
กงสุลลาว รุก!ตามคดีฆ่าปาดคอคนลาว
รองกงสุลใหญ่สปป.ลาว พบตำรวจภูธรอุบลรัตน์ เพื่อติดตามคดี หลังมีเหตุฆ่าปาดคอ"ท้าวสุทัด"ชาวสปป.ลาวเสียชีวิต ขณะที่ภรรยาผู้ตาย เชื่อ "นายมืด"มือฆ่าสามี
วันที่ 1 พ.ค. 2561 เวลา10.00น.ท่านคำไพพันธุ์ ทองดี รองกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวประจำจังหวัดขอนแก่นเดินทางเข้าพบพ.ต.อ.ยุทธกร วงเวียน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอุบลรัตน์
เพื่อติดตามความคืบในคดีที่มีคนร้ายใช้อาวุธมีดฆ่าปาดคอท้าวสุทัดจันดา อายุ49ปีแล้วนำศพไปทิ้งที่บริเวณป่าชุมชนบ้านด่านตำบลบ้านดงอำเภออุบลรัตน์จังหวัดขอนแก่นก่อนที่กลุ่มคนร้ายจะเผาทำลายรถของผู้เสียชีวิตในพื้นที่บ้านดงเย็นตำบลศรีสุขสำราญอำเภอเขาสวนกวางจังหวัดขอนแก่น
รองกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กล่าวว่า หลังจากที่ได้ทราบข่าวว่ามีชาวสปป.ลาวเสียชีวิตโดยการถูกฆ่าปาดคอทำให้ทางรัฐบาลลาวเกิดความห่วงใยต่อเรื่องที่เกิดขึ้นเนื่องจากในปี2559เคยมีเหตุฆาตรกรรมหญิงสาวชาวลาวในพื้นที่อ.กุฉินารายณ์ จ .กาฬสินธุ์ทางกงสุลใหญ่สปป.ลาวจึงเดินทางมาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุบลรัตน์เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่ามีมูลเหตุมาจากอะไร โดยผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอุบลรัตน์ได้รายงานข้อมูลให้รับทราบตั้งแต่วันรับแจ้งเหตุจนถึงความคืบหน้า
ล่าสุดในการสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีซึ่งตนได้ให้กำลังใจและฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจทำคดีอย่างเต็มที่เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏเนื่องจากเป็นคดีที่ทางรัฐบาลลาวให้ความสนใจและให้มีการรายงานถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนกว่าจะมีความกระจ่างในคดีนี้ซึ่งจะได้นำข้อมูลทั้งหมดนำเสนอต่อรัฐบาลลาวอีกครั้ง
ขณะที่นางสาวไพรรัตน์ คมขำ อายุ45ปีภรรยาของผู้เสียชีวิตซึ่งวันนี้ได้เดินทางมาพบกับรองกงสุลใหญ่สปป.ลาวประจำจังหวัดขอนแก่นและผู้กำกับการสภ.อุบลรัตน์เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมกล่าวว่าตนเองมีความเชื่อมั่นว่าผู้ที่ลงมือฆ่าสามีคือนายมืดผู้ต้องสงสัยที่ถูกเจ้าที่ควบคุมตัวมาสอบปากคำเป็นคนแรก
เนื่องจากก่อนที่ตนเองจะทราบว่าสามีของตนเองเสียชีวิตนายมืดได้โทรศัพท์ติดต่อมาหาตนทั้ง ๆ ที่ตนและนายมืดไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้ากันมาก่อน โดยบอกว่าจะพาตนไปหาหมอดูเพื่อให้หมอดูทำนายว่าสามีของตนหายไปไหนหลังจากที่สามีหายออกจากบ้านไปหลายวันก่อนที่ตนจะมาทราบในภายหลังว่าสามีถูกฆาตรกรรมตนจึงเชื่อว่านายมืดน่าจะวางแผนลวงตนออกไปฆ่าปิดปากเพราะมีเพียงตนคนเดียวที่ทราบว่าสามีออกจากบ้านไปหลังจากที่ได้รับโทรศัพท์จากนายมืด
สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29เม.ย. 2561หลังจากตำรวจสภ.อุบลรัตน์จ.ขอนแก่นได้รับแจ้งพบศพคนตายบริเวณป่าชุมชนทิศตะวันตกของบ้านขุนด่านหมู่ที่1ตำบลบ้านดงอำเภออุบลรัตน์จ.ขอนแก่นพ.ต.อ.ยุทธกรว งเวียน ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอุบลรัตน์จังหวัดขอนแก่นพร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวนตำรวจพิสูจน์หลักฐาน4จึงเข้าตรวจสอบบริเวณที่พบศพเป็นแนวป่าชุมชนมีถนนลูกรังตัดผ่านอยู่บริเวณทิศตะวันตกห่างจากบ้านขุนด่านประมาณ2กิโลเมตร
บริเวณพบศพเป็นปากท่อระบายน้ำข้างถนนสภาพนอนคว่ำหน้าสวมเสื้อแขนยาวลายสก๊อตกางเกงยีนส์ขายาวรัดเข็มขัดสวมรองเท้าผ้าใบสภาพศพถูกของมีคมปาดที่คอโดยรอบแต่ไม่ขาดมีรอยสักเต็มแผ่นหลังมีความสูงประมาณ170-175เซนติเมตรผมรองทรงหน้าผากผมบางอายุ30-35ปีในร่างกายไม่พบหลักฐานแสดงว่าเป็นใครมาจากไหนคาดว่าถูกฆ่าตายมาแล้วประมาณ2-3วันและไม่มีชาวบ้านในพื้นที่ทราบว่าเป็นใคร
ตำรวจสภ.อุบลรัตน์ได้มีการตรวจสอบจากชาวบ้านอย่างละเอียดเพื่อจะได้หาชื่อผู้เสียชีวิตเพราะเนื่องจากชาวบ้านยังไม่ทราบว่าผู้เสียชีวิตเป็นใครเนื่องจากไม่ใช่คนในหมู่บ้านขุนด่านและหมู่บ้านใกล้เคียงตำรวจคาดปมจะเป็นการฆ่าเพื่อล้างแค้นของกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่
ต่อมาตำรวจภูธรอุบลรัตน์พบรถยนต์กระบะ4ประตูยีห้ออีซูซุหมายเลขทะเบียนกม9329ขอนแก่นของผู้เสียชีวิตโดยถูกเผาทิ้งในพื้นที่บ้านดงเย็นตำบลนางิ้วอำเภอเขาสวนกวางจังหวัดขอนแก่นส่วนการสอบปากคำนายมืดผู้ต้องสงสัยรายสำคัญขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก
โดย"นายมืด" มีประวัติค้ายาเสพติดและเสพยาเสพติดขณะนี้ตำรวจยังคงควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีเพเป็นพยานปากสำคัญที่จะสามารถติดตามคนร้ายที่ร่วมลงมือก่อเหตุฆ่าปาดคอท้าวสุทัดโดยฉนวนเหตุน่าเป็นการขัดแย้งของขบวนการค้ายาเสพติดซึ่งกลุ่มคนร้ายได้มีการเผารถเพื่อทำลายหลักฐานก่อนที่จะหลบหนีไป
ต่อมาพ.ต.อ.จรัสพัฒน์ สุตยสรณาคม รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนคลี่คลายคดีซึ่งประกอบด้วยชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค4ชุดสืบสวนตำรวจภธรจังหวัดขอนแก่นชุดสืบสวนสภ.อุบลรัตน์และชุดสืบสวนสภ.เขาสวนกวางหลังจากตำรวจได้ควบคุมตัวนายมืดผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำตั้งแต่เมื่อคืนวานที่ผ่านมาและจากการการตรวจปัสสาวะพบมีสารเสพติดเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาเสพสารเสพติด
รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ระบุว่า หลังจากตำรวจสภ.อุบลรัตน์ได้รับแจ้งว่าพบพบศพชายถูกฆ่าปาดคอเสียชีวิตบริเวณป่าชุมชนตำบลบ้านดงอำเภออุบลรัตน์จังหวัดขอนแก่นเมื่อวาน(29)ที่ผ่านมาตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุขณะเดียวกันที่บ้านดงเย็นต.ศรีสุขสำราญอ.เขาสวนกวางจ.ขอนแก่นห่างจากที่พบศพประมาณ10กิโลเมตรพบรถอีซุซุ4ประตูไม่ทราบหมายเลขทะเบียนถูกเผาเหลือแต่ซากภายในป่ายูคาลิปตัสจากการตรวจสอบทำให้ทราบว่าเหตุดังกล่าวมีการเชื่อมโยงกัน
เนื่องจากสภาพศพผู้ตายเสียชีวิตมาแล้วประมาณ2-3วันและรถคันดังกล่าวก็ถูกเผาทำลายหลักฐานมาในระยะเวลาเท่ากันสืบสวนเชิงลึกทราบว่าผู้ตายชื่อท้าวสุทัศน์เป็นประชาชนชาวสปป.ลาวถูกค่ารัดคอแล้วนำศพมาทิ้งในที่เกิดเหตุที่พบศพซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าถูกของมีคมปาดเข้าที่บริเวณลำคอและตามร่างกายหลายบาดแผลและพบหลักฐานเชือกในล่อนขวดเบียร์และแผ่นโทรศัพท์มือถือที่ถูกเผาอยู่ในรถ
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้แบ่งหน้าที่การทำงานเพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงสาเหตุการฆ่าในครั้งนี้โดยตั้งประเด็นสังหารไว้2ประเด็นคือชู้สาวเนื่องจากผู้ตายเป็นคนชอบดื่มชอบเที่ยวตามคาราโอเกะจึงอาจทำให้มีสาวมาติดพันและอีกประเด็นคือเรื่องยาเสพติดถึงแม้ว่าผู้ตายจะไม่เคยมีประวัติถูกจับเกี่ยวกับคดียาเสพติดมาก่อน
แต่จากการจับกุมผู้ค้าผู้เสพยาเสพติดในพื้นที่พบมีส่วนเชื่อมโยงกับผู้ตายจึงสันนิษฐานว่าผู้ตายน่าจะเป็นผู้คายาเสพติดรายสำคัญส่วนจะมีการหักหลังยาเสพติดหรือไม่นั้นตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพราะเชื่อว่าคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้มีไม่น้อยกว่า2คนอย่างไรก็ตามตำรวจจะได้เรียกภรรยาของผู้ตายมาให้ปากคำด้วยเช่นกันเนื่องจากก่อนหน้านี้พบว่าผู้ตายและภรรยามีปากเสียงกันบ่อยครั้ง
---***---



