ข่าว

ศึกเทพและมารในแดนอิเหนา (2)

ศึกเทพและมารในแดนอิเหนา (2)

13 ต.ค. 2552

ผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับนินจาที่จะลดทอนอำนาจของศาลพิเศษและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น

หรือป.ป.ช.แดนอิเหนาที่ผ่านการลงมติรับรองจากรัฐสภาก็คือกระทรวงนิติธรรมและสิทธิมนุษยชน ก่อนจะมีการอภิปรายลับในชั้นกรรมาธิการรัฐสภาโดยไม่ให้ประชาชนเข้ารับฟังเหมือนเช่นเคย ปรากฏว่าทุกพรรคการเมืองต่างออกเสียงเห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับอัปยศนี้

 ที่น่าสงสัยก็คือไม่มีนักการเมืองคนใดหรือตัวแทนของพรรคการเมืองใดๆ กล้าเผยตัวว่าหนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ จนเป็นที่มาของชื่อกฎหมายนินจาที่หาคนรับผิดชอบไม่ได้ทั้งๆ ที่ผ่านมติจากรัฐสภาแล้ว

 กระนั้นก็มีข่าวแว่วออกมาว่ามีนักการเมืองบางคนพยายามจะเพิ่มมาตราหนึ่งหมายจะลดทอนอำนาจของป.ป.ช.ในการตัดสินลงโทษผู้ต้องหาคดีทุจริตคอรัปชั่นโดยให้ผ่องถ่ายอำนาจนี้ไปยังศาลทั่วไปแทน โชคดีที่มีนักการเมืองหลายคนไม่เห็นด้วย ญัตตินี้จึงตกไป

 อย่างไรก็ดี ร่างกฎหมายอัปยศฉบับนี้ก็ได้ซ่อนเงื่อนปมหลายเงื่อนปมไว้อันจะทำให้ศาลพิเศษและป.ป.ช.มีแต่อ่อนแอลง เนื่องจากได้ระบุชัดว่าให้ทุกจังหวัดต้องตั้งศาลพิเศษคดีทุจริตคอรัปชั่นภายใน 2 ปี ซึ่งกลุ่มผู้สนับสนุนศาลพิเศษโต้แย้งว่าไม่มีทางที่จังหวัดต่างๆ จะทำได้ภายในช่วงเวลาอันจำกัดเช่นนี้ยกเว้นแต่ว่าจะต้องลดมาตรฐานของศาลพิเศษลงเท่านั้น ซึ่งถ้าทำเช่นนั้นก็ยิ่งเปิดช่องให้กลุ่มผู้ต่อต้านป.ป.ช.ที่จะฉวยโอกาสโจมตีระบบศาลพิเศษเป็นการใหญ่

 อีกมาตราหนึ่งที่จะเป็นชนวนความขัดแย้งในอนาคตก็คือมาตราที่ระบุให้องค์คณะผู้พิพากษาศาลพิเศษจะต้องประกอบด้วยผู้พิพากษาอาชีพจากระบบยุติธรรมมากกว่าผู้พิพากษาอิสระหรือผู้พิพากษาที่คัดเลือกจากคนนอกวงการอาทิ ทนายความ นักวิชาการ หรืออัยการที่เกษียณราชการแล้ว กลับตาลปัตรจากเดิมที่กำหนดให้มีผู้พิพากษาอิสระมีจำนวนมากกว่า ทั้งนี้เพื่อให้ศาลพิเศษมีความเป็นอิสระมากขึ้น

 นักวิชาการแห่งศูนย์ศึกษากฎหมายและนโยบาย อันเป็นองค์กรอิสระให้ความเห็นว่าเหตุที่ศาลพิเศษต้องพึ่งพาผู้พิพากษาที่เป็นคนนอกมากกว่า เนื่องจากชื่อเสียงของผู้พิพากษาศาลทั่วไปไม่ค่อยจะดีนักในเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่น

 ไม่รู้ว่าประธานาธิบดียุดโดโยโนซึ่งลงทุนไปพบกับนักธุรกิจมะกันมากหน้าหลายตาระหว่างเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำจี-20 ที่สหรัฐเพื่อจะชักชวนให้มาลงทุนในประเทศนี้จะว่าอย่างไร หลังรัฐสภาผ่านร่างกฎหมายฉบับถอยหลังลงคลองเช่นนี้

 ซ้ำร้ายกว่านั้นก็คือไม่รู้ว่าจะเป็นการชี้โพรงให้กระรอกไทยหรือเปล่า หากนักการเมืองน้ำเน่าบางคนจะรีบเอาอย่างบ้างก่อนที่ความผิดจะพันตัวเองจนยากสลัดพ้น

บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์