ข่าว

ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ สั่งไล่ออก 6 พนักงานราชการพันค้ายาบ้า

ผู้ว่าฯ กาฬสินธุ์ สั่งไล่ออก 6 พนักงานราชการพันค้ายาบ้า

01 พ.ค. 2561

พ่อเมืองน้ำดำเปิด "ยุทธการฟ้าแดดสงยาง" กวาดล้างยาเสพติด พร้อมกันทั้งจังหวัด สงสัยเกลือเป็นหนอน ปล่อยข่าวลวงซ้อนแผนจับซัดทอด ไล่ออก 6 พนักงานราชการ

               1 พ.ค. 61  เมื่อเวลา 05.00 น. ที่ สนามหน้าศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์  นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ นายเธียรชัย อัจฉริยพันธ์ รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ นายสนั่น พงษ์อักษร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พลตรีจุมพล จุมพลภักดี ผบช.กองพลทหารม้าที่ 3 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 4 นำกำลังฝ่ายปกครอง อาสาสมัครรักษาดินแดน ตำรวจ ทหาร เกือบ 200 นาย ปล่อยแถมระดมกวาดล้างตาม “ยุทธการฟ้าแดดสงยาง”

 

 

 

 

               แต่การออกกวาดล้างครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้นายอำเภอทั้ง 18 อำเภอ ร่วมระดมกวาดล้างใหญ่พร้อมกันทั้งจังหวัด ซึ่ง “ยุทธการฟ้าแดดสงยาง” ได้ใช้กองกำลังผสมกว่า 2,000 นาย การระดมกวาดล้างครั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ลุยเข้าตรวจค้นด้วยตัวเอง โดยเข้าไปพื้นที่เป้าหมายที่บ้านคอนเรียบ หมู่ที่ 1 ตำบลหลุบ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ สามารถจับกุม นายชวลิต ซื่อสัตย์ อายุ 33 ปี ได้ของกลางยาบ้า 206 เม็ด และทำการตรวจค้นภายในหมู่บ้านเฉพาะบริเวณนี้ได้ยาบ้า 284 เม็ด เงินสด 3,050 บาท กัญชา 1 กรัม ทั้งนี้ มีรายงานว่าการตรวจค้นซึ่งได้แบ่งกำลังทั่วทั้งจังหวัด โดยตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ยังได้กำหนดเป้าหมายพิเศษ ไปถึงนักค้ายาบ้ารายใหญ่ และได้ทำการควบคุมตัวเพื่อเตรียมขยายผลนั้น ปรากฏว่ามี นายแนท ได้โทรศัพท์ไปหาผู้ต้องหารายพิเศษที่ถูกควบคุมตัวไว้ โดยได้ส่งไลน์ทั้งภาพและคำบรรยายว่า
               ทางจังหวัดกำลังมีการระดมกวาดล้างให้ระวังถูกจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ซ้อนแผนเข้าจับกุม ปรากฏว่า นายแนท ก็คือ นายธีรภัทร บรรจงเลิศ เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล ประจำสำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ และภายหลังจากจับกุม นายแนท ได้ให้การซัดทอด ตำรวจจึงได้ขยายผลผู้เกี่ยวพันยาบ้า อีก 2 ราย คือ นายอานุสรณ์ สารผล พนักงานวิเคราะห์นโยบายและแผน (เลขาฯ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์) และนายพลรัตน์ เหลาแตว เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล ซึ่งทั้งสองคนทำงานอยู่ที่สำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์
               นอกจากนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 3 ยังได้ทำการซัดทอด นายวัชพล การฟุ้ง พนักงานราชการสำนักงานสรรพสามิตจังหวัดกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จู่โจมตรวจค้นบ้านของนายวัชพล การฟุ้ง พบยาบ้า จำนวน 183 เม็ด ทั้งนี้ นายวัชพล ผู้ต้องหา ยังได้ซัดทอดไปถึงผู้ร่วมกระบวนการ คือ นายธีระชาติ กรรณิกา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจค้นพบยาบ้าอีก 7 เม็ด และนายวีระพล ถิตย์ผาด พบยาบ้าอีก 23 เม็ด ซึ่งทั้งสองเป็นพนักงานราชการสำนักงานสรรพสามิตจังหวัดกาฬสินธุ์เช่นกัน

 

 

 

 

               ต่อมาเวลา 15.00 น. นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พลตรีจุมพล จุมพลภักดี ผบช.กองพลทหารม้าที่ 3 และนายอำเภอทั้ง 18 อำเภอ ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุม
               นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า “ยุทธการฟ้าแดดสงยาง” คือยุทธการปิดล้อมตรวจค้นเน้นในเรื่องการปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายของ พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ การปูพรมตรวจค้นเกิดขึ้นทั้ง 18 อำเภอ รวมพื้นที่ตรวจค้น 77 เป้าหมาย สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 63 คน แบ่งเป็นผู้เสพฉี่สีม่วง จำนวน 44 ราย ครอบครอง จำนวน 10 ราย เป็นผู้ค้ายาบ้า จำนวน 12 ราย และสามารถจับผู้ที่มีอาวุธปืนในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 9 ราย รวมเป็นของกลาง ยาบ้า จำนวน 1,337 เม็ด กัญชา 116.96 กรัม อาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ จำนวน 9 กระบอก อาวุธปืนพกสั้น ไทยประดิษฐ์ 2 กระบอก อาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก เงินสด 46,160 บาท
               “ในจำนวนนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ใกล้ตัว ผู้ค้า และผู้เสพ มีพนักงานราชการและลูกจ้าง ทั้งในสำนักงานสรรพสามิตจังหวัด และสำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ ไปพัวพัน ซึ่งในกลุ่มพนักงานราชการและลูกจ้าง ขณะนี้ได้มีหนังสือเพื่อไล่ออกจากราชการและส่งตัวให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด”
               สิ่งที่ต้องเน้นย้ำขณะนี้ทุกคนจะต้องถูกตรวจร่างกาย หากฉี่ม่วง เป็นข้าราชการหรือพนักงานราชการและลูกจ้างก็ต้องรับผลกรรมนั้น จึงขอให้หัวหน้าส่วนราชการได้ทำการกวาดบ้านตนเองให้สะอาด ทั้งนี้ การปิดล้อมตรวจค้นจะเกิดขึ้นต่อเนื่อง เป็นกรณีพิเศษในทุกระยะ เพื่อลดปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต ระบบเศรษฐกิจ และความสงบสุขของประชาชน อีกทั้งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น จริงจังของภาครัฐ ต่อการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด