
"กฤษฏา"เจรจาเอกชนรับซื้อกุ้งสูงกว่าต้นทุน
"กฤษฏา"เผยเจรจาเอกชน รับปากช่วยรับซื้อกุ้งขาวแวนาไม 130 บาทต่อกิโลกรัม สูงกว่าต้นทุน 115-120 บาท วอนผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้หยุดเคลื่อนไหว
30 เมษายน 2561 “กฤษฏา เผยเจรจาเอกชนรับปากช่วยรับซื้อกุ้งขาวแวนาไม 130 บาทต่อกิโลกรัม สูงกว่าต้นทุน 115-120 บาท วอนผู้เลี้ยงกุ้งภาคใต้หยุดเคลื่อนไหว ให้รอฟังสรุปมาตรการช่วยเหลือภายใน 10 พ.ค.นี้
นายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังหารือกับผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงมาตรการแก้ไขปัญหาราคากุ้งตกต่ำว่าตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรฯเร่งหาทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งขาวแวนาไม ในจังหวัดภาคใต้ เช่น จ.ตรัง พัทลุง สตูล สุราษฎร์ธานี และปัตตานี
โดยเกษตรกรเสนอให้รัฐบาลช่วยรับจำนำกุ้งไว้ในโกดัง ขอให้ชดเชยส่วนต่างจากภาคเอกชน ที่ซื้อขายอยู่ในขณะนี้หากซื้อได้ 100 บาทต่อกิโลให้รัฐชดเชยอีก 30 บาท โดยช่วยเหลือเหมือนปี 2555 พร้อมกับขอให้เจรจากับผู้ประกอบการลดต้นทุนปัจจัยการผลิต อาหารกุ้ง อาหารสัตว์น้ำ
ทั้งนี้มาตรการการแก้ไขมาตรการเร่งด่วน นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ กระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ พร้อมกับเชิญสมาคมผู้ประกอบการส่งออก สมาคมแช่เยือกแข็ง มาเจรจาหาทางออกร่วมกัน ซึ่งปัญหาที่ผู้ประกอบการเสนอเหตุผลทำไมราคากุ้งตก ซึ่งจากเดิมที่ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกกุ้งอันดับ1-2 ของโลก แต่ตอนนี้ มีประเทศอินเดีย และเอกวาดอร์ มาแข่งขันตลาดส่งออกและมีปริมาณส่งออกแซงหน้าไทย เช่น อินเดีย ส่งออกปีนี้ ถึง 6-7 แสนตัน ส่วนไทย ส่งออก 1-2 แสนตัน รวมทั้งยังส่งออกในตลาดหลัก คือ สหรัฐฯ และจีน เช่นเดียวกับไทย
“วันนี้สามารถเจรจากับสมาคมผู้ประกอบการ ได้ผลเบื้องต้นแล้วว่าจะรับซื้อกุ้งขาวในราคาสูงกว่าปัจจุบัน ผมขอให้ซื้อราคา 130 บาท ต่อกิโลกรัม ขนาด 100 ตัว โดยต้นทุนการเลี้ยงอยู่ที่ 115 - 120 บาท ดังนั้นขอให้เกษตรกรรอฟังคำตอบภายในสัปดาห์ได้ข้อสรุปเรื่องราคารับซื้อและระยะเวลาจนกว่าราคาเป็นปกติ ผมได้ใช้โมเดลเดียวกับปัญหาราคาไข่ไก่ ซึ่งผู้ประกอบการ ร่วมมือมาซื้อในราคาสูงกว่าต้นทุน ทำให้ราคาในตลาดขยับขึ้นแล้ว จึงฝากไปถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ขอให้หยุดการเคลื่อนไหว รอฟังจากรัฐมนตรีเกษตร และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ทุกมาตรการจะชัดเจนภายในวันที่ 10 พ.ค.นี้ อย่าเพิ่งเชื่อข่าวลือในโซเซียลที่ว่าราคาจะตกลงอีก”นายกฤษฏา กล่าว
รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดไปทำความเข้าใจกับเกษตรกร ในส่วนมาตรการจำนำ และชดเชยราคาทำไม่ได้ ซึ่งต้องใช้งบประมาณหลายร้อยล้านบาท ทำให้วินัยการคลังเสียไปด้วย ตนจึงใช้วิธีการเจรจากับผู้ประกอบการ ให้มาช่วยรับซื้อในราคาสูงกว่าต้นทุนการผลิต เพราะเมื่อสองสามปีก่อนมีกำไรมาก ทั้งผู้เลี้ยงกุ้งและผู้ส่งออก ดังนั้นควรร่วมมือกันแก้ไขปัญหาในระยะสั้นและระยะยาวด้วย
นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่าทุกฝ่ายต้องหันหน้ามาหารือกันเพื่อรับมือกับปัญหาที่ประเทศต่าง ๆ เพิ่มปริมาณผลผลิต คุณภาพดี และราคาถูก เช่นอินเดีย ตั้งเป้าผลิตกุ้ง 1 ล้านตัน ซึ่งราคาเพียง 80 บาท ยังมีการปรับระบบมาตรฐานการเลี้ยงตรวจสอบย้อนกลับ และประเทศเอกวาดอร์ มีต้นทุนต่ำเลี้ยงด้วยบ่อขนาดใหญ่แบบธรรมชาติ โรคไม่ค่อยมี และไม่เสียค่าอาหาร
ส่วนการเลี้ยงกุ้งของไทย ต้นทุนรวมทุกอย่าง อยู่ที่ 115 - 120 บาท ขณะที่โรงงานแปรรูป มีต้นทุนเพิ่มจากค่าแรงสูงขึ้น เงินบาทแข็ง ปริมาณผลผลิตกุ้งในประเทศไม่พอกับกำลังการผลิต ได้ขอนำเข้ากุ้ง เพื่อมาเฉลี่ยราคากัน ตรงนี้ต้องคุยกันทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งสองฝั่งทะเลภาคใต้กว่า 8 ราย และผู้ประกอบการ ต้องปรับตัวเอง ดูราคากุ้งที่เหมาะสม มีคุณภาพ ต้นทุนขยับกันใหม่ และผลผลิตอยู่ระหว่าง2- 3 แสนตันต่อปี จะปรับปริมาณผลผลิตอย่างไรเพื่อสอดคล้องสภาวะการแข่งขันตลาดโลก



