
รัฐทุ่มงบ3พันล.อุ้มคนจนมีบ้านแก้ก.ม.มีที่ทำกิน
เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานสัมมนา "สมัชชาการจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยขบวนชุมชนและท้องถิ่น" ที่สำนักงานสหประชาชาติ กทม. ว่า สหประชาชาติวางเป้าหมายจะพัฒนาคนที่อยู่อาศัยในชุมชนแออัดทั่วโลก 100 ล้านคนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในปี 2563 ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการจัดการเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย รวมทั้งระบบสาธารณูปโภคทั้งในเมืองและชนบท
"วันที่ 13 ตุลาคมนี้ จะเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบพ.ร.ก.สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทมาใช้ในโครงการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เช่น โครงการบ้านมั่นคง ส่วนงบในปีต่อๆ ไปจะใช้งบปกติ จะนำรายได้ที่มาจากภาษีที่ดินและทรัพย์สินมาสมทบกองทุนธนาคารที่ดินด้วย จะแก้ปัญหาที่ดินทำกินโดยปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบที่เป็นปัญหาเช่น ป่าไม้ อุทยานแห่งชาติ" นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายสมบูรณ์ สิงกิ่ง อนุกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน กล่าวว่า มีข้อเสนอ 7 ข้อต่อรัฐบาล เช่น ให้มีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีรองรับการจัดตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินในระดับจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน เร่งแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับที่ดิน ป่าไม้ ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญในเรื่องสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากรและกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาที่ดิน การให้มีมติครม. หรือกฎหมายรองรับสิทธิที่ดินในพื้นที่ที่ได้จัดทำข้อมูล แผนที่และรวบรวมหลักฐานต่างๆ ครบถ้วน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ประกาศเขตป่าหรือเขตที่ดินรัฐทับที่ทำกิน เร่งจัดตั้งกองทุนธนาคารที่ดินระดับชาติ
นายอิสสระ สมชัย รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า รัฐบาลให้งบสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของประชาชนในปี 2552-2553 รวมทั้งสิ้น 3,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบพ.ร.ก.สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย 1,000 ล้านบาท และงบไทยเข้มแข็ง 2,000 ล้านบาท คาดว่าช่วยเหลือได้ 1,000 ชุมชน ทั้งนี้ รัฐบาลตั้งเป้าหมายช่วยเหลือผู้ไม่มีที่อยู่อาศัยกว่า 2 แสนครอบครัว โดยช่วยเหลือแล้วกว่า 8.6 หมื่นครอบครัว



