
"ไทย"ต้องตื่นตัวรับมือคุกคามไซเบอร์
ฝ่ายความมั่นคงชี้ไทยด้องรับมือภัยคุกคามไซเบอร์โยนดีอีตรวจสอบปมแฮกเกอร์เกาหลีเหนือใช้เซิฟเวอร์ประเทศไทยจารกรรมข้อมูลจาก 17 ประเทศ เชื่อเป็นบทเรียนให้ตื่นตัว
1 พฤษภาคม 2561 แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า McAfee ซึ่งเป็นโปรแกรมตรวจสอบไวรัส ตรวจสอบพบว่ามีแฮกเกอร์เกาหลีเหนือใช้เซิฟเวอร์ประเทศไทยในการจารกรรมข้อมูลจาก 17 ประเทศ
โดยระบุที่ตั้งของเซิฟเวอร์ว่าอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่า ยอมรับว่าข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องจริง ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้นที่ถูกแฮกเกอร์ เพราะยังมีอีก 17 ประเทศที่โดนเหมือนเราโดยใช้โปรแกรมมัลแวร์ที่เป็นโปรแกรมประสงค์ร้ายทำงานในลักษณะที่เป็นการโจมตีระบบ ทำให้ระบบเสียหาย รวมถึงการจารกรรมข้อมูล
ทั้งนี้ยังชี้ชัดไม่ได้ว่าเขาได้ข้อมูลสำคัญอะไรไปบ้าง ซึ่งต้องรอการพิสูจน์หลักฐาน โดยต้องรอการตรวจสอบ IP Address หรือหมายเลขของเครื่องคอมพิวเตอร์ เพราะเส้นทางการจารกรรมข้อมูลเพื่อทำให้ข้อมูลไหลออกมีหลายวิธี ทั้งการเจาะระบบ หรือการแอบฝังโปรแกรมเอาไว้
ดังนั้นต้องรอการตรวจสอบทางด้านเทคนิคต่อไป ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องชี้แจงสังคมว่าเกิดอะไรขึ้น และต้องจัดชุดพิสูจน์หลักฐานทางดิจิตอลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ไปตรวจสอบรายละเอียด ตรงนี้เป็นตัวบ่งชี้เรื่องการรับมือภัยคุกคามด้านไซเบอร์ของเรานั้นยังไม่มี แม้ที่ผ่านมาจะมีการตั้งคณะกรรมการเตรียมการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน
แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงรายเดิม กล่าวต่อว่า สำหรับความพร้อมการดูแลภัยคุกคามด้านไซเบอร์นั้น ยอมรับว่าการรับมือในลักษณะแบบนี้ไทยเองยังไม่มีความพร้อม และเชื่อว่านอกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แล้วยังมีอีกหลายองค์กร และหลายหน่วยงานในไทยที่ถูกแฮก แต่ยังตรวจสอบไม่พบ และนี่ยังเป็นเพียงแค่น้ำจิ้ม เพราะยังไม่ได้มีการโจมตี หรือเผยแพร่การจารกรรมข้อมูล ตอนนี้เราทราบเพียงแต่ว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าอะไรรั่วไหล หรือเป็นข้อมูลที่สำคัญหรือไม่ ดังนั้นเราต้องสร้างความตระหนักเพื่อรับมือภัยคุกคามแบบนี้ และกรณีนี้จะเป็นบทเรียนให้เรา



