ข่าว

ห่วงเอสเอ็มอียังไม่ฟื้นเร่งอัดเงินทุน

ห่วงเอสเอ็มอียังไม่ฟื้นเร่งอัดเงินทุน

13 ต.ค. 2552

ธปท.ชี้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นแต่เปราะบาง ห่วงเอสเอ็มอียังไม่ฟื้นตัว ต้องเร่งให้ความช่วยเหลือทั้งด้านเงินทุนและตลาดส่งออก คาดช่วง 3 เดือนสุดท้ายความต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้น

นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวเปิดงานเสวนา “สินเชื่อเอสเอ็มอี และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย" ว่า ธปท.ได้ให้ความสำคัญกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) อย่างต่อเนื่อง และสนับสนุนหาทางบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ ทั้งระดับนโยบายมหภาคและจุลภาค นอกจากนี้ ธปท.ยังมีมาตรการต่างๆ ช่วยเหลือเอสเอ็มอี แต่การสื่อสารไม่ทั่วถึง ธปท.จึงจัดสัมมนาต่างจังหวัดเพื่อกระจายข่าวให้เอสเอ็มอี เพราะขณะนี้เอสเอ็มอีต้องการเงินทุนปรับโครงสร้างและต้องการข้อมูลเพื่อปรับตัวทางธุรกิจระยะสั้นนี้

 นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการ ธปท. ด้านเสถียรภาพการเงิน กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว แต่เป็นช่วงเริ่มต้นที่เปราะบาง จากการใช้จ่ายภาครัฐ ขณะที่การส่งออกไม่แสดงการฟื้นตัวชัดเจน การผลิตฟื้นตัวบางสาขาโดยเฉพาะ 4 สาขา เช่น เกษตร ส่งออก ท่องเที่ยว และอสังหาริมทรัพย์ โดยการส่งออกและท่องเที่ยวยังคงอ่อนแอ ดังนั้น รัฐต้องใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนและทำให้มีประสิทธิภาพ หากทำไม่ได้เม็ดเงินที่ใช้ก็อาจสูญเปล่า

 อย่างไรก็ตาม วิกฤติเศรษฐกิจครั้งนี้เป็นวิกฤติของเอสเอ็มอี เนื่องจากความต้องการสินค้าลดลง ขณะที่ต้นทุนผลิตสูงขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอน ส่งผลให้ความต้องการสินเชื่อของเอสเอ็มอีชะลอลงอย่างรวดเร็ว ชี้ให้เห็นว่าเอสเอ็มอีประสบปัญหา ธปท.จึงต้องให้ความสำคัญในการช่วยเหลือ ซึ่งเอสเอ็มอีทุกพื้นที่ยังประสบปัญหาและต้องการความช่วยเหลือในการปรับตัว โดยต้องการกำลังซื้อในประเทศทดแทนการส่งออกที่ลดลง ความยืดหยุ่นในการชำระหนี้และค้ำประกันสินเชื่อ อีกทั้งต้องการข้อมูลประกอบในการตัดสินใจทางธุรกิจท่ามกลางความไม่แน่นอนที่สูง

 "ในช่วง 3 เดือนนับจากนี้คาดว่าความต้องการสินเชื่อของเอสเอ็มอีจะสูงขึ้นตามฤดูกาลในการทำธุรกิจ ทั้ง 4 สาขา จากการหารือกับธนาคารพาณิชย์มีความเห็นตรงกัน โดยเอสเอ็มอีต้องการใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจ" นายบัณฑิตกล่าว