ข่าว

2พรรคใหญ่ปิดปัญชี-โอดพลังดูดสมาชิกหด

2พรรคใหญ่ปิดปัญชี-โอดพลังดูดสมาชิกหด

01 พ.ค. 2561

ยืนยันสมาชิกพรรควันสุดท้ายไม่คึกคัก "ปชป." ฮวบจาก 2.5 ล้านเหลือ 8หมื่น ฉะก.ม.อัปยศยุคคสช. ด้านเพื่อไทยส่วนกลางแค่หลักพัน  "ประวิตร" สั่งทำคู่มือควบคุมม็อบ

      เดินทางมาถึงวันสุดท้าย(30เม.ย.) ที่เป็นเส้นตายสำหรับการลงทะเบียนยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 โดยตัวเลขการยืนยันสมาชิกพรรคของแต่ละพรรคน่าใจหายเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ที่ก่อนหน้านี้มียอดสมาชิกกว่า 2 ล้านคนทั่วประเทศ แต่ปรากฏว่ายอดสมาชิกพรรคเหลือเพียงไม่ถึงหลักแสน ขณะที่พรรคเพื่อไทย และพรรคการเมืองต่างๆ ก็มียอดสมาชิกพรรคน้อยลงเช่นเดียวกัน

“นิพิฏฐ์”โอด3ข้อทำสมาชิกไม่ถึงแสน

    เมื่อวันที่ 30 เมษายน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเปิดลงทะเบียนยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคในวันสุดท้าย (30 เม.ย.) ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 ว่า ยังไม่ทราบตัวเลขรวมว่ามีคนมายืนยันความเป็นสมาชิกพรรคเท่าไหร่แล้ว จากที่มีสมาชิกอยู่เดิม 2.5 ล้านคน โดยประมาณการว่าอาจมีผู้มายืนยันความเป็นสมาชิกพรรคไม่ถึง 1 แสนคน ซึ่งจำนวนผู้มายืนยันความเป็นสมาชิกน้อย มาจาก 3 ปัจจัย คือ 1.การยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคมีขั้นตอนยุ่งยาก 2.คสช.ไม่อนุญาตให้พรรคทำการประชาสัมพันธ์ และ 3.สมาชิกจำนวนมากไม่พร้อมจ่ายค่าบำรุงพรรค อย่างไรก็ตาม ไม่กังวลว่ายอดสมาชิกที่ลดลงจะกระทบต่อผลการเลือกตั้ง

    “ตอนนี้มีโรคพิษสุนัขบ้าระบาด แต่ต้องระวังโรคระบาดที่จะอุบัติขึ้นใหม่คือโรคไข้เลือดออก เนื่องจากยุงชุมเพราะน้ำเน่า คนที่ทำให้น้ำเน่าขึ้นมา คือคสช.และรัฐบาล ผมเคยบอกว่าติดกระดุมเม็ดแรกผิด ไม่สนใจที่มา ต้องการแต่มือที่จะได้ ไม่ใช่แนวทางปฏิรูป เป็นตรรกะที่ผิดทำให้ไม่ได้คำตอบที่ถูกต้อง เสื้อที่ใส่ก็จะเอียง ไม่เสมอกัน ยาวข้าง สั้นข้าง สวนทางกับการปฏิรูป จะอ้างว่าเป็นวัฒนธรรมที่เขาทำกันมานานแล้วคงไม่ได้ เพราะถ้าต้องการปฏิรูปต้องเปลี่ยนแปลงไม่ทำเหมือนเดิม แต่ตอนนี้กำลังเอาน้ำเน่ามาไล่น้ำเน่า ก็จะได้น้ำเน่าเหมือนเดิม” นายนิพิฏฐ์ กล่าวและว่า ส่วนการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. พูดว่าการดูดส.ส.เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตยของไทยนั้น ชัดเจนแล้วว่าจะเดินตามแนวทางนี้

 

2พรรคใหญ่ปิดปัญชี-โอดพลังดูดสมาชิกหด

ปชป.มีสมาชิกยืนยันแล้ว8หมื่น

   ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเปิดรับการลงทะเบียนยืนยันการเป็นสมาชิกพรรค ตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 เป็นวันสุดท้ายว่า ขณะนี้มีสมาชิกมายืนยันอยู่ที่ประมาณ 8 หมื่นคนทั่วประเทศ จากที่พรรคมีสมาชิกอยู่ที่ 2.5 ล้านคน ซึ่งไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยศูนย์รับการยืนยันสมาชิกทั่วประเทศได้รวบรวมปัญหาอุปสรรคที่ทำให้สมาชิกมายืนยันจำนวนน้อย พบว่า 1.ปัญหาที่ปฏิบัติได้ยากในการยืนยันความเป็นสมาชิก เพราะมีข้อห้ามจัดกิจกรรมทางการเมือง 2.การชำระค่าบำรุงพรรค ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ไม่ประสงค์ที่จะจ่ายเงินนี้ เพราะเขาไม่เคยต้องจ่ายมาก่อน และไม่มีการบังคับ ใครจะจ่ายหรือไม่ก็ได้ 3.ปัญหาเศรษฐกิจทำให้สมาชิกที่มีฐานะไม่ดี ไม่ประสงค์ที่จะจ่ายค่าบำรุงพรรค

      4.มีคนจำนวนหนึ่งแจ้งว่าไม่ยืนยันการเป็นสมาชิกพรรค เพราะไม่ยอมรับคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 ซึ่งลิดรอนสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เพราะเขาเป็นสมาชิกอยู่แล้ว ยังจะต้องมายืนยันและจ่ายเงินค่าบำรุงพรรคอีก และ 5.มายืนยัน แต่ไม่จ่ายค่าบำรุงพรรค เพราะเขายังมีสิทธิเป็นสมาชิกได้อีก 4 ปีตามรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง

     เมื่อถามว่าการที่สมาชิกมายืนยันจำนวนน้อย มีผลกระทบต่อการเลือกตั้งหรือไม่ นายองอาจ กล่าวว่า ไม่มีอะไร เมื่อมีการปลดล็อกทางการเมือง ให้เปิดรับสมัครสมาชิกใหม่ เราก็สามารถทำกิจกรรมได้มากขึ้น ทั้งนี้ได้หารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่าพรรคไม่ได้กังวลเรื่องการลาออกของอดีต ส.ส.ที่ก่อนหน้านี้มียื่นใบลาออก 4 คน ซึ่งอดีตส.ส.ของพรรคเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ยังประสงค์ที่จะอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะมีข่าวว่านายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตผู้อำนวยการพรรค และอดีตส.ส.กทม. เตรียมลาออกจากพรรคก็ตาม อย่างไรก็ตามเชื่อมั่นว่าสุดท้ายแล้วเมื่อมีการเลือกตั้ง ประชาชนในพื้นที่ซึ่งถือเป็นฐานเสียงหลักของพรรคประชาธิปัตย์จะยังเหนียวแน่นและให้การสนับสนุนผู้สมัครของพรรค รวมถึงประชาชนทั่วประเทศที่มั่นใจและพร้อมสนับสนุนผู้สมัครของพรรคเช่นเดียวกัน

2พรรคใหญ่ปิดปัญชี-โอดพลังดูดสมาชิกหด

‘อิสสระ’ลั่นปชป.เนเวอร์ดาย

     วันเดียวกัน นายอิสสระ สมชัย อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กว่า “Democrat Party never die” ระบุว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่สมาชิก ปชป. 2.5 ล้านคนจะมีโอกาสได้แสดงตนยืนยันการเป็นสมาชิก ปชป.ต่อไป ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2561 โดยให้เวลาสมาชิกยืนยันเพียง 30 วัน(1-30 เม.ย. 61)

     “พวกเราชาว ปชป.ทั่วประเทศระดมกันออกพบสมาชิกเพื่อขอคำยืนยันการเป็นสมาชิกต่อ จนจะสิ้นสุดวันสุดท้ายคือวันนี้ คงจะได้รายชื่อสมาชิกที่ยืนยันทั้งที่ชำระค่าบำรุงพรรคทันทีและขอชำระในภายหลัง รวมกันคงไม่เกินแสนคน หลังจากวันนี้ไปสมาชิกของเรา 2.4 ล้านคนจะถูกกฎหมายเผด็จการทหารชุดนี้ปิดปากตัดสิทธิ์ให้ขาดจากการเป็นสมาชิกพรรค ปชป.ทันที ด้วยเขามุ่งหวังทำลายพรรคประชาธิปัตย์ให้อ่อนกำลังลง ขอบอกว่าไม่มีทางครับ แม้จะขาดจากสมาชิกปชป.เพราะกฎหมายอัปยศของ คสช. แต่จิตใจและวิญญาณของมวลสมาชิกยังเป็น ปชป. เหมือนเดิม โปรดรู้ด้วยว่า Democrat Party never die” นายอิสสระ กล่าว

พท.ส่วนกลางแค่หลักพัน

   ที่พรรคเพื่อไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศวันสุดท้ายของการยืนยันสมาชิกพรรค ในส่วนของพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่นั้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ไม่คึกคักเหมือนช่วงวันแรกที่เปิดให้เข้ามายืนยันสมาชิกภาพ

    อย่างไรก็ตาม สำหรับยอดสมาชิกที่มายืนยันความเป็นสมาชิกนั้น ในส่วนกลางคือ ที่ทำการพรรคเพื่อไทยมีจำนวนอยู่ในหลักพันเท่านั้น เนื่องจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่มีจำนวนมากที่ภาคเหนือ และภาคอีสาน และขณะนี้อดีต ส.ส.จากภาคต่างๆ ทยอยเดินทางนำเอกสารมาส่งให้ซึ่งมีจำนวนมาก คาดว่าจะนำเอกสารมาส่งกันถึงช่วงดึกของคืนนี้

 

2พรรคใหญ่ปิดปัญชี-โอดพลังดูดสมาชิกหด

ชทพ.จำใจรับยอดยืนยันสมาชิก

   ขณะที่นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) กล่าวถึงยอดยืนยันสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาเบื้องต้น ที่มียอดยืนยัน 2,500 คนจากสมาชิกที่มี 24,710 คนว่า ไม่เป็นที่น่าพอใจ แต่ต้องจำใจยอมรับ หลังจากนี้คงต้องหาวิธีเพื่ออธิบายต่อผู้ที่เคยเป็นสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาอีกครั้งผ่านทางจดหมาย หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปลดล็อกคำสั่งที่ห้ามพรรคทำกิจกรรมทางการเมือง

    ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวด้วยว่า เมื่อพิจารณาจำนวนสมาชิกพรรคการเมืองที่ได้รับการยืนยันล่าสุด เชื่อว่าจะมีผลกระทบต่อระบบการเมืองแน่นอน โดยเฉพาะการทำระบบเลือกตั้งขั้นต้น (ไพรมารีโหวต) ที่กำหนดให้ต้องใช้สมาชิกพรรคเป็นเกณฑ์กำหนด ทั้งใช้ตัวแทนจังหวัด และสาขาของพรรค เมื่อแต่ละพรรคมีสมาชิกพรรคที่ยืนยันหลักพันคน อาจเป็นเรื่องยากต่อการทำระบบไพรมารีโหวตเพื่อส่ง ส.ส.ให้ครบ 350 เขต หรือครบ 77 จังหวัด

อัดคสช.ทำข้อก.ม.ขัดแย้งรธน.

   “การทำไพรมารีโหวต พรรคหนึ่งต้องใช้สมาชิกทั่วประเทศอย่างน้อย 7,000 คน หรือใช้สาขาอย่างน้อย 500 คน หรือตัวแทนจังหวัด ไม่น้อยกว่า 120 คน ดังนั้นจำเป็นต้องหาสมาชิกพรรคให้ครบตามหลักเกณฑ์ของการทำไพรมารีโหวต อย่างพรรคชาติไทยพัฒนา ที่มียอดเบื้องต้น 2,500 คน ต้องหาสมาชิกอีก 6,000 คนเพื่อให้เพียงพอต่อการทำไพรมารี่โหวตทั่วประเทศ ซึ่งไม่ง่าย ประกอบกับมีเวลาสั้น ดังนั้นจึงอยากให้ทบทวนการทำไพรมารีโหวต ให้นำไปใช้ในการเลือกตั้งรอบหน้าจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นทั้งพรรคเก่าในระบบกับพรรคการเมืองเกิดใหม่จะลำบากมาก และระบบนี้อาจกระทบต่อทั้งระบบพรรคการเมือง” ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าว

   นายนิกร กล่าวด้วยว่า หลังจากที่ครบกำหนดเวลาที่ คสช.ให้สมาชิกพรรคยืนยันตัวตน ในวันที่ 30 เมษายน เห็นชัดเจนว่าตามเนื้อหาของกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมืองส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะการตัดสิทธิด้านการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ดังนั้น จะไม่ร้องขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผ่อนปรนกติกาใด หรือร้องขอไปยังคสช.ให้หามาตรการช่วยเหลือ อย่างไรก็ดี ประเด็นการยืนยันสมาชิกพรรคภายในเวลากำหนด และหากไม่ยืนยันเท่ากับความเป็นสมาชิกพรรคนั้นสิ้นสุด มองว่าเป็นบทบัญญัติที่ขัดและแย้งกับรัฐธรรมนูญต่อสิทธิประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคอยู่ก่อนที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ ซึ่งการสูญเสียการเป็นสมาชิกพรรคดังกล่าวไม่มีเหตุผลอันควร อย่างไรก็ตาม ยังคาดหวังต่อผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวเร็วๆ นี้

2พรรคใหญ่ปิดปัญชี-โอดพลังดูดสมาชิกหด

“วาดะห์”แยกวงตั้งพรรคใหม่

วันเดียวกัน นายซูการ์โน มะทา อดีตส.ส.ยะลา พรรคเพื่อไทย หลานของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวถึงการเดินทางไปยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยในวันที่ 30 เมษายน ซึ่งถือเป็นวันสุดท้ายของการยืนยันสมาชิกเก่า ก่อนพ้นจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยในวันที่ 1 พฤษภาคม ว่า วันนี้พร้อมนายวันมูหะมัดนอร์ และกลุ่มวาดะห์ชัดเจนแล้วว่าจะไม่ไปยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เพราะตัดสินใจกันแล้วว่าจะย้ายไปอยู่พรรคประชาชาติ ซึ่งนายวันมูหะมัดนอร์จะเป็นหัวหลักใหญ่ของพรรคประชาชาติในการขับเคลื่อนเรื่องต่างๆ ซึ่งหลังการตัดสินใจครั้งนี้ยังไม่ได้โทรศัพท์ไปบอกใครในพรรคเพื่อไทย แต่ยังเคารพเหมือนเดิม

“ผมไม่เคยลืมพรรคเพื่อไทยเพราะเกิดจากพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน ผมไม่ใช่คนเนรคุณ เพียงแต่วันนี้รัฐธรรมนูญเปิดโอกาส เราก็จะต้องลองเลือกทางใหม่ดู แต่เราก็อยู่ในฝ่ายที่สนับสนุนประชาธิปไตยอยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ตั้งหัวหน้าพรรคหรือคณะกรรมการบริหารเพราะต้องรอกระบวนการขั้นที่ 1 ในการคัดกรองของกกต.ให้แล้วเสร็จก่อน ค่อยจัดประชุมเลือกผู้บริหารพรรคอีกครั้ง” นายซูการ์โน กล่าว

2พรรคใหญ่ปิดปัญชี-โอดพลังดูดสมาชิกหด

ยันไม่ลืมบุญคุณ“ทักษิณ”

    ส่วนเหตุผลหลักที่ขอแยกตัวออกจากเพื่อไทยคือ หลังจากการปฏิวัติก็ใช้เวลานาน 4 ปี ไม่เคยมีรัฐบาลรักษาการที่อยู่จนครบวาระ 4 ปี ซึ่งในช่วงนั้นก็ทำโพลล์สำรวจพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งหนึ่งในหัวข้อสำรวจพบว่าสิ่งที่ประชาชนอยากเห็นคือพวกเรารวมตัวเป็นหนึ่งและตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาเพื่อสู้ในแนวทางของระบอบประชาธิปไตย ยืนยันไม่ได้ผิดใจอะไรกับพรรคเพื่อไทย ไม่ลืมบุญคุณอยู่แล้วเพราะนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ให้โอกาสให้เกิดทางการเมืองครั้งแรกในปี 2549

    เมื่อถามว่าในอนาคตหลังการเลือกตั้งก็จะไม่ไปร่วมกับพรรคทหารหรือพรรคของพล.อ.ประยุทธ์หรือ นายซูการ์โน กล่าวว่า ขอดูหลังการเลือกตั้งก่อนเพราะยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรบ้าง เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไรการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองน่าจะชัดเจนมากขึ้น

กกต.แจงวิธีแจ้งยอดสมาชิกพรรค

   ขณะเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง เรื่อง วิธีรายงานทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง ที่ประสงค์ยืนยันการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองต่อไป (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 โดยให้หัวหน้าพรรคการเมืองแจ้งรายละเอียดและจํานวนสมาชิกพรรคที่ประสงค์ยืนยันเป็นสมาชิกพรรคการเมืองต่อไปให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในวันที่ 30 พฤษภาคม 2561 โดยบันทึกข้อมูลของสมาชิกพรรคการเมืองที่ประสงค์ยืนยันเป็นสมาชิกพรรคตามแบบฟอร์มในรูปแบบโปรแกรมไมโครซอฟต์ ออฟฟิศ แอ็กเซส หรือ เอกซ์เซล ลงในแผ่นดีวีดี/ซีดีรอม จํานวน 1 แผ่น และบันทึกไฟล์ข้อมูลตามแบบฟอร์มในรูปแบบไฟล์พีดีเอฟ ลงในแผ่นดีวีดี/ซีดีรอม อีกจํานวน 1 แผ่น โดยให้หัวหน้าพรรคการเมืองหรือกรรมการบริหารพรรคที่ได้รับมอบหมาย ลงลายมือชื่อบนแผ่นดีวีดี/ซีดีรอม ทั้ง 2 แผ่น ที่บันทึกข้อมูลดังกล่าวไว้ด้วย

2พรรคใหญ่ปิดปัญชี-โอดพลังดูดสมาชิกหด

‘สมชัย’ ไลฟ์สดจวกพลังดูด

     นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ได้เฟซบุ๊กไลฟ์วิเคราะห์ถึงกระแสการเมืองเรื่องพลังดูด ส.ส. ว่า ไม่ทราบว่าใครดูดใคร เข้าใจว่าเป็นการเตรียมการไปสู่การเลือกตั้งของแต่ละฝ่าย ขอใช้ประโยคนี้ว่า ใครก็ตามที่ถูกดูดได้ ไม่น่าจะเลือกเขา แปลว่าเขาไม่มีจุดยืนทางการเมืองที่แน่นอน เพราะถ้าหากคุณเป็นนักการเมือง คุณจะต้องมีจุดยืนว่าจะอยู่กับกลุ่มใด พรรคใด เจตนาที่จะอยู่กับพรรคการเมืองคือ อุดมการณ์ร่วมกันในการที่จะร่วมกันทำงานทางการเมืองให้เกิดความสำเร็จ ไม่ใช่เรื่องเพียงแค่ว่า อยากจะดูว่าตัวเองจะมีโอกาสไปร่วมรัฐบาลได้หรือไม่ ตรงไหนไปได้ก็จะเฮไปทางซีกนั้น ซึ่งมองว่าสิ่งนี้ไม่ก่อให้เกิดผลดีต่อการเมืองไทย

     “คนที่ไปดูดคนอื่นเขา หากเรียกว่าเป็นการไปทาบทามคนซึ่งมีอุดมการณ์ทางการเมืองมาร่วมกันทำงาน อันนั้นก็อาจจะเรียกว่าเป็นสิ่งที่ดี ถ้าหากจะทำการเมืองและไปแสวงหาคนที่มีอุดมการณ์ทางการเมือง และพร้อมที่จะมาทำงานภายใต้อุดมการณ์เดียวกัน อันนี้จึงเรียกว่าเป็นการทาบทาม แต่หากไม่ได้สนใจอะไรเขาว่าเป็นใคร มีประวัติการทำงานอย่างไร มีอุดมการณ์ทางการเมืองอย่างไร เคยมีพฤติกรรมทางการเมืองในอดีตเป็นที่ชื่นชอบหรือเป็นที่น่ารังเกียจของคนในบ้านเมืองอย่างไร แต่จะเอาคนนั้นมาเป็นเพราะเขามีโอกาสได้เป็น ส.ส. หรือมีคะแนนเสียงในพื้นที่ มีความเป็นเจ้าของพื้นที่ ก็ดึงมาร่วม อันนี้ก็ขอใช้คำว่าน่าเกลียด เท่ากับว่าดูดไม่เลือก ไม่มีการใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองคนดีเข้ากลุ่ม ไม่ได้ทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์" นายสมชัย กล่าว

แฉพลังดูดใช้วิธีต่อสาย-ไม่พูดเอง

    นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย แกนนำ ส.ส.ภาคอีสาน กล่าวถึงกรณีการดึงตัวส.ส.ภาคอีสานของพรรคเพื่อไทย โดยมีเรื่องธุรกิจและเรื่องคดีความ เช่น พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)นิรโทษกรรม มาเป็นเงื่อนไขในการพูดคุย ว่า เขาตัดตอนเรื่องการพูดคุย แทนที่จะพูดเองก็ต่อสายไปยังอีกสายหนึ่งเพื่อตัดตอนตัวเองออกไป นาย ก นาย ข มีเพื่อน ก็ให้เพื่อนเป็นคนพูดต่อ เขาวางไว้ว่าถ้ามาอยู่กับเขา ทุกสิ่งทุกอย่างจะดีขึ้น ทั้งด้านการเงิน ทั้งด้านคดีความ ในกรณีของคนที่มีคดีความ ถ้าเขาจะดิ้นรนก็ว่าเขาไม่ได้ เพราะเขาต้องการรอดจากคดีความ

   เมื่อถามว่า หากมีการยื่นข้อเสนอโดยแลกกับการช่วยเหลือด้านคดีความ ถือเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ นายประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นการแทรกแซงที่นับถอยหลังการเมืองที่เกิดขึ้นในอดีต ตนเคยเจอเรื่องแบบนี้เมื่อหลายสิบปีมาแล้ว และเพิ่งมาเจออีกครั้งในตอนนี้ อย่างไรก็ดี มั่นใจว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยในภาคอีสานที่จะเดินออกไปจริงๆ นั้นไม่มี ยกเว้นกรณีที่เขตเลือกตั้งมีจำนวนลดลงจาก 375 เหลือ 350 เขต ดังนั้น จังหวัดในภาคอีสานที่มีเขตเลือกตั้งลดลง ย่อมมีคนที่ไม่ได้ลงรับสมัครเลือกตั้ง สำหรับนักการเมืองอาชีพที่เข้าสายเลือดแล้ว เขาจำเป็นต้องลงเลือกตั้ง เมื่อพรรคเพื่อไทยไม่สามารถให้เขาลงได้ เขาก็ต้องไปพรรคอื่น เป็นเรื่องธรรมดา คิดว่าไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ ประมาณ 5-6 คนที่จะลดลง

2พรรคใหญ่ปิดปัญชี-โอดพลังดูดสมาชิกหด

“บิ๊กตู่”โอดวาทกรรมแค่สะใจ

    ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หลายฝ่ายวิจารณ์รัฐบาลและโจมตีเรื่องการใช้พลังดูดคนจากหลายพรรคการเมืองเข้ามาร่วมทำงาน ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ได้พูดถึงเรื่องนี้ในระหว่างการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ว่า การออกมาวิจารณ์รัฐบาลแบบนี้ไม่ถูกต้อง และเรื่องอย่างนี้ถ้าจะบอกว่าเป็นเรื่องการดูดคนมันก็มีหลายวิธี ทั้งการสร้างความเข้าใจ การสร้างสิ่งจูงใจ ซึ่งทำได้หลายอย่าง เพียงแต่ไปสมมุติกับคำว่าดูดเพื่อเป็นวาทกรรมที่ทำให้รู้สึกสะใจ แต่ความจริงอาจเป็นการชักชวนเข้ามาร่วมอุดมการณ์หรือร่วมวิธีการ

    เมื่อถามว่า บางพรรคการเมืองตำหนิว่าเป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ และครรลองตามระบอบประชาธิปไตย นายวิษณุ กล่าวว่า คงไม่ตอบอะไรในเรื่องนี้ ตอนนี้มันกลายเป็นวาทกรรมทางการเมืองที่ไปกล่าวหากัน และยังตอบไม่ถูกว่ามันคืออะไร

รัฐวางแผนรับมือชี้ขาดคำสั่งคสช.

     นอกจากนี้ นายวิษณุให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญอยู่ระหว่างพิจารณาวินิจฉัยคำสั่งคสช. ที่ 53/2560 ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ว่า รัฐบาลคงไม่สมมุติว่าถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าคำสั่งนี้ขัดรัฐธรรมนูญแล้วจะต้องทำอย่างไร เนื่องจาก ตอนนี้ยังไม่มีใครชี้อย่างเป็นทางการว่าขัดรัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ เพราะถ้าพูดออกมาก่อน จะทำให้เสียรูปคดี รัฐบาลได้เตรียมการไว้แล้ว แต่ไม่ขอตอบ

2พรรคใหญ่ปิดปัญชี-โอดพลังดูดสมาชิกหด

“บิ๊กป้อม”โต้นักการเมืองจวกคสช.

     ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นักการเมืองออกมาระบุว่า รัฐบาล และคสช. ดูด ส.ส.เพื่อเตรียมจัดตั้งพรรคการเมืองว่า ไม่ขอแสดงความคิดเห็น และที่นักการเมืองวิพากษ์วิจารณ์ว่าการกระทำดังกล่าวจะขัดรัฐธรรมนูญนั้น คิดว่าไม่เกี่ยว

เมื่อถามว่ามองปรากฏการณ์นักการเมืองรุมคสช.อย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องฝ่ายการเมืองที่มารุมคสช.เอง เพราะคสช.ก็ทำงานไป ขณะที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่าคสช.เสนอว่าจะช่วยเหลือเรื่องคดีความให้นั้น คิดว่าก็ให้พูดไป เพราะไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้หารือกับนายกรัฐมนตรี

จัดรัฐบาลแห่งชาติเรื่องของ“ลุงตู่”

     ส่วนที่ถามยืนยันว่าคสช.ไม่ได้ดูดส.ส.อย่างที่นักการเมืองกล่าวหาหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่ได้ทำจะให้มายืนยันได้อย่างไร และคนอื่นในคสช.ก็ไม่ได้ทำ ส่วนที่นายกรัฐมนตรีแสดงท่าทีว่าจะตั้งพรรคการเมือง จนทำให้เป็นสาเหตุว่าต้องดูดส.ส.นั้น ไม่ทราบ

เมื่อถามถึงกรณีนายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ หรือโหรวารินทร์ โหรคมช.ออกมาทำนายว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย และจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “เป็นเรื่องของลุงตู่สิ ไม่ใช่เรื่องของลุงป้อม และพร้อมจะสนับสนุนท่าน แต่ไม่ได้บอกว่าจะทำงานร่วมกัน”

 

 

2พรรคใหญ่ปิดปัญชี-โอดพลังดูดสมาชิกหด

“ปณิธาน”เผยรัฐจ่อดูดภาคปชช.

     ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวกรณีมีบางฝ่ายอ้างว่ารัฐบาลใช้เรื่องคดีความในการจูงใจคนของพรรคการเมืองอื่นให้เข้ามาร่วมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัยหนึ่งว่า คิดว่าคนที่พูดแบบนั้นกังวลเรื่องของคดีความที่เขามีอยู่มากกว่า รัฐบาลคงสั่งให้ไปทำอย่างนั้นไม่ได้ มิฉะนั้นจะสร้างปัญหาตามมา

    ส่วนที่ถามว่าทำไมจึงไม่ดึงคนเหล่านั้นเข้ามาช่วยตั้งแต่แรกเริ่มโครงการ แต่กลับมาดึงในช่วงนี้ที่ใกล้จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น นายปณิธาน กล่าวว่า ในช่วงต้นของโครงการที่รัฐบาลทำก็เป็นขั้นตอนของกฎหมายสำหรับการดำเนินโครงการ ถ้าดึงคนเหล่านั้นมาตั้งแต่ต้นก็จะเกิดคำถามว่าเขาจะไปกำหนดโครงสร้างอะไรในนั้นหรือไม่ แต่ตอนนี้การทำกฎหมายและโครงสร้างต่างๆ การตั้งสำนักงาน และแนวทางการลงทุน เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้รัฐบาลไม่เพียงดึงคนที่ทำงานการเมืองในพื้นที่เข้ามาด้วย แต่จะมีภาคประชาชน ฝ่ายวิชาการ และอีกหลายกลุ่มที่จะมาช่วยอีกด้วย เพราะโครงการดังกล่าวมีความซับซ้อน และใช้เวลายาวนาน ส่วนจะดึงกลุ่มการเมืองพื้นที่ใดเพิ่มหรือไม่นั้น ต้องไปถามนายกรัฐมนตรีเอง

เชื่อดูดส.ส.ไม่กระทบปรองดอง

   ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่คนในรัฐบาลเตรียมจัดตั้งพรรคการเมือง และมีการดึงคนจากพรรคอื่นไปร่วม จะส่งผลกระทบต่อการสร้างความปรองดองหรือไม่ เพราะฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลอาจไม่พอใจ นายปณิธาน กล่าวว่า เรื่องการจัดตั้งพรรคการเมืองก็ต้องทำตามกติกา และทำให้ทุกฝ่ายรับได้ ซึ่งบางคนเป็นนักการเมืองอยู่แล้วจึงอยากทำงานการเมืองต่อ แต่ก็ต้องทำตามกติกา ขณะเดียวกันเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ทุกรัฐบาลที่อยู่ในช่วงใกล้จะมีการเลือกตั้งเขาก็เดินงานการเมืองต่อ ไม่ถือว่าได้เปรียบและไม่มีผลต่อการเลือกตั้ง ถือเป็นธรรมชาติในช่วงที่จะมีการเปลี่ยนรัฐบาล ซึ่งก็เคยมีบางรัฐบาลได้กลับมาอีกครั้ง แต่บางรัฐบาลก็ไม่ได้กลับมา แต่สิ่งที่สำคัญคือการรับฟังความกังวลของผู้ที่จะลงแข่งขันทางการเมือง และอาจต้องคิดถึงกลไกเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่เขา ซึ่งสิ่งเหล่านี้นายกรัฐมนตรีก็รับทราบและพยายามตอบคำถามออกมาเป็นระยะๆ

2พรรคใหญ่ปิดปัญชี-โอดพลังดูดสมาชิกหด

“คสช.”พร้อมรับมือม็อบ5พ.ค.

    ที่มณฑลทหารบกที่ 11 พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (ผบ.มทบ.11) ในฐานะทีมโฆษก คสช. กล่าวถึงมาตรการรับมือการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งในวันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม ว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการ คสช. สั่งให้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเมินเบื้องต้นและทำความเข้าใจกับประชาชนว่า บ้านเมืองกำลังดำเนินไปอย่างปกติสุข ทั้งการสนับสนุนงานรัฐบาลของ คสช. ให้สามารถบริหารงานแผ่นดินได้อย่างต่อเนื่อง และไม่มีอุปสรรค จนทุกอย่างเป็นไปตามโรดแม็พที่วางไว้ ส่วนกระบวนการที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งต้องเกิดขึ้น และเป็นไปตามกรอบกฎหมายที่วางไว้

     พล.ต.ปิยพงศ์กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ชุมนุมที่ประกาศไว้ว่าจะชุมนุมยืดเยื้อนั้น เจ้าหน้าที่มีมาตรการดูแลหลายๆ มาตรการ ทั้งด้านการข่าว การชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน การทำความเข้าใจกับผู้ที่ออกมาชุมนุม ขณะที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานระหว่างมีการชุมนุมจะต้องดูการจราจรและอำนวยความสะดวก ให้เกิดความเหมาะสมกับสถานการณ์ในขณะนั้น และป้องกันไม่ให้มีภาพการกระทบกระทั่งหรือยื้อยุดฉุดกระชาก ลากดึงกันไปมา เพื่อไม่ให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น ตลอดจนดูแลติดตามบุคคลที่สามที่จะเข้ามาก่อความวุ่นวาย

     เมื่อถามว่า ทางกลุ่มผู้ชุมนุมจะมีการยกระดับการชุมนุมขึ้นเรื่อยๆ ทางเจ้าหน้าที่จะมีการรักษาความปลอดภัย หรือยกระดับการดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมขึ้นหรือไม่ พล.ต.ปิยพงศ์กล่าวว่า มีความเชื่อว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ว่าเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย และคิดว่าการออกมาชุมนุมจะก่อให้เกิดสถานการณ์วุ่นวายสับสน อีกทั้งคิดว่ามันคงไม่เหมาะในสถานการณ์ปัจจุบัน

พร้อมเฝ้าระวังมือที่สามป่วน

     “การที่จะยกระดับการชุมนุม เพื่อให้เกิดความสับสนวุ่นวาย ก็ไม่ควรที่จะเกิดขึ้นช่วงเวลานี้ หากยังมีคนที่คิดจะทำกิจกรรมอยู่ ก็ต้องทำความเข้าใจในฐานะที่เป็นพี่น้องประชาชนคนไทยด้วยกันทั้งสิ้น การพูดคุยน่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด เพื่อไม่ให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น และยังเป็นเรื่องที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน” ผบ.มทบ.11 กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า เลขาธิการ คสช. เป็นห่วงเรื่องมือที่สาม ทางรายงานข่าวมีหรือไม่ พล.ต.ปิยพงศ์กล่าวว่า ยังไม่มีอะไรที่เป็นประเด็นหลักสำคัญในเรื่องมือที่สาม ที่อาจจะเข้ามาก่อความวุ่นวาย เรามีเจ้าหน้าที่ติดตามกลุ่มบุคคลหรือคนที่อาจจะมีรายชื่อที่เคยก่อเหตุหรือสร้างสถานการณ์ ก็จะดูว่ามีความเคลื่อนไหวอะไรที่ผิดปกติหรือไม่ สิ่งที่จะต้องทำก็คือในพื้นที่ที่ทำกิจกรรม ก็จะมีการดูแลอย่างเหมาะสม และใช้เครื่องมืออย่างเหมาะสม ไม่มากเกินไป ไม่กระทำอะไรที่ทำให้เจ้าหน้าที่ดูว่าเป็นการทำรุนแรงต่อพี่น้องประชาชน เพราะภาพรวมก็คือเราเป็นพี่น้องคนไทยด้วยกันทั้งสิ้น

2พรรคใหญ่ปิดปัญชี-โอดพลังดูดสมาชิกหด

ทำคู่มือควบคุมม็อบป้องกระทบกระทั่ง

     ด้าน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหม ว่า พล.อ.ประวิตร ได้มอบหมายให้กองทัพบก โดย พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการคสช. จัดทำคู่มือใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายหรือตามคำสั่งของคสช. โดยให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานมีขั้นตอนการปฏิบัติตามขอบเขตอำนาจหน้าที่และกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมกับประชาชน มุ่งเน้นการปฏิบัติจากเบาไปหาหนัก โดยมีการชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน ทั้งนี้การปฏิบัติต้องเป็นไปตามหลักกฎหมายและไม่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน โดยให้ประสานงานร่วมกับกระทรวงยุติธรรมจัดทำแนวทางปฏิบัติดังกล่าว ส่วนการชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้งในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา โดยดำเนินการตามกรอบกฎหมาย

    เมื่อถามย้ำว่า คู่มือใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานของเจ้าหน้าที่จะแล้วเสร็จเมื่อไหร่ พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า จะทำโดยเร็วที่สุด โดยประสานกับกระทรวงยุติธรรม เพราะเป็นเรื่องข้อกฎหมายที่พึงปฏิบัติที่ต้องทำให้เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย ส่วนที่มีความกังวลว่า มีความพยายามปลุกกระแสทำให้เหตุการณ์เหมือนพฤษภาทมิฬนั้น เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดมาตั้งแต่ปี 35 แล้ว ขณะนี้ปี 61 คิดว่าเป็นคนละเงื่อนไข ซึ่งทางฝ่ายความมั่นคงก็ติดตามดูแลเรื่องนี้อยู่

(ข่าวหน้า1นสพ.คมชัดลึก)