ข่าว

แกนนำเครือข่ายขอคืนป่าฯ เชื่อ"วิษณุ"ให้ข่าวเป็นสัญญาณที่ดี

แกนนำเครือข่ายขอคืนป่าฯ เชื่อ"วิษณุ"ให้ข่าวเป็นสัญญาณที่ดี

01 พ.ค. 2561

 เชียงใหม่-แกนนำเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เชื่อ"รองวิษณุ"ออกโรงให้ข่าว ถือเป็นสัญญาณดี รอเพียงผลลัพธ์ว่าเป็นตามที่ต้องการหรือไม่ อาจยกระดับเป็นสงคราม9ทัพ

 

         สืบเนื่องจาก วานนี้ (30 เมษายน 2561) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงกรณีบ้านพักตุลาการ ที่เชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ที่มีประชาชนออกมาคัดค้าน ว่า เรื่องนี้

       ยังไม่ได้ข้อยุติในการแก้ไขปัญหา โดยนายกรัฐมนตรี เห็นว่าไม่มีความจำเป็น ที่จะต้องใช้มาตรา 44 ตามที่มีการเรียกร้อง และกล่าวว่า พยายามเลี่ยงไม่ใช้ ใช้เท่าที่จำเป็น โดยนายวิษณุยังกล่าวว่า การที่ประชาชนเรียกร้องให้รื้อถอนบ้านพักตุลาการนั้น ต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะถือว่าผิดกฎหมาย เป็นการทำลายทรัพย์สินของราชการ ที่ได้ใช้งบประมาณเป็นพันล้านบาทในการก่อสร้าง การที่จะทุบ รื้อทิ้งนั้น ต้องใช้อำนาจจากไหน ซึ่งเชื่อว่า ผู้ที่ออกมาชุมนุมคัดค้านก็ทราบเรื่องนี้ดี

      ในเรื่องดังกล่าว นายบัณรส บัวคลี่ ตัวแทนเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เปิดเผยว่า ตั้งแต่มีเรื่องบ้านพักตุลาการ ที่เรียกกันว่าบ้านป่าแหว่ง จนถึงปัจจุบัน ขณะนี้เป็นครั้งแรกที่นายวิษณุ เครืองาม เป็นผู้ให้ข่าวความเคลื่อนไหวของนายกฯและรัฐบาล ตอบรับเรื่องของบ้านพักตุลาการ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นเรื่องของพล.อ.ประวิตร รองนายกฯ ที่รับผิดชอบให้ข่าวมาโดยตลอด อาจเป็นสัญญาณบอกว่า มีความคืบหน้าพอสมควรกับปัญหานี้ เชื่อว่าข้อมูลต่างๆที่ทางจังหวัด ทางแม่ทัพภาค ได้ส่งไปถึงรัฐบาล อยู่ในคำพูดของท่านรองนายกวิษณุเอง ว่าทางกลุ่มพวกเรารับทราบถึงข้อปัญหาการติดขัดเรื่องกฎหมาย

 

แกนนำเครือข่ายขอคืนป่าฯ เชื่อ"วิษณุ"ให้ข่าวเป็นสัญญาณที่ดี

      ประการที่ 2 คือ ขณะนี้อยู่ในช่วงเวลาของการรอคอย และรอคอยอย่างเร่งรัดอีกด้วย เพราะในเมื่อท่านวิษณุ ได้ข้อมูลแล้ว ระดับที่มือวางทางกฎหมายของรัฐบาลออกมาพูดเองเช่นนี้ น่าจะเป็นสัญญาณว่าท่านรองวิษณุต้องหาช่องทางทางกฎหมายที่เหมาะสมเพื่อที่จะหาทางแก้ปัญหาให้กับเราได้โดยเร็ว เป็นสัญญาณที่พวกเรารอคอย ส่วนเมื่อไหร่ อย่างไรนั้น ก็ยังเป็นไปตามที่แกนนำได้กล่าวกับสื่อไปเมื่อวันก่อน (29 เมษายน 61) ว่านายกฯใช้เวลาพิจารณา 7 วันน่าจะพอ และทางกลุ่มเองช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงพักยก จะนัดหมายจัดกิจกรรมอีกครั้ง วันที่ 6 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้ ซึ่งแกนนำกลุ่มขอคืนพื้นที่ป่าฯ อาจจะหารือกันทางโทรศัพท์ ทางไลน์ กันตลอดเวลา แต่ไม่ได้ปักหลักรวมตัวกันเหมือนกับช่วงก่อนที่จะชุมนุมเดินขบวนที่ผ่านมา

 

      “ทั้งนี้ สมมุติว่าถ้าผลออกมาไม่ดี ท่านรองนายกวิษณุพูดว่าจะไม่ใช้ ม.44 ก็ถูก เพราะทางกลุ่มเองยืนยันว่าจะไม่ใช้ ม.44 แล้วให้ใช้ข้อกฎหมาย ถ้าระดับรองนายกมือวางทางกฎหมายรับเรื่องไปแล้ว ทราบเรื่องแล้ว ยังไม่สามารถจะหาผลลัพธ์อะไรออกมาได้ให้ประชาชนโดยเร็วก็เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังเช่นเดียวกัน ตนไม่อยากให้เกิดความผิดหวังดังกล่าว ประชาชนชาวเชียงใหม่รอคอยความสำเร็จ มากกว่าได้ยินเสียงความผิดหวัง”นายบัณรส กล่าว

       นายบัณรส กล่าวอีกว่า แนวโน้มของกลุ่มภาคีเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ขณะนี้ มีความคาดหวังของประชาชนหนุนอยู่ข้างหลังมากขึ้น ตอนแรกของการเคลื่อนไหวของกลุ่มมีคนน้อย ความคาดหวังของผู้คนที่มีต่อพวกเราที่ดันหลังก็น้อย แต่หลังจากที่มีการประชุมใหญ่วันที่ 29 ความคาดหวังของประชาชนชาวเชียงใหม่ ที่ดันหลังของพวกเราอยู่ ทำให้เราถอยไม่ได้ ก็คงต้องกดดันใช้การยกระดับวิธีการหามาตรการที่เหมาะสม ที่ถูกกฎหมาย แต่คำว่ายกระดับของเราอาจเป็นอะไรที่ท่านฟังแล้วต้องรีบตัดสินใจมากขึ้น ส่วนวิธีการนั้นพวกเราหลายคนกำลังหาวิธีการอยู่ มีวิธีการทางกฎหมาย วิธีการทางจิตปัญญา วิธีทางสังคม หลายๆอย่างผสมผสานกัน

       สำหรับ สงคราม 9 ทัพ เป็นของเสนอของแกนนำท่านหนึ่ง พูดกันเล่นๆว่า ไหนๆ เรามีช้าง มีปางช้างบางแห่งสนับสนุน มีเรือ จากเครือข่ายแก้ปัญญาน้ำแม่ข่า มีทั้งจักรยาน มีทั้งร่มบิน ฉะนั้นแล้ว ก็รวมแล้วเป็น 9 ทัพไปเสียเลย ในตอนแรกก็เป็นการพูดกันเล่นๆ แต่เอาจริง หากถ้ามีการยกระดับจริง สงคราม9ทัพอาจจะหนึ่งในวิธีการ แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น ล้วนขึ้นอยู่กับมติของที่ประชุมว่าทางกลุ่มจะเลือกใช้อาวุธแบบไหน ยังไง เพราะที่ผ่านมาร่วม 1 เดือนเศษ ทางกลุ่มใช้อาวุธแบบละมุนมาก หากสังเกตจะพบว่าเลือกการใช้การร้องเรียน การเข้าไปหารือในที่ประชุม ไม่ว่าที่ฝ่ายใดหน่วยงานใดเชิญเข้าพบหารือทางกลุ่มก็ไปหมด รวมทั้งมีการชุมนุมที่เรียบร้อย สวยงาม ยังไม่เกินเลยไปกว่านี้ แต่ทั้งนี้ ถ้ายกระดับครั้งที่ 3 ตนก็ไม่แน่ใจว่าจะต้องทิ้งอาวุธแบบเดิมๆ หันมาใช้อาวุธหนักที่ได้ผลมากกว่านี้หรือไม่

      “ย้อนไปเรื่องของการประชุมเตรียมงานวันที่ 29 ที่ผ่านมา เป้าหมายเดียวของทางกลุ่มคือมีคนมาร่วมมาก เพื่อจะส่งเสียงดังๆ ไปให้รัฐบาลได้ยิน แต่พอถึงวันศุกร์ ที่ 28 เรารู้แล้วว่าได้คนเยอะตามที่ต้องการ ทางกลุ่มเลยมีเป้าหมายใหม่เพื่อท้าทายตัวเอง ไหนๆก็สำเร็จแล้ว ต้องเป็นการชุมนุมที่เป็นอารยะ พิสูจน์ให้เป็นตัวแบบอย่างได้ เช่น ที่ทำสำเร็จก็คือ หลังชุมนุมเสร็จไม่มีขยะตกค้างแม้แต่ชิ้นเดียว ถือเป็นความสำเร็จของทางกลุ่ม

      ส่วนเรื่องที่จะมีการชุมนุมคู่ขนานในออนไลน์จำนวนหลักหมื่น แต่เมื่อเวลา 12.00 น.ตามที่ตั้งเป้า มียอดเพียง 7,000 ก็ถือว่ายังไม่สำเร็จ เป็นเพียงการทำลายสถิติการชุมนุม เปรียบเทียบว่าหากตั้งเป้าว่าเป็นระดับโอลิมปิก เราก็ได้แค่ระดับอาเซียน แต่ก็ได้แชมป์แล้ว”นายบัณรส กล่าว

 

แกนนำเครือข่ายขอคืนป่าฯ เชื่อ"วิษณุ"ให้ข่าวเป็นสัญญาณที่ดี

 

แกนนำเครือข่ายขอคืนป่าฯ เชื่อ"วิษณุ"ให้ข่าวเป็นสัญญาณที่ดี

 

แกนนำเครือข่ายขอคืนป่าฯ เชื่อ"วิษณุ"ให้ข่าวเป็นสัญญาณที่ดี

---***---