ข่าว

ยายเนียม ยายเหนง การเมืองไทยๆ

ยายเนียม ยายเหนง การเมืองไทยๆ

13 ต.ค. 2552

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ใช้โอกาสในการประกอบพิธีกรรม มอบเงินค่าชดเชย จำนวน 4.9 ล้านบาท ให้แก่นางไฮ ขันจันทา และพวกรวม 3 คน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันเสาร์ (10) ที่ จ.อุบลราชธานี ลงพื้นที่ จ.ยโสธรและ จ.อำนาจเจริญ

ท่ามกลางความพยายามของกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะต่อต้าน คัดค้าน ชุมนุมขับไล่ แต่ไม่สำเร็จ นายอภิสิทธิ์ลงพื้นที่อีสานบ่อยครั้ง ในห้วงระยะเวลา 10 เดือนที่เขาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ครั้งนี้มีเนื้อหาและรายละเอียดมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะความพยายามที่จะสร้างปรากฏการณ์ในแบบที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยทำสำเร็จมาแล้วบนพื้นที่อีสาน จากต้นแบบอาจสามารถโมเดล ร้อยเอ็ด

 จุดอ่อนของพรรคประชาธิปัตย์คือพื้นที่ภาคอีสาน ความปราชัยของประชาธิปัตย์ในสนามการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา มาจากจำนวน ส.ส.ในภาคนี้ ที่กลับกลายเป็นตัวแปรชัยชนะ ให้พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม ฉะนั้นในวันแรกของการเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์จึงชูประเด็นแหวนทองเหลืองของยายเนียม ขึ้นมาสร้างความประทับใจแรกให้คนไทย ไม่เพียงผู้ที่นิยมยกย่องคนผู้ซึ่งมีความกตัญญูรู้คุณ ให้ความเคารพผู้หลักผู้ใหญ่เท่านั้น หากนายอภิสิทธิ์ย่อมปรารถนาที่จะเข้าไปอยู่ในใจกลางใจของคนภาคอีสานด้วย และครั้งล่าสุด ยายเหนง ลูกสะใภ้ของยายเนียม ก็ได้มอบแหวนให้นายอภิสิทธิ์ไว้เป็นเรื่องราว ให้นายอภิสิทธิ์ใช้ในการหาเสียงครั้งต่อไป

 นายอภิสิทธิ์ใส่เสื้อแจ็กเก็ตไทยเข้มแข็งสีขาว สวมทับเสื้อเชิ้ตสีฟ้าเรียบ ง่าย ลงนั่งกับพื้นพูดคุยกับชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง แล้วใช้บางจังหวะที่เขาจะตอกย้ำความประทับใจให้ชาวบ้านได้ หลังจากยายเหนงมอบแหวนให้ "ผมยืนยันครับว่า ผมยังระลึกถึงคุณยาย หลายคนที่พูดคุยกับยายเนียม ได้บอกผมว่า ที่ได้มอบแหวนให้ผมก็เพียงต้องการสนับสนุนนักการเมือง พรรคการเมืองที่ท่านศรัทธา และเมื่อครั้งที่ท่านป่วยจะเข้าโรงพยาบาล ก็ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ต้องการอะไร นอกจากให้ผมมีโอกาสทำงานให้พี่น้องประชาชนชาวอีสาน พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ...” นายอภิสิทธิ์ กล่าวในขณะที่ชาวบ้านแห่แหนมาต้อนรับ ไชโยโห่ร้องกันกึกก้อง

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นับว่าเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่เรียนรู้ได้เร็ว จากภาพของนักการเมืองหัวสูง ที่เลือกเฉพาะโรงแรมใหญ่ในภาคอีสาน พบกับประชาชน วันนี้นายอภิสิทธิ์กลายเป็นนายกรัฐมนตรีติดดิน นั่งพื้น พูดคุยกับชาวบ้านอย่างสนิทสนม และรู้จักใช้ประโยชน์จากความรักในความกตัญญูรู้คุณของคนอีสานมาเป็นประโยชน์ในการหาเสียง ปรากฏการณ์เช่นนี้มิได้มีนัยสำคัญแตกต่างจากสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยกระทำเลย ต่างแต่เพียงนายอภิสิทธิ์ไม่ได้ควักเงินให้ชาวบ้านเท่านั้น แน่นอนว่าการเมืองแบบไทยๆ ยังมีความจำเป็นสำหรับการอยู่รอดของพรรคการเมือง แต่หากความสำเร็จในทางการเมือง หมายถึงการที่ต้องมียายไฮ ยายเนียม ยายเหนง ไว้ประกอบรายการตลอดเวลา ก็ไม่อาจเป็นชัยชนะที่ยั่งยืนได้