีคนนำมาฝากไว้ซึ่งไม่ใช่ของที่ร้าน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นร้านเอ็มทีช็อป คูหาเลขที่ 199/232 และ 199/233 โดยใช้หมายค้นศาลอาญาเลขที่ คย.207/2561 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2561 จากการตรวจค้นร้านดังกล่าวเป็นร้านน้ำหอม และเครื่องสำอาง ลิปสติกก๊อปปี้แบรนด์ดัง เบื้องต้นพบว่ามีความผิดตามพ.ร.บ.เครื่องสำอาง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าทีี่ยึดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางไม่มีการจดแจ้ง อาหารเสริมไม่มี อย.ได้มากกว่า 5 คันรถบรรทุกขนาด 6 ล้อ
นายสมชาย ปรีชาทวีกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ระบุว่าจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่อย. พบว่าผลิตภัณฑ์บางอย่างไม่มีฉลากที่เป็นภาษาไทยซึ่งถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์เถื่อน โดยหลังจากนี้จะนำไปตรวจวิเคราะห์สารอันตรายที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งทั้งหมดอาจเข้าข่ายความผิดพ.ร.บ. อาหาร ผลิต นำเข้าเพื่อจำหน่ายซึ่งอาหารปลอม ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000-100,000 บาท
วันเดียวกัน นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีการตรวจจับผลิตภัณฑ์เมจิกสกินผิดกฎหมาย และกรณีดารานักแสดงรีวิวโฆษณาผลิตภัณฑ์เกินจริง โดยระบุว่ามีตรา “อย.” ทำให้น่าเชื่อถือ จนสังคมตั้งคำถามว่ายังเชื่อ อย.ได้หรือไม่ ว่าขอให้ประชาชนมั่นใจในศักยภาพของอย. เพราะเป็นหนึ่งในการปฏิรูปกระทรวงสาธารณสุข ทั้งต้องทำงานให้มีความรวดเร็วและคุ้มครองประชาชนด้วย แต่ก็อยากให้ประชาชนเห็นใจเนื่องจากสินค้าและผลิตภัณฑ์ความงามมีมากกว่าแสนชิ้น การจะสุ่มตรวจทั้งหมดเป็นไปไม่ได้ แม้แต่สหรัฐอเมริกายังไม่สามารถตรวจผลิตภัณฑ์ได้ทั้งหมด ส่วนที่นายกรัฐมนตรีให้ความห่วงใยในเรื่องอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ในการสุ่มตรวจสอบผลิตภัณฑ์นั้น ต้องย้ำว่าเรากำลังดำเนินการปรับระบบ และจัดหาอัตรากำลังเพิ่มเติม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเพิ่มในปริมาณมาก เนื่องจากคงไม่สามารถเพิ่มให้เพียงพอต่อการตรวจผลิตภัณฑ์หลายแสนชิ้นในท้องตลาด
“โดยเฉพาะปัจจุบันกลุ่มการตลาดของธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอางทำในรูปแบบออนไลน์ ดังนั้นต้นทางการเฝ้าระวังต้องเริ่มจากประชาชนมีสติ อย่าหลงเชื่ออะไรง่ายๆ ต้องรู้จักใช้วิจารณญาณ หากไม่แน่ใจสงสัยก็โทรถาม อย. ที่สายด่วน 1556 อย่าเชื่อรีวิวดารา นักแสดงคนดังต่างๆ มาโฆษณา หรือแม้แต่บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งทางกระทรวงได้ประกาศเตือนไปแล้วว่าบุคลากรทางการแพทย์ต้องระวังในการรีวิวสินค้าเหล่านี้” นพ.ปิยะสกล กล่าว
นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ในวันที่ 3 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลา 11.00 น. อย.จะแถลงข่าวร่วมกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือกสทช. ถึงเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคในสื่อที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกสทช. 3 ประเภท คือ ทีวี วิทยุ เคเบิล รวมถึงจะมีประเด็นเรื่องการควบคุมออนไลน์ว่าจะทำอย่างไรในการสกัดกั้นการโฆษณาเกินจริง หลอกลวงผู้บริโภค ทั้งนี้กรอบการหารือจะมีการระบุถึงถ้อยความที่ใช้ในการโฆษณา เช่น รักษาได้ผล หรือใช้แล้วได้ผล แม้จะไม่พูดอย่างชัดเจน แต่หากก่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่าการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง หรือเห็นผลก็จะถือว่ามีความผิดด้วย
ผู้สื่อข่าวถามกรณีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลีน มีการเก็บในท้องตลาดหมดแล้วหรือไม่ นพ.วันชัย กล่าวว่า เชื่อว่าขณะนี้ประชาชนทราบข่าวกันหมด และเฝ้าระวังกันอยู่ ขณะที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ได้แจ้งเตือน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ก็มีการตรวจจับ จึงเชื่อว่าหากยังมีเหลือในท้องตลาดก็ไม่มาก แต่เพื่อความปลอดภัยหากเห็นผลิตภัณฑ์ดังกล่าวขอให้อย่าใช้และแจ้งมายัง อย.
“สำหรับกรณีที่ยังมีความไม่มั่นใจในสินค้าตรา อย. และเกิดคำถามว่าเพราะอะไรถึงปล่อยให้มีการโฆษณาเกินจริง ทำไมไม่ควบคุมให้หมดนั้น จริงๆ ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพก็มีอยู่จริงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ของที่ไม่มีคุณภาพและอันตรายมีน้อย แต่ก็เพราะว่านิสัยคนไทยชอบความรวดเร็ว อยากผอม อยากขาว อยากสวยเร็วไปหมด ซึ่งเป็นไปไม่ได้ แม้ของมีคุณภาพก็ต้องใช้ระยะเวลา และก็ไม่ได้จริงด้วย อีกทั้งผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีราคาแพงจึงขอให้ผู้บริโภคใช้วิจารณญาณและเวลาเสียค่าใช้จ่ายสูงๆ ก็ต้องคิดด้วย” เลขาธิการ อย. กล่าว
ด้าน ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา นายกแพทยสภา กล่าวถึงกรณีแพทย์ออกมารีวิวผลิตภัณฑ์เมจิกสกิน ว่าจะมีการนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการแพทยสภา และจะตั้งอนุกรรมการด้านจริยธรรมแน่นอน ซึ่งในกรณีทั่วไปไม่ใช่เคสเมจิกสกิน หากพบว่าแพทย์เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ แพทยสภาจะดำเนินการตั้งอนุกรรมการสอบจริยธรรม เพื่อพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพหรือไม่ ทั้งนี้ แพทย์สามารถเข้ามาให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงในชั้นอนุกรรมการได้ ดังนั้นการที่มากล่าวอ้างว่า ไม่รู้ว่าผิดจริยธรรม จรรยาบรรณแพทย์ เรื่องนี้ก็ต้องอยู่ที่การพิจารณาของอนุกรรมการสอบถามข้อคิดเห็นไปยังราชวิทยาลัยแพทย์ในสาขาที่เกี่ยวข้องนั้นๆ ต่อไป
“ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพออกมาเยอะ การจะประกาศห้าม หรือประกาศเตือนแพทย์เรื่องการโฆษณา รีวิวต่างๆ นั้นจำเป็นต้องรอให้ผลการพิสูจน์สารต่างๆ ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ออกมาก่อนจึงจะสามารถบอกได้ การประกาศไปก่อนอาจจะทำให้มีผลกระทบ รวมถึงปัจจุบันมีกฎหมายที่ควบคุมเรื่องการโฆษณาที่รุนแรงอยู่แล้ว ถ้าโฆษณาเกินจริงโทษถึงจำคุก” ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าว



