
ร้อง"รมว.กระทรวงทรัพย์ฯ"จนท.อุทยานคุกคาม
กลุ่มพุทธอุทยานบุญญพลังร้อง"รมว.ทรัพย์ฯ สอบจนท.อุทยานหลังพบพฤติกรรมละเว้นการใช้กฎหมายที่เป็นธรรมกับปชช.ยัดข้อหาครอบครองไม้หวงห้าม - สัตว์สงวน
1 พฤษภาคม 2561 กลุ่มพุทธอุทยานบุญญพลังร้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สอบ 2 เจ้าหน้าที่อุทยานหลังพบพฤติกรรมละเว้นการใช้กฎหมายที่เป็นธรรมกับปชช.
กลุ่มพุทธอุทยานบุญญพลัง อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี นำโดย นายวีรจักร์ ศิโรจน์ชยางกุล เข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายวีระยุทธ วรรณเลิศสกุล ผู้อำนวยการส่วนจัดการที่ดินและชุมชนในพื้นที่อนุรักษ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และ นายฐิติ โสมภีร์ หัวหน้าอุทยานฯเขื่อนศรีนครินทร์ หลังพบการปฏิบัติหน้าที่ที่เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติตามกฎหมาย จนเกิดความเสียหายต่อผู้ใดใดผู้หนึ่ง
ทั้งนี้นายวีรจักร์ กล่าวถึงสาเหตุการเข้ายื่นเรื่องให้ตรวจสอบ ว่า เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยาน นำโดยนายฐิติ และพนักงานที่เกี่ยวข้อง ใช้อำนาจรัฐ บังคับให้รื้อถอนและย้ายที่พักสงฆ์พุทธสถานบุญญพลัง ทั้งที่การมีอยู่ของที่พักสงฆ์ฯ ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้โครงการพุทธอุทยานส่งเสริมให้ที่พักสงฆ์ช่วยงานด้านป่าไม้ ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ประจำปีงบประมาณ 2559-2563 ภายใต้เนื้อที่ 20 ไร่ 2 งาน ซึ่งมีพื้นที่ที่อยู่ในการประกาศอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์เพียงส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ตามสำนักสงฆ์ดังกล่าวจัดตั้งมาก่อนที่กรมอุทยานฯ จะประกาศพื้นที่ดังกล่าวเป็นอุทยานแห่งชาติ และได้รับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาคนของชุมชนและสำนักสงฆ์ได้ร่วมอนุรักษ์พื้นที่, ปลูกป่าจนพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์จากเดิมที่เป็นเพียงป่าไผ่
"ผมไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐกลุ่มนั้นเขาต้องการอะไร แต่ยอมรับว่าก่อนหน้านี้มีผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เข้าเจรจากับพระนธีกัสสปะ ศรัทธาพรรณ เพื่อขอซื้อพื้นที่สำนักสงฆ์ เพื่อใช้เป็นทางเข้าพื้นที่อุทยานฯ ที่อยู่ติดกับสำนักสงฆ์ แต่ตัวแทนที่พักสงฆ์ไม่ยินยอมจากนั้นการเจรจาจึงเงียบหายไป ผมเชื่อว่าที่ดินนี้มีมูลค่ายิ่งกว่าทองคำ หากมีผู้ได้ไป" นายวีรจักร์ กล่าว
นายวีรจักร์ กล่าวต่อว่า สำหรับพฤติกรรมของนายฐิตินั้นมีความน่าสงสัย โดยเฉพาะการใช้อำนาจออกคำสั่งให้รื้อถอนทั้งที่สำนักสงฆ์ได้รับอนุญาตให้จัดสร้างและภายหลังการประกาศพื้นที่เป็นเขตอุทยานฯ บางส่วน ตนยอมรับว่ามีเงื่อนไขห้ามก่อสร้างใด ๆ นอกเหนือจากสิ่งที่เคยก่อสร้างและอยู่ระหว่างก่อสร้าง โดยตัวแทนสำนักสงฆ์ได้ปฏิบัติตามราชการระบุ แต่ยังพบพฤติกรรมคุกคาม
ทั้งการเข้าตรวจค้นและแจ้งข้อกล่าวหา อาทิ มีไม้แปรรูปหวงห้ามไว้ในครอบครอง และสัตว์ป่าสงวนไว้ในครอบครองทั้งที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เนื่องจากไม้ที่สำนักสงฆ์ฯมี มาจากการบริจาคของประชาชนและมีเพียง 45 แผ่นเพื่อใช้ภารกิจของสงฆ์เท่านั้น ส่วนสัตว์ป่า ที่พบ คือ นกยูงอินเดีย และ กวางเลี้ยง ซึ่งมีชาวบ้านนำมาถวายพระให้ดูแล โดยมีเอกสารมอบกรรมสิทธิ์ที่ชัดเจน
"ล่าสุดวันที่ 30 มีนาคม 2561 อัยการจังหวัดกาญจนบุรี มีคำสั่งไม่ฟ้องตามที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ แจ้งข้อกล่าวหา แต่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ยังใช้อำนาจทางกฎหมายจับกุมผม ซึ่งถือเป็นการไม่ให้ความเป็นธรรมกับผมและไม่เคารพต่อรัฐธรรมนูญ ที่ถือว่าบุคคลที่เป็นผู้ต้องหาซึ่งศาลยังไม่ตัดสินเป็นที่สิ้นสุด ต้องถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชน ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงควรตรวจสอบเรื่องนี้ให้เกิดความชัดเจน และกรณีการออกคำสั่งเพิกถอนโครงการพุทธอุทยานฯ เมื่อ15 ธันวาคม 2560 ที่ไม่เป็นธรรมด้วย" นายวีรจักร์ กล่าว



