ข่าว

เอกชนอึ้งเอ็นจีโอขู่ฟ้องโรงงานเพิ่มปัญหาซ้อนเคลียร์ต่างชาติยากขึ้น

เอกชนอึ้งเอ็นจีโอขู่ฟ้องโรงงานเพิ่มปัญหาซ้อนเคลียร์ต่างชาติยากขึ้น

13 ต.ค. 2552

เอกชนหนักใจเอ็นจีโอขู่ฟ้องอีก 500 โรงงาน ซ้ำเติมปัญหามาบตาพุด แจงนักลงทุนต่างชาติยากขึ้น กกร.ตั้งคณะทำงานเคลียร์ข้อมูลทุกภาคส่วน

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลรู้สึกกังวลใจต่อกรณีที่เอ็นจีโอเตรียมฟ้องศาลปกครองว่ามีโรงงานอุตสาหกรรม 500 แห่งทั่วประเทศที่ไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรา 67 แต่จากการที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปสำรวจคิดว่าจะมีไม่ถึง 500 โครงการ และยืนยันว่าโครงการที่อนุมัติไปไม่เข้าข่ายมาตรา 67 โดยอาศัยรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเป็นเกณฑ์ ซึ่งในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (13 ต.ค.) จะหารือแนวทางและมาตรการรองรับเพิ่ม

 "ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้เอกชนมีความหวั่นไหว แต่รัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ขณะนี้ได้พยายามทำความเข้าใจกับนักลงทุน แต่ก็ต้องแยกกันระหว่างหน้าที่ของฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการ คือ หากศาลมีวินิจฉัยใดออกมาก็ต้องเคารพ ถือว่าเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย" นายอภิสิทธิ์กล่าว

 นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวหลังประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า การดำเนินการฟ้องร้องถือเป็นสิทธิที่จะดำเนินการได้ ซึ่งหากทำการฟ้องร้องจริงจะทำให้ปัญหาซับซ้อนมากขึ้น และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การลงทุนของประเทศ อาจทำให้การชี้แจงต่อนักลงทุนต่างประเทศยากยิ่งขึ้นอีก รวมทั้งมีผลต่อการนำเสนอข้อมูลของแต่ละบริษัทในต่างประเทศ

 ด้านนายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กกร.เป็นห่วงปัญหาในมาบตาพุด เห็นว่าจุดอ่อนของปัญหานี้เกิดจากสังคมยังขาดความเข้าใจปัญหาในมาบตาพุด โดย กกร.ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา เพื่อชี้แจงข้อมูลต่อสังคม รวมทั้งชี้แจงต่อสถานศึกษา ชุมชนระยองและเอ็นจีโอ โดยที่ผ่านมาผู้ประกอบการต่างคนต่างพูดถึงผลกระทบที่แตกต่างกันไป จึงต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อชี้แจงต่อสังคมให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

 นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า การลงทุนในมาบตาพุดครั้งนี้มีมูลค่า 4 แสนล้านบาท ซึ่งจำนวนดังกล่าวเป็นสินเชื่อ 2 แสนล้านบาท ปัญหาที่เกิดขึ้นยังไม่กระทบต่อสถาบันการเงิน ขณะนี้สถาบันการเงินทุกแห่งยังไม่หยุดให้สินเชื่อ