
"Live strong - อยู่อย่าง เข้มแข็ง"
การประชุมพรรคประชาธิปัตย์ในวันอังคารที่ 13 ตุลาคมนี้ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะเสนอชื่อ "ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี" ส.ส.สัดส่วน ต่อที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค เพื่อให้มาเป็น "รองนายกรัฐมนตรี" แทน "กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ" ที่ตอ
ดูผิวเผินอาจมองว่า "กอร์ปศักดิ์" ยินดีที่จะมารับตำแหน่ง "เลขาธิการนายกฯ" แต่ความเป็นจริงในใจคิดอย่างไรไม่มีใครรู้
จนกระทั่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม "กอร์ปศักดิ์" ได้ระบายความรู้สึกในใจลงใน "บล็อกโอเคเนชั่น" (www.oknation.net/blog/korbsak) เกี่ยวกับตำแหน่ง "เลขาธิการนายกฯ" ไว้อย่างน่าสนใจ
"กอร์ปศักดิ์" ใช้หัวข้อว่า "Live strong - อยู่อย่าง เข้มแข็ง" โดยเป็นการถาม-ตอบ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง จาก รองนายกฯ ไปเป็น เลขาธิการนายกฯ นั้น ดี-เลว อย่างไร
กอร์ปศักดิ์ ระบุว่า ไม่แน่ใจว่าเป็นคนแรกหรือเปล่า แต่ก็ยอมรับว่า ถือเป็นการลดตำแหน่ง เพราะตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ ไม่ได้อยู่ใน คณะรัฐมนตรี
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ถูกลดตำแหน่งเพราะทำงานไม่เข้าตากรรมการ เพราะเอาเข้าจริงแล้วไม่รู้ว่า กรรมการคืออะไร
แต่ถ้าถามว่าเต็มใจหรือไม่กับตำแหน่งใหม่ กอร์ปศักดิ์ บอกว่า ตอบได้อย่างชัดถ้อยชัดคำว่า ถูกใจ
การพูดเพียงว่า ถูกใจ อาจทำให้คลางแคลงใจของใครต่อใครเพิ่มมากขึ้น ว่า นั่นเพราะ "องุ่นเปรี้ยว" หรือไม่ ..เข้าใจว่า กอร์ปศักดิ์ ก็น่าจะคิดถึงตรงนี้ จึงได้สาธยายเหตุผลที่ "ถูกใจ" ไว้ด้วยเหมือนกัน
o รัฐบาลใช้เวลา 6 เดือนแรกในการกำหนดนโยบายเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกและเกิดผลกระทบกับประเทศไทย ปัญหาการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยที่เป็นลบ ปัญหารายได้จากการเก็บภาษีต่ำกว่าเป้า ปัญหากำลังซื้อที่หดหาย ปัญหาการว่างงานที่ตามมา...
o รัฐบาลแก้ปัญหาโดยการกำหนดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจสองระยะ ระยะแรกถือเป็นเรื่องสุดด่วน ใช้เงินในงบประมาณประจำปีที่จัดเพิ่มกว่าแสนล้านบาท ลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน (เรียนฟรี) และเพิ่มกำลังซื้อของคนไทยกันเองโดยคืนเงินภาษี (2,000 บาท) และมาตรการอื่นๆ... ระยะที่สองเป็นการลงทุนระยะกลางและระยะยาว เพื่อปรับโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร (โครงการประกันรายได้) และการแก้ไขหนี้นอกระบบ (โครงการกองทุนหมู่บ้านระยะที่สอง) ชื่อว่าโครงการไทยเข้มแข็ง ใช้เงินกู้มากถึงปีละเกือบ 5 แสนล้านบาท เป็นเวลาสามปี
การใช้นโยบายการคลังเพื่อแก้ปัญหาได้เดินหน้าไประยะหนึ่งแล้วและกำลังเดินหน้าต่อในโครงการไทยเข้มแข็งเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรม
งานนโยบายต่อจากนี้คือ การปรับปรุงภาษีทั้งระบบ (พูดกันมาหลายรัฐบาลแต่ทำไม่ค่อยจะสำเร็จ) รวมทั้งการกำหนดยุทธศาสตร์ทางออก (exit strategy) ที่รัฐบาลต้องเริ่มคิด (นโยบายเพื่อสามารถจัดงบสมดุลได้โดยเร็ว) รวมถึงนโยบายด้านพลังงานเพื่อใช้พลังงานสะอาด พลังงานทดแทน และการปฏิรูปโครงสร้างอุตสาหกรรมของประเทศ เหล่านี้เป็นเรื่องใหญ่ รัฐบาลนี้อาจไม่อยู่นานพอ แต่ก็ต้องวางรากฐานไว้สำหรับรัฐบาลหน้า
เห็นได้ว่านโยบายเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจในช่วงวิกฤติวางไว้หมดแล้ว จากนี้ไปเป็นเรื่องของการแปรนโยบายให้เกิดขึ้นจริงตามเป้า ภาษาฝรั่งเรียกว่า "execution" เครื่องมือของรัฐบาลในส่วนนี้ก็คือเพื่อนๆ ข้าราชการทั้งหลายที่เป็นผู้ปฏิบัติ
execution เป็นเรื่องยาก จึงมักได้ยินคำที่ว่า พูดง่าย ทำยาก หรือ "เก่งแต่ปาก" ประเภท lip service
คนเป็นนายกรัฐมนตรีจะนอนไม่หลับก็ตรง execution นี้แหละ ถ้านายกฯ มีรัฐมนตรีในทีมงานที่เก่ง ติดตามงานของกระทรวงได้อย่างดีเยี่ยม execution ไม่ว่านโยบายใดก็ไม่มีปัญหา นายกฯ ที่โชคดีท่านนั้นได้นอนหลับสบายแน่นอน
ในโลกแห่งความเป็นจริง คนเป็นนายกฯ มักจะหลับไม่เต็มตื่น ท้ายที่สุดก็ต้องมีหน่วยงานของตนเองโดยเฉพาะ เพื่อใช้ติดตามงาน ตรงนี้แหละคือบทบาทของสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ถ้าท่านนายกฯ ใช้งานสำนักงานเลขาฯ เต็มรูปแบบ คนเป็นเลขาธิการ ก็จะรับผิดชอบงานค่อนข้างมาก ถ้าจะเปรียบเทียบกับตำแหน่ง Chief of staff ของทำเนียบขาว ก็คงไม่ผิดไปนัก
แต่ถ้า นายกฯ มีรัฐมนตรีเก่งๆ งานส่วนนี้จะเบา เพราะนายกฯ ไม่ต้องติดตามงาน execution มากนัก เลขาฯนายกฯ ก็อาจกลับไปเที่ยวปายได้ทุกสัปดาห์
กอร์ปศักดิ์ ทิ้งท้ายไว้ว่า สำหรับเขาแล้ว ไม่เกี่ยง แบบไหนก็รับได้ทั้งนั้น เรียกว่าอยู่อย่างเข้มแข็ง ‘live strong’
นั่นคือสิ่งที่ กอร์ปศักดิ์ ต้องการสื่อผ่านพื้นที่สาธารณะทางอินเทอร์เน็ต แต่ถามว่าการอยู่นั้นอยู่อย่างเข้มแข็งเพียงพอแล้วหรือ ถ้าให้เลือก ระหว่างอยู่อย่างเข้มแข็ง กับ "อยู่อย่างมั่นคง" จะเลือกแบบไหน ?



