
"จับตา "แผนสอง " 111ทรท.+109พปช.
แม้ แผนล้มกระดานแก้รัฐธรรมนูญ ที่ พลพรรคเพื่อไทย" เดินหน้ารับลูกตามบัญชาการ "ทักษิณ ชินวัตร
หวังจะพลิกกลับมาเดินแต้มเป็นต่อ “รัฐบาลประชาธิปัตย์” จับกระแสว่าสังคมไม่เอาแน่กับ 6 ประเด็นตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ที่ยังคลุมเครือมีคำถามว่า "แก้ไขรัฐธรรมนูญ ใครได้ประโยชน์กันแน่ ?" ระหว่าง "นักการเมือง" กับ "ประชาชน"
ขณะเดียวกันก็ส่ง ”ม็อบเสื้อแดง” กลับมาโหมโรงเดินเกมการเมืองนอกสภา บ่มกระแสโค่น ”รัฐบาลอภิสิทธิ์” ไปเรื่อยๆ
ท่ามกลางฝ่ายค้าน "พรรคเพื่อไทย" ก็ยังไปกันคนละทาง
แต่นาทีนี้เมื่อ “เปรียบมวย” ระหว่าง 2 ขั้ว “เพื่อไทย" กับ "ประชาธิปัตย์” บน "เกม ลับ- ลวง-พราง" แก้รัฐธรรมนูญแล้ว
“ทักษิณ-เพื่อไทย” ตกเป็น ”ฝ่ายตามเกมปชป.” เหมือนเดิม หลังออกอาการ ”สะดุดขาตัวเองอยู่หลายช็อต”โดยเฉพาะกรณีปัญหา ”ชิงการนำ” ระหว่าง “เฉลิม - วิทยา”
สายหนึ่งฮึดฮัด ประกาศคว่ำบาตรไม่สังฆกรรมเกมแก้รัฐธรรมนูญ ไม่หลงตามเกมยื้อเวลาของรัฐบาล
แต่อีกสายหนึ่งยัง "อะลุ่มอล่วย" ยอมเดินตามแนวการแก้รัฐธรรมนูญใน 6 ประเด็น ตามบทสรุปของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ
ล่าสุดก็เป็น "สารวัตรเหลิม" ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน ส่งหนังสือลาออกจากเก้าอี้ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย
จนต้องนำมา ”ตกผลึก” กันอีกรอบในที่ประชุมส.ส.พรรคในวันนี้ (13 ต.ค.) ซึ่งทิศทางก็เชื่อ "ขนมกินได้" ว่า คงเป็นไปตาม ”ธงของนายใหญ่”
หลังเสียงของ “วิทยา บุรณศิริ” ในฐานะวิปฝ่ายค้าน อ่อนลง ยืนยันว่าเพราะหวังดี ต้องการรักษาสิทธิของพรรคในการแก้รัฐธรรมนูญไว้
แต่ภายนอกที่ออกมา แบะให้เห็นภาวะเพื่อไทย "วงแตก" กลายเป็น ”เข้าทาง” รัฐบาลประชาธิปัตย์ทันที
ล่าสุด "นายกฯ อภิสิทธิ์” รีบออกตัวว่า หากแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วไม่ได้สร้างความสมานฉันท์ก็ไม่ควรได้
พร้อมกับโยนให้เป็นความผิดของ "เพื่อไทย” ที่ป่วนแก้รัฐธรรมนูญ หลังก่อนหน้านี้ เผลอยอมรับว่า จริงๆ แล้วประชาธิปัตย์ไม่ได้อยากแก้รัฐธรรมนูญ
ตาม "แผนยึกยักเกมแก้รัฐธรรมนูญก๊อก 2” ส่อเค้าจะคว่ำ ซึ่งสอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของระดับกุนซือรัฐบาลปชป. เตรียมให้กระแสสังคมเป็นฝ่ายกดดันการแก้รัฐธรรมนูญ หวังสองเด้ง คือ ไม่ผิดสัญญาใจกับ "พรรคร่วมรัฐบาล” ขณะเดียวกันก็รักษาภาพ "พรรคประชาธิปัตย์” ไว้ได้
ขณะที่หันมาดูสภาพภายใน "เพื่อไทย” เอง กลับยิ่งตอกย้ำ "อาการเป๋” จากปัญหาเรื้อรังมานาน ในสภาวะที่ “ตัวพ่อ” อยู่นอกประเทศ จนทำให้เกิดปัญหา "ชิงการนำภายในพรรค”
ทั้งในพรรคเพื่อไทย ซีกสายตรงทักษิณ ส.ส.กลุ่มต่างๆ ไปจนถึง กลุ่มรุ่นเก๋าในพรรคอย่าง “อดีต 111 ไทยรักไทย -109 พปช.” ที่คอยคุมเกมอยู่เบื้องหลัง
ที่ล่าสุด อีกฝ่ายหนึ่งโยนข่าวว่า ”วิทยา” รับงานจาก อดีต 111 ทรท.บางส่วน โดยมีชื่อของ “เจ๊หน่อย" สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ - จาตุรนต์ ฉายแสง โผล่มาร่วมวง
ว่ากันว่า ”แกนนำรุ่นเก๋า 111” เห็นต่างจาก ”นายใหญ่” โดยมองว่า ทักษิณเดินเกมเร็วเกินไป ทั้งๆ ที่การแก้รัฐธรรมไม่ควรใจร้อน หากบุ่มบ่ามกระแสอาจตีกลับ
ดังนั้นจึงควรเจรจาเพื่อแง้มประตูไปสู่ประเด็นอื่นในอนาคต เช่น ประเด็นยุบพรรค
แต่มุมที่ “แกนนำซีกสายตรงดูไบ” ออกอาการระแวง ที่สุดก็เห็นนัยที่ซ่อนอยู่ในรายการเตะสกัดกันเองว่า เป็นเพราะ “แกนนำ111 ทรท.-109 พปช.บางส่วน" ต้องการให้ ”ทักษิณ” บัญชาการอยู่นอกประเทศ
เพื่อให้ ตัวเองมีบทบาท เสียงดังในฐานะที่เป็น "รุ่นเก๋า” ในพรรค
โดยเฉพาะข้อหาที่คนในพรรคตั้งข้อสังเกต กระแสข่าว “เจ๊หน่อย” ชอบเล่นบทลอยตัว ขณะเดียวกัน "หลังฉาก” ก็ไปเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาล และขั้วอำนาจฝ่ายต่างๆ
มองข้ามช็อต "ผนึกขั้วการเมืองใหม่”
ทั้งจากความเคลื่อนไหวที่แตะๆ มือกับ “ค่ายภูมิใจไทย” ที่มีอดีตส.ส.กทม.เด็กในสังกัดหลายคน ย้ายขั้วไปอยู่ รวมทั้งข่าวการเตรียมฟื้น "กลุ่มกรุงเทพ 50" ที่มี "กุลธน ประจวบเหมาะ" เป็นแกนนำกลุ่ม
หลังสถานการณ์ที่ก๊วนกทม.ใน "เพื่อไทย" แตกกระเจิง เหลือส.ส.ในมือน้อยนิด มีมือไม้ "เจ๊หน่อย” เหลือไม่กี่คน อย่างเช่น วิชาญ มีนชัยนันท์, อนุดิษฐ์ นาครทรรพ
ว่ากันว่า น่าจะเป็น "แผนกันเหนียว” ของ "อดีต 111 ทรท.-109 พปช.” ที่เตรียมแผนไว้เป็นทางเลือกที่ 2 หลังหลุดจากกรงขังห้ามลงสนามการเมืองในอีก 2-3 ปีข้างหน้า
และเผื่อไว้ ในกรณี "นายใหญ่” อาจเจอ "ฝ่ายตรงข้ามรุมสกัด” จนไม่อาจหวนกลับมาสู่อำนาจได้อีก !!!
** ณยา ใจกาวัง**



