ข่าว

"บิ๊กตู่"ปัดผลประโยชน์แลกดูด-ชี้ส.ส.วิ่งหาเอง

"บิ๊กตู่"ปัดผลประโยชน์แลกดูด-ชี้ส.ส.วิ่งหาเอง

02 พ.ค. 2561

"บิ๊กตู่" แจงย้ายพรรคเป็นเรื่องของนักการเมืองวิ่งเข้ามาเอง ติงกลุ่มเคลื่อนไหว ยันมีเลือกตั้งแน่ปี 62 ครม.เด้ง "อภัย" อธิบดีกรมปศุสัตว์ เซ่นปมวัคซีนพิษสุนัขบ้า

     พรรคการเมืองและนักวิชาการบางส่วนออกมาโวยวายกล่าวหารัฐบาลและคสช.เดินเกมทางการเมือง ทั้้งในแง่การจัดทำกฎหมายและดึงตัวอดีตส.ส.ให้เข้ามาร่วมทำงานกับรัฐบาล เพื่อหวังผลในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นโดยให้บางคนกลับเข้ามาบริหารประเทศอีกครั้งหนึ่ง นำการเมืองเข้าสู่วงจรแบบเก่าสวนทางกับการปฏิรูปการเมืองอย่างสิ้นเชิงนั้น

     วันที่ 1 พฤษภาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  ได้ลงจากห้องประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยบรรดาสื่อมวลชนได้ทักนายกฯ ว่า หน้าตาสดใสลงมาเลย เนื่องจากเห็นว่านายกฯ ทาแป้งจนหน้านวล ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า วันนี้ที่หน้าตาสดใสเพราะว่าอารมณ์ดี มีความสุขที่ได้ทำอะไรให้แก่ประเทศชาติ จะสำเร็จบ้างไม่สำเร็จบ้าง แต่ก็ได้ทำไปเยอะพอสมควร

     พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ตอนนี้ก็เห็นนักวิชาการออกมาทักท้วงตั้งข้อสังเกตมาวิจารณ์กันเยอะผ่านหน้าหนังสือพิมพ์และสื่อทั่วไป ตนก็ฟัง แต่สิ่งสำคัญคือตนรู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ การที่พูดว่าดูดเป็นมานานแล้ว คงไม่ใช่ว่ายอมรับกติกาตัวนี้ อยากให้พิจารณาดูว่าที่มีข่าวสารออกมามันเป็นเรื่องที่นักการเมืองสมัครใจกันเองหรือไม่ ทุกทีเวลาเลือกตั้งสื่อก็จะเห็นอยู่ ทุกคนจะย้ายไปตรงนู้นตรงนี้อะไรต่างๆ ขึ้นอยู่กับนโยบายพรรคที่เขาอยู่มาก่อน แล้วเขาเห็นอนาคตหรือไม่ ก็เป็นเรื่องของเขา ตนไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวตรงนี้เลย

"บิ๊กตู่"ปัดผลประโยชน์แลกดูด-ชี้ส.ส.วิ่งหาเอง

     “ผมยังได้สอบถามพรรคการเมืองที่มีข่าวว่าสนับสนุนผม โดยถามไปว่าทำแบบนั้นหรือ ไปเสนอผลประโยชน์กันไว้หรือ เขาบอกว่าไม่ได้มีอะไร นั่งอยู่เฉยๆ ก็มีคนติดต่อมาขอพบหารือ ซึ่งเป็นธรรมดาของการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในช่วงนี้ ทุกอย่างยังไม่ไปสู่ขั้นตอนอะไรสักอย่าง ฉะนั้นยังไม่ชัดเจนหรอก ผมยังไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

     นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า เรื่องการพูดคุยแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องระมัดระวัง ซึ่งทุกคนคงทราบดีแล้ว ตนไม่เห็นด้วยเลย หากเป็นเรื่องการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองหรือนโยบายต่างๆ เป็นเรื่องของเขา ตนบังคับใครไม่ได้อยู่แล้ว แต่การใช้เงินหรือเสนอผลประโยชน์ไว้ล่วงหน้าสิ่งนี้ไม่ต้องการโดยเด็ดขาด จะไปซื้อ สัญญา จะให้ตำแหน่งโควตารัฐมนตรี คิดว่าไม่ค่อยถูก แต่หากเป็นเรื่องที่ทุกคนจะเข้ามาทำการเมือง หรือพัฒนาประเทศร่วมกันจะต้องหารือกันว่าจะทำอย่างไรในการเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน

“บิ๊กตู่”ย้ำอย่าห่วงเลือกตั้งต้นปี62

     พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงมาตรการรับมือกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่เตรียมชุมนุมในวันที่ 5 พฤษภาคม โดยจะชุมนุมปักหลักค้างคืนว่า ก็ทราบกันดีอยู่แล้ว เราบอกแล้วว่าจะมีการเลือกตั้งต้นปีหน้านี้แน่นอน ก็ยังจะเคลื่อนไหวอีก ต้องไปดูว่ากลุ่มคนที่เคลื่อนไหวเป็นกลุ่มไหน คนเดิมๆ หรือคนใหม่ มีการสนับสนุนจากใคร สอดคล้องกับสิ่งที่นักการเมืองหรือพรรคการเมืองออกมาพูดตรงไหน ก็แสดงว่ากลุ่มนั้นเป็นผู้สนับสนุนให้ออกมา ดังนั้น อยากให้ประชาชนใช้การเรียนรู้จากอดีตที่ผ่านมาช่วยรัฐบาลแก้ปัญหา เพราะกฎหมายมีทุกตัว พอบานปลายก็ต้องใช้กฎหมาย เสร็จแล้วกลายเป็นว่ารัฐบาลไปละเมิดสิทธิมนุษยชน ขณะที่ตัวเองไปละเมิดสิทธิมนุษยชนผู้อื่น วันนี้บ้านเมืองต้องสงบเพื่อให้ทำมาหากินได้ การท่องเที่ยวไปได้ ชุมนุมไปไม่ได้อะไรขึ้นมา รัฐบาลนี้เอาทุกประเด็นมาแก้ปัญหาอยู่แล้ว

     “การเลือกตั้งเป็นกระบวนการประชาธิปไตย ต้องคิดดูว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะทำอย่างไรจะได้เป็นประชาธิปไตยที่มีธรรมาภิบาล ขณะเดียวกันสังคมไทยต้องเปลี่ยนแปลงวิธีคิด วิธีการเลือกตั้ง หลักการที่จะเลือกคนไปเป็นส.ส.จะต้องเปลี่ยนวิธีการหมดแล้ว ผมจะไปบังคับใครได้ มันขึ้นอยู่กับประชาชนทั้งหมด ทั้งระดับบน กลาง ผู้มีรายได้น้อย ทั้งหมดต้องช่วยกันออกมาเลือกตั้ง เพื่อให้ได้นักการเมืองใหม่ขึ้นมาให้ได้ หรือนักการเมืองเดิมๆ ที่ดีๆ ให้ได้ ขอเถอะ บ้านเมืองกำลังไปได้ด้วยดี ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เราก็พูดและประกาศไปแล้ว เราจะเลือกตั้งในต้นปี 2562 ก็ไม่เห็นมีประเทศใดทักท้วง เขาก็พอใจขอให้เราเดินไปตามนั้น ผมไม่เคยคิดจะเลื่อนเลย แต่ที่มันปรับมาก็เป็นเรื่องของกฎหมาย แต่ก็ยังมาหาว่าผมทำให้กฎหมายยืดเยื้อ ผมจะไปทำอะไรขนาดนั้น” นายกฯ กล่าว

     พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่กังวลในวันนี้คือสิ่งที่รัฐบาลนี้ทำไว้ วันหน้าจะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ ไม่ทราบ บางอย่างที่แก้ไปแล้วก็โอเค แต่จะกลับมาใหม่หรือไม่ขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่ และสิ่งที่เริ่มไปแล้วจะทำต่อเนื่องหรือไม่ ซึ่งวันนี้เราทำมาต่อเนื่อง 4 ปี มันถึงสำเร็จในบางเรื่อง บางเรื่องใช้เวลาปีเดียวแต่บางเรื่องต้องใช้เวลาถึง 10-20 ปีด้วยซ้ำ มันจะได้รับการสานต่อหรือไม่จากฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลในสภา นั่นคือสิ่งที่ทุกคนน่าจะห่วงใยมากกว่า ตอนนี้อย่าเพิ่งมาตีกันในเรื่องไม่เป็นเรื่อง

"บิ๊กตู่"ปัดผลประโยชน์แลกดูด-ชี้ส.ส.วิ่งหาเอง

บิ๊กป๊อกปัดสั่งฝ่ายปกครองดูส.ส.

     ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายการเมืองออกมาเปิดเผยว่าฝ่ายปกครองได้เกลี้ยกล่อมให้อดีต ส.ส.สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ว่า “ไม่มีความเห็นและผมไม่ได้สั่งการฝ่ายปกครองในเรื่องดังกล่าวอย่างแน่นอน”

     นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมการตั้งพรรคการเมืองเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยว่า “ผมจำได้ว่าผมยังไม่ได้พูดอะไรมากเลย พูดแค่ประโยคสองประโยคว่า ผมสนับสนุนท่านประยุทธ์ แล้วผมก็คิดว่าท่านเหมาะสม ถ้าท่านจะทำต่อนะ พอพูดแค่นั้นเอง พวกคุณโอเวอร์รีแอ็กเกินไปหรือไม่ ผมยังงงอยู่เลย”

     เมื่อถามถึงกรณีมีการดูดอดีต ส.ส.เพื่อมาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ นั้น นายสมคิด กล่าวว่า “ผมถูกดูดมากกว่านะ”

สมช.คาดชุมนุมพ.ค.ไร้เหตุรุนแรง

     พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐนตรีและรมว.กลาโหม มองว่า เราในฐานะฝ่ายความมั่นคงไม่ต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษ เราเตรียมพร้อมตลอดเวลาอยู่แล้ว ไม่วิตกกังวลอะไรต่อการเคลื่อนไหวดังกล่าว เมื่อถามว่า ถ้าไม่วิตกทำไมต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลความเคลื่อนไหวดังกล่าว พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “เจ้าหน้าที่ความมั่นคง เรามีไว้ทำไม เขามีไว้สำหรับดูแลความปลอดภัยเผื่อตีกันเอง และตอนนี้รัฐบาลก็บอกแล้วว่าจะมีการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 และเชื่อว่าผู้ชุมนุม เขารู้ว่าชุมนุมอย่างไรไม่ผิดกฎหมาย และคิดว่าการชุมนุมครั้งนี้จะไม่ยืดเยื้อ และไม่มีฝ่ายอื่นๆ มาร่วมผสมโรงในการชุมนุม มีแต่ผู้สื่อข่าวผสมโรงเล่นงานเรา” 

      ด้าน พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวว่า เป็นเรื่องเดิมของกลุ่มที่จะจัดการชุมนุมอยู่แล้ว เพราะเดือนพฤษภาคมถือเป็นเดือนทางการเมือง คาดว่าคงไม่มีการทำอะไรที่นอกกรอบกฎหมาย ส่วนการเคลื่อนไหวนี้จะเป็นการจุดกระแสสร้างแรงกระเพื่อมต่อสถานการณ์บ้านเมืองหรือไม่ ก็คิดว่าเป็นการชุมนุมทั่วไปไม่มีอะไรสร้างความรุนแรง

     ผู้สื่อข่าวถามว่า เกรงว่าจะมีพรรคการเมืองร่วมสนับสนุนหรือไม่ เลขาฯ สมช. กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีการปลดล็อกให้ทำกิจกรรมทางการเมือง การทำอะไรทำได้อย่างจำกัด ซึ่งหากมีการปลดล็อกจึงจะมีการเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อถามย้ำว่า จะมีการผสมรวมระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและฝ่ายการเมืองหรือไม่ พล.อ.วัลลภ กล่าวว่า ตอนนี้ไม่ทราบและยังไม่มี ต่อข้อถามที่ว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์การชุมนุมได้ใช่หรือไม่ พล.อ.วัลลภ กล่าวว่า คิดว่ากลุ่มผู้ชุมนุมคงไม่อยากให้เกิดอะไรที่จะทำให้สถานการณ์รุนแรงมากขึ้น และตอนนี้ยังไม่ได้รับรายงานว่ามีการเคลื่อนไหวในลักษณะเช่นนี้ในต่างจังหวัด

ปชป.ชี้ยอดสมาชิกลดไม่มีผลอะไร

     นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงยอดจำนวนยืนยันสมาชิกพรรคที่ลดลงว่า ไม่เหนือความคาดหมายจากที่คาดการณ์ไว้ เมื่อดูตัวเลขการยืนยันสมาชิกของพรรคการเมืองต่างๆ ก็มีลักษณะคล้ายๆ กัน คือมีจำนวนยอดสมาชิกที่ยืนยันลดลงเช่นกันทุกพรรค อย่างไรก็ดีตัวเลขล่าสุดที่ส่งเข้ามาที่พรรคเมื่อคืนวานนี้ (30 เม.ย.) ก่อนเที่ยงคืน มีตัวเลขการยืนยันสมาชิกประมาณ 1 แสนคน ถึงแม้การยืนยันสมาชิกพรรคจะทำให้ยอดรวมสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ลดลง แต่จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของพรรค

"บิ๊กตู่"ปัดผลประโยชน์แลกดูด-ชี้ส.ส.วิ่งหาเอง

     นายองอาจ กล่าวอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างพรรคเพื่อให้มีความพร้อมในการเสนอตัวให้ประชาชนพิจารณาในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เราเชื่อมั่นว่าถึงแม้สมาชิกจะไม่ยืนยันการเป็นสมาชิกพรรค แต่ยืนยันที่จะสนับสนุนพรรคอย่างมั่นคงต่อไป การที่ยอดยืนยันสมาชิกพรรคลดลงจึงไม่ส่งผลกระทบต่อพรรค และการเลือกตั้งแต่อย่างใด จากการรวบรวมข้อมูลการยืนยันสมาชิกพรรคที่ลดลงมีสาเหตุหลักดังนี้ 1.ปัญหาในทางปฏิบัติมีข้อจำกัดมาก คสช.ห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง ห้ามประชาสัมพันธ์ 2.สมาชิกพรรคจำนวนมากไม่ประสงค์จะจ่ายค่าบำรุงพรรค แต่ประสงค์จะช่วยเหลืองานพรรค และพร้อมจะเป็นอาสาสมัครทำงานเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม

รอความหวังศาลรธน.ชี้ขาด

     3.เนื่องจากสภาวะปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ประชาชนมีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย สมาชิกพรรคที่ฐานะเศรษฐกิจไม่ดีไม่พร้อมที่จะจ่ายเงินค่าบำรุง ถึงแม้เงิน 100 บาท หรือ 2,000 บาท อาจจะไม่มากสำหรับบางคน แต่สำหรับพี่น้องในชนบทเงิน 100 บาท ก็มีความหมาย 4.สมาชิกส่วนหนึ่งไม่ประสงค์จะยืนยัน เพราะไม่ยอมรับการที่ คสช. ใช้มาตรา 44 ถือเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และ 5.มีสมาชิกที่มายืนยันสมาชิก แต่ไม่ประสงค์จะจ่ายค่าบำรุงพรรค เพราะเห็นว่าตนเองมีสิทธิเป็นสมาชิกต่อไปได้อีก 4 ปี โดยไม่ต้องจ่ายค่าบำรุงตามคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 และตามกฎหมายพรรคการเมือง

     ด้าน นายราเมศ รัตนะเชวง คณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อครบ 30 วันแล้ว ผลความเสียหายที่เกิดจากคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 ชัดเจนแล้ว ประชาชนที่เป็นสมาชิกโดยชอบด้วยกฎหมาย ได้รับความไม่เป็นธรรมจากคำสั่งดังกล่าว เพราะนอกจากเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบธรรมด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว ยังเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ และสร้างภาระเกินจำเป็นให้ประชาชนและพรรคการเมือง ทั้งยังเป็นการเลือกปฏิบัติต่อพรรคการเมืองเพราะตัวเลขสมาชิกที่มายืนยันขณะนี้ อยู่ในกระบวนการรวบรวมคาดว่า ตัวเลขราว 1 แสนคน จาก 2.5 ล้านคน นี่คือความไม่เป็นธรรม เป็นความเจ็บปวดต่อประวัติศาสตร์การเมืองไทย ผู้นำที่มีคุณธรรมไม่ทำเช่นนี้

      “อย่าหวังว่าพรรคจะอ่อนแอลงตามที่ คสช.ต้องการ เชื่อว่าอุปสรรคจะไม่เป็นสิ่งกีดขวางความผูกพันระหว่างประชาชนกับพรรค ประชาธิปัตย์จะยังคงเป็นสถาบันที่อยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชน เราจะใช้ความเจ็บปวดครั้งนี้เพื่อรวมพลังให้เห็นว่า ยังยึดมั่นอุดมการณ์และทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ ผลจากคำสั่งนี้ ควรต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะวินิจฉัยเช่นไร” นายราเมศ กล่าว

ชทพ.แนะเลื่อนทำไพรมารีโหวต

     นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงยอดยืนยันสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาเบื้องต้นที่มียอดยืดยัน 2,500 คน จากสมาชิกที่มี 24,710 คนว่า คงจะมีผลกระทบต่อระบบการเมืองแน่นอน โดยเฉพาะการทำระบบเลือกตั้งขั้นต้น หรือไพรมารีโหวต ที่กำหนดให้ต้องใช้สมาชิกพรรคเป็นเกณฑ์กำหนด ทั้งใช้ตัวแทนจังหวัดและสาขาของพรรค เมื่อแต่ละพรรคมีสมาชิกพรรคที่ยืนยันหลักพันคน อาจเป็นเรื่องยากต่อการทำระบบไพรมารีโหวตเพื่อส่งส.ส.ให้ครบ 350 เขต หรือครบ 77 จังหวัด

"บิ๊กตู่"ปัดผลประโยชน์แลกดูด-ชี้ส.ส.วิ่งหาเอง

     “ทำไพรมารีโหวต พรรคหนึ่งต้องใช้สมาชิกทั่วประเทศอย่างน้อย 7,000 คน หรือใช้สาขาอย่างน้อย 500 คน หรือตัวแทนจังหวัด ไม่น้อยกว่า 120 คน ดังนั้นจำเป็นต้องหาสมาชิกพรรคให้ครบตามหลักเกณฑ์ของการทำไพรมารีโหวต อย่างพรรคชาติไทยพัฒนา ที่มียอดเบื้องต้น 2,500 คน ต้องหาสมาชิกอีก 6,000 คนเพื่อให้เพียงพอต่อการทำไพรมารีโหวตทั่วประเทศ ซึ่งไม่ง่าย ประกอบกับมีเวลาสั้น ดังนั้นผมอยากให้ทบทวนการทำไพรมารีโหวต ให้นำไปใช้ในการเลือกตั้งรอบหน้าจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นทั้งพรรคเก่าในระบบกับพรรคการเมืองเกิดใหม่จะลำบากมาก และระบบนี้อาจกระทบต่อทั้งระบบพรรคการเมือง” นายนิกรกล่าว 

     นายนิกร กล่าวด้วยว่า หลังจากที่ครบกำหนดเวลาที่คสช.ให้สมาชิกพรรคยืนยันตัวตนในวันที่ 30 เมษายน เห็นชัดเจนว่าตามเนื้อหาของกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมืองสร้างผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะการตัดสิทธิด้านการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ดังนั้นตนจะไม่ร้องขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผ่อนปรนกติกาใด หรือ ร้องขอไปยังคสช.ให้หามาตรการช่วยเหลือ อย่างไรก็ดี ประเด็นต่อการยืนยันสมาชิกพรรค ภายในเวลากำหนดและหากไม่ยืนยันเท่ากับความเป็นสมาชิกพรรคนั้นสิ้นสุด มองว่าเป็นบทบัญญัติที่ขัดและแย้งกับรัฐธรรมนูญต่อสิทธิประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคอยู่ก่อนที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ ซึ่งการสูญเสียการเป็นสมาชิกพรรคดังกล่าวไม่มีเหตุผลอันควร อย่างไรก็ตาม ยังคาดหวังต่อผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวเร็วๆ นี้

“ไอติม”เข้าค่ายฝึกทหารเกณฑ์แล้ว

     วันเดียวกัน ที่มณฑลทหารบกที่ 11(มทบ.11) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือไอติม หลานชายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปปัตย์ เข้ารายงานตัวต่อสัสดีเพื่อเข้าทำหน้าที่ทหารเกณฑ์เป็นเวลา 6 เดือน โดยกล่าวว่า การที่สมัครเป็นทหารไม่ได้คิดว่าในอนาคตควรหรือไม่ควรกับการมีระบบเกณฑ์ทหาร แต่ตนทำหน้าที่ตามกฎหมาย คิดว่าน่าจะได้สัมผัสมุมมองตรงนี้มากขึ้นว่าควรหรือไม่ควรที่จะมีระบบการเกณฑ์ทหารในอนาคต

     ส่วนความคาดหวังอะไรกับการเป็นทหารเกณฑ์ 6 เดือน นายพริษฐ์ กล่าวว่า หวังไว้หลายอย่าง อย่างแรกคือหวังว่าจะได้มีโอกาสรับใช้ชาติ โดยการนำศักยภาพที่ตนมีมาทำประโยชน์เพื่อกองทัพและประเทศอย่างแท้จริง เพราะหลายคนตั้งข้อสงสัยว่าเมื่อเรามาเป็นทหารเกณฑ์แล้วเรามาทำอะไร รวมถึงตนเรียนและทำงานที่ต่างประเทศมาหลายปี เป็นโอกาสดีที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมกับคนไทยที่มาจากหลายพื้นที่หลายจังหวัด คิดว่าจะทำให้มีประสบการณ์มากขึ้น

     "หลังจากนี้อีก 6 เดือนจะมาเล่าประสบการณ์ให้ฟัง อย่างไรก็ตามตามหลักการการเกณฑ์ทหารไม่ว่าจะประเทศใดก็ตามไม่ควรมีการใช้ความรุนแรง และหวังว่าคนที่ทำเกินอำนาจนอกกฎหมายจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งก็ได้ไปตัดผมมาก่อนล่วงหน้าที่จะเดินทางมารายงานตัว โดยบอกช่างตัดผมว่าจะตัดอย่างไรก็ได้ที่ไปเป็นทหารเกณฑ์ได้”

"บิ๊กตู่"ปัดผลประโยชน์แลกดูด-ชี้ส.ส.วิ่งหาเอง

ยันรอเวลาสมัครเป็นสมาชิกปชป.

     เมื่อถามว่า มีการมองว่ามาเป็นทหารเพื่อแก้ข้อผิดพลาดในอดีตของน้า (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) นั้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนทำหน้าที่ตามกฎหมาย และเป็นหนึ่งในแสนคนที่เป็นทหารเกณฑ์ คิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการแก้ไขจุดบกพร่องอะไร ถ้าตนไม่ได้เป็นหลานของนายอภิสิทธิ์ ก็คงมาเกณฑ์ทหารเหมือนกัน ดังนั้นเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรเลย

     นายพริษฐ์ กล่าวยืนยันถึงการสมัครสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ว่า ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ปรับตัวเป็นยุคใหม่ได้ ตนก็สมัครเป็นสมาชิกพรรค และขณะนี้ก็ยังไม่มีเหตุผลอะไรที่พรรคประชาธิปัตย์จะเข้าสู่ยุคใหม่ไม่ได้ ซึ่งเป็นยุคใหม่ที่ชัดเจนขึ้นในระบอบประชาธิปไตย และสมาชิกพรรคสามารถกำหนดทิศทางพรรคได้มากขึ้น เช่น การเลือกหัวหน้าพรรคได้โดยตรง สามารถคิดนอกกรอบได้ และกำหนดนโยบายตอบโจทย์สังคม แต่ก่อนที่จะไปเป็นสมาชิกพรรค ก็ต้องทำหน้าที่รับใช้ชาติตามกฎหมายก่อน อีกทั้งต้องรอดูว่าจะมีการปลดล็อกให้พรรคการเมืองเมื่อไหร่ด้วย

     เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับเรื่องพลังดูดนักการเมือง นายพริษฐ์ กล่าวว่า มองว่ามี 2 เงื่อนไขที่ส.ส.ย้ายพรรค คือ 1.ย้ายตามอุดมการณ์พรรคการเมืองที่ตนเห็นด้วยไม่ใช่ย้ายเพราะผลประโยชน์ 2.เชื่อว่าการแข่งขันในระบอบประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ดี การที่อยากให้ระบอบประชาธิปไตยแข็งแรงก็ควรให้มีการแข่งขันกันหลายพรรคการเมือง ทั้งนี้การแข่งขันในแง่ตัวผู้สมัครก็สำคัญ แต่ก็ควรอยู่บนพื้นฐานการแข่งขันที่ยุติธรรม เมื่อถามว่า จะมีโอกาสที่ถูกดูดหรือไม่ในฐานะที่เป็นคนเก่ง นายพริษฐ์ กล่าวว่า คิดว่าไม่โดนดูด เพราะตนก็มีอุดมการณ์ที่ชัดเจนมาก เพราะถึงอย่างไรก็ต้องเริ่มต้นที่อุดมการณ์ของตัวเอง ต้องดูว่าพรรคการเมืองใดที่ตอบโจทย์ของตน

พท.ร่วมทำบุญวันเกิดหญิงหน่อย

      ที่ศาลาสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย จัดงาน “ปีละหน คนกันเอง” โดยเชิญชวนคนรู้จักมาร่วมฟังธรรม เจริญจิตตภาวนา เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 57 ปี มีคนในครอบครัว แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตส.ส.มาร่วมงานจำนวนมาก อาทิ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ นายภูมิธรรม เวชยชัย นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายจตุพร เจริญเชื้อ นายไชยา พรหมา นายครูมานิต สังข์พุ่ม รวมถึงนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และนายคชาภา ตันเจริญ บุตรชายนายสุชาติ ตันเจริญ อดีตรองประธานสภา ด้วย

     ภายในงาน ได้มีการแจ้งต่อผู้มาร่วมงานด้วยว่า ไม่ขอรับของขวัญใดๆ แต่ขอให้ร่วมกันทำบุญกับมูลนิธิไทยพึ่งไทยแทน ซึ่งทุกคนที่บริจาคจะได้รับเสื้อโปโลสีส้ม พัด เหรียญใบโพธิ์ และเหรียญพระพุทธเจ้าน้อย

     คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวช่วงหนึ่งว่า รู้สึกซาบซึ้งต่อทุกท่านที่มาร่วมงานในวันคล้ายวันเกิด ไม่ว่ายามสุข ยามทุกข์ก็ได้กำลังใจจากพี่น้องมาตลอด ขอบคุณทุกท่านที่มาให้คำอวยพรอันประเสริฐ ที่สำคัญที่สุดคือกำลังใจ ทุกครั้งที่ทุกข์ก็ได้กำลังใจจากพวกท่าน ดีใจที่ทุกท่านมอบความเมตตา ความรัก และกำลังใจให้ตน ขอให้พรอันประเสริฐ อำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย ดลบันดาลให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรง มีแต่สิ่งดีๆ ที่เป็นมงคลบังเกิดแก่ท่านและครอบครัวตลอดไป

เด้งอธิบดีปศุสัตว์เซ่นวัคซีนสุนัขบ้า

      ขณะที่ พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัฒน์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม.ว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง จำนวน 2 ราย ดังนี้ 1.นายอภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง 2.นายสรวิศ ธานีโต ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมปศุสัตว์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง

     นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้รับผลสอบอย่างเป็นทางการกรณีความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อวัคซีนพิษสุนัขบ้า ของกรมปศุสัตว์ จากนายสุรพงษ์ เจียสกุล รองปลัดกระทรวง ทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการสอบสวนฯ ซึ่งตนได้ให้เจ้าหน้าที่ทำหนังสืออย่างเป็นทางการแทงเรื่องไปถึงอธิบดีกรมปศุสัตว์เพื่อให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงข้าราชการ 5 รายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อวัคซีนพิษสุนัขบ้า โดยเฉพาะในปี 2559 ที่พบความผิดปกติ ทั้งนี้เบื้องต้นข้าราชการ 5 ราย ยังทำงานในกรมปศุสัตว์ ส่วนที่ รมว.เกษตรฯ เสนอครม.สั่งย้ายนายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ มาเป็นผู้ตรวจราชการ นั้นเพื่อความเหมาะสมและการดำเนินการในการสอบวินัยร้ายแรงต่อไป

     ด้านนายสัตวแพทย์อภัย กล่าวเพียงสั้นๆ ภายหลังเข้าหารือกับปลัดกระทรวงเกษตรฯ ว่า การโยกย้ายครั้งนี้มีความเหมาะสมแล้ว ไม่กดดันอะไร และไม่วิตกกังวลในการสอบสวน 

นายกฯเต้นออกกำลัง-เอวเกิน1นิ้ว

     เวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เป็นประธานการประชุมครม. โดยก่อนการประชุม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ได้นำ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข นายสุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) เข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรม “Happy Workplace องค์กรแห่งความสุข : ท่าบริหารร่างกายสไตล์ไทย เพื่อสุขภาพพี่น้องแรงงานไทย” ซึ่งเป็นกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ  

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมในครั้งนี้ สสส.ได้ร่วมกับกระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข โดยพล.อ.ประยุทธ์ได้ทดลองวัดรอบเอวปรากฏว่าเกินค่ามาตรฐานที่กำหนด 1 นิ้ว พล.อ.ประยุทธ์ จึงระบุว่า “จะไปลด” จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ร่วมเต้น 12 ท่าบริหารร่างกายสไตล์ไทยประกอบเพลง ร่วมกับ พล.อ.ฉัตรชัย นพ.ปิยะสกล ผู้บริหารสสส. รวมทั้งเยาวชนที่มาร่วมประชาสัมพันธ์กิจกรรม โดยเมื่อถึงท่าเต้นชกมวย พล.อ.ประยุทธ์ได้แสดงท่าทางหยอกล้ออย่างอารมณ์ดี ด้วยการออกหมัดแล้วค่อยๆ เดินเข้าหาผู้นำเต้น พร้อมรัวหมัด คล้ายจะเข้าไปชก เรียกเสียงหัวเราะจากผู้เข้าร่วมได้อย่างมาก  

ปลื้มฟุตบอลหญิงไทยสร้างความสุข

     ต่อมา นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ได้นำ นางนวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย และคณะ เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ เพื่อรายงานความสำเร็จการแข่งขัน “ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2018 รอบสุดท้าย” ที่ประเทศจอร์แดน ระหว่างวันที่ 7-22 เมษายน ที่ผ่านมา ได้ลำดับที่ 4 จาก 8 ประเทศ รวมทั้งได้สร้างประวัติศาสตร์ให้แก่วงการลูกหนัง ครั้งที่ 2 ด้วยการเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกที่ประเทศฝรั่งเศสในปีหน้า ถือเป็นการได้เข้าเล่นฟุตบอลโลกของฟุตบอลไทยถึง 2 สมัยติดต่อกัน 

"บิ๊กตู่"ปัดผลประโยชน์แลกดูด-ชี้ส.ส.วิ่งหาเอง

     ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีตั้งแต่วันที่ฟุตบอลหญิงไทยได้เข้าร่วมการแข่งขัน ตนมีโอกาสติดตามบ้าง เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของทุกคน โดยเฉพาะช่วงที่มีการแข่งขันแม้เราจะเสียเปรียบเนื่องจากตัวเล็กกว่าชาติอื่นพอสมควรแต่เรามีความเข้มแข็งและวิ่งเร็ว ตนยังกลัวว่าจะวิ่งเลยลูกหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องตัวเล็กก็ไม่เป็นอุปสรรคในวันข้างหน้าเราต้องเสริมสร้างนักกีฬาใหม่ให้ตัวโตขึ้น ในนามของนายกฯ และคณะรัฐมนตรีขออวยพรให้การแข่งขันทุกครั้งโดยเริ่มตั้งแต่ครั้งหน้าเป็นต้นไป ประสบความสำเร็จสมความมุ่งมั่นปรารถนาทุกประการสมกับความหวังของคนไทยที่มอบไว้  

ถาม“มาดามแป้ง”ปัดเล่นการเมือง

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายตัวแทนกัปตันฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยได้ขอร้องให้นายกรัฐมนตรีช่วยพิจารณานักกีฬาที่มีคุณสมบัติเข้ารับราชการเพื่อความมั่นคงในอาชีพต่อไปด้วย พล.อ.ประยุทธ์ รับปากที่จะดูแลให้ พร้อมแนะนำว่าจะต้องไปศึกษาให้จบหลักสูตรตามขั้นตอนก่อน โดยมอบหมายให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรีและ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ไปพิจารณาพร้อมรับรายชื่อที่ส่งมอบ

     ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ ได้สอบถามนางนวลพรรณว่าไม่ไปเล่นการเมืองหรือ โดยนางนวลพรรณกล่าวปฏิเสธว่า ขออยู่ตรงนี้ดีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า “วันนี้อะไรดีๆ ต่างๆ รวมทั้งการเมืองกำลังเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถ้ามันเกิดขึ้นท่ามกลางความวุ่นวาย ความสับสนอลหม่าน มันก็จะไม่ 100 เปอรเซ็นต์ แต่เมื่อไหร่ก็ตามสถานการณ์เกิดความเรียบร้อยมีความสงบทุกอย่างก็สามารถพัฒนาไปได้ เราก็จะมีโอกาสและทางเลือกมากขึ้น สิ่งสำคัญปัจจุบันนี้ ทุกคนมองว่าเศรษฐกิจไม่ดี และมีอีกพวกก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์บอกว่าเราแย่ตลอด ซึ่งไม่ใช่ว่ามันไม่ดีทั้งหมด ทั้งนี้ ก็ต้องขอร้องให้ช่วยกันชี้แจงและสร้างความเข้าใจด้วยว่ามันไม่ได้แย่ทั้งหมด”

เชื่อติดต่อราชการบัตรปชช.เอาอยู่

     วันเดียวกัน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการยกเลิกใช้สำเนาบัตรประชาชนและสำเนาบัตรทะเบียนบ้านกรณีไปติอต่อราชการว่า จะใช้เฉพาะในส่วนราชการ โดยเราจะมีระบบเชื่อมโยงที่สามารถช่วยยืนยันตัวตนคนนั้นได้ ขั้นต้นขอดำเนินงานในส่วนราชการก่อน ส่วนในภาคเอกชนเรายังไม่ได้มีการดำเนินการ เพราะยังไม่มีระบบเชื่อมโยงกับกระทรวงมหาดไทย ส่วนจะนำไปใช้ในอนาคตหรือไม่นั้น ไม่สามารถพูดได้ว่าทำได้หรือไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับกฎหมายด้วย สาเหตุที่ไม่ต้องนำสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านไปติอต่อราชการ เพราะเอกสารเหล่านั้นออกโดยราชการเอง ดังนั้นจึงไม่จำเป็น และในอนาคตจะไม่ใช่เพียงแค่สำเนาเอกสารสองอย่างนี้เท่านั้น แต่จะรวมถึงใบสำคัญอื่นๆ ด้วย โดยทุกหน่วยงานจะต้องนำข้อมูลลงระบบ ในวันที่ 3 ตุลาคม ส่วนจะมีความพร้อมแค่ไหน กี่หน่วยงาน จะค่อยมาชี้แจงกันอีกที ขณะนี้รัฐบาลได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานต่างๆ ว่าในเดือนสิงหาคมนี้ ประชาชนไม่จำเป็นต้องนำสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านมาแล้ว ซึ่งหน่วยงานเจ้าของเรื่อง จะต้องเป็นผู้รวบรวมและเก็บข้อมูล

     พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ยกตัวอย่างเช่น หากประชาชนจะเดินทางไปติดต่อราชการที่กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อทำวีซ่านอกจากสำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านแล้ว อาจจะมีเอกสารอื่นๆ ที่ทางราชการต้องการ เช่นเอกสารการเกณฑ์ทหาร ซึ่งทางกระทรวงกลาโหมได้นำรายละเอียดเอกสารใส่ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เราเชื่อมข้อมูลกันได้ ประชาชนก็ไม่ต้องเอาเอกสารไป เพียงแค่ยื่นบัตรประชาชนใบเดียวเท่านั้น เสียบเข้าเครื่องอ่าน ก็จะปรากฏข้อมูลทั้งหมด

ยกฟ้องถอนพาสปอร์ต“แม้ว”ไม่ชอบ

     ที่ศาลปกครองสูงสุด ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 2115/2558 คดีหมายเลขแดงที่ 1930/2559 ที่ นายทักษิณ ชินวัตร ฟ้องอธิบดีกรมการกงสุล และพวกรวม 2 คน กรณีกรมการกงสุลยกเลิกหนังสือเดินทางของนายทักษิณ 2 ฉบับ โดยก่อนหน้านี้ ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้อง แต่นายทักษิณได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดว่า ระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 ไม่ใช่กฎหมายเฉพาะที่ให้อำนาจรัฐจำกัดสิทธิเสรีภาพได้ การที่ระเบียบดังกล่าวให้อำนาจอธิบดีกรมการกงสุลไม่ออกหรือยกเลิกหนังสือเดินทางของบุคคลสัญชาติไทย จึงขัดต่อรัฐธรรมนูญ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และกติการะหว่างประเทศ และการยกเลิกหนังสือเดินทางโดยอาศัยข้อเท็จจริงจากความเห็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ทั้งที่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาและออกหมายจับ จึงถือว่าเกินกว่ากรณีแห่งความจำเป็น และการที่ สตช.กล่าวหาว่า นายทักษิณกระทำผิดกฎหมาย ทั้งที่ยังไม่มีการสอบสวนหรือแจ้งข้อกล่าวหา ก็เป็นการกระทำที่รวบรัดขั้นตอนทางกฎหมาย นอกจากนั้นยังเห็นว่า การที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาที่เป็นการวินิ&